09.00 INDEX มองผ่าน ก้าวย่าง รวมไทยสร้างชาติ สัมผัส ในวิกฤต ประยุทธ์ จันทร์โอชา
การแยกและแตกตัวของพรรครวมไทยสร้างชาติออกมาจากพรรคพลังประชารัฐ จะกลายเป็น “คำถาม” ใหญ่ในทางการเมือง ไม่เพียงแต่มีเป้าหมายอยู่ที่ใด
หากที่แหลมคมและสำคัญเป็นอย่างสูงอยู่ที่จะสามารถบรรลุ ตาม “เป้าหมาย” ได้มากน้อยเพียงใด
เนื่องจากพลันที่การแยกและแตกตัวบังเกิดขึ้นก็นำไปสู่ปมยอดฮิตอย่างยิ่งในทางการเมืองว่า สัมพันธ์ระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ดำรงอยู่อย่างไร
ไม่ว่าแต่ละฝ่ายจะใช้กัปปิยโวหารยืนยันความแนบแน่นตั้งแต่เริ่มก่อตัวเป็น “บูรพาพยัคฆ์” ขึ้นมาอย่างไร แต่ความเป็นจริงที่ยากจะปฎิเสธคือยิ่งแยกและแตกตัวยิ่งกระจัดกระจาย
นั่นก็คือ ปริมาณของ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐที่เคยมี 116 เมื่อเดือนมีนาคม 2562 เด่นชัดว่ามี 21 คนแยกไปอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ 10 กว่าคนแยกไปอยู่พรรคภูมิใจไทย
จำนวนที่ได้มาจากเมื่อเดือนมีนาคม 2562 น้อยกว่าพรรค
เพื่อไทยอยู่แล้วโดยพื้นฐาน กลับยิ่งจะน้อยลงไปอีกไม่ว่ามองผ่าน พรรคพลังประชารัฐ ไม่ว่ามองผ่านพรรครวมไทยสร้างชาติ
ในที่สุดแล้วการแยกและแตกตัวเท่ากับ “บั่นทอน” กำลัง
ผลสำรวจล่าสุดจาก “ซูเปอร์โพล”ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นสำนักที่โปรรัฐบาลค่อนข้างสูง ไม่ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ไม่ว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล
ต่อคำถามที่ว่า”ถ้าเลือกตั้งวันนี้พรรคใดชนะ”พรรคเพื่อไทยอาจมาที่ 1 พรรคภูมิใจไทยอาจมาที่ 2
แต่หากรวมคำแนนของพรรคภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคพลังประชารัฐ พรรครวมไทยสร้างชาติ เข้าด้วยกันอาจทำให้สามารถครองความเหนือกว่าพรรคเพื่อไทย
กระนั้น หากนำเอาผลการสำรวจของ”สวนดุสิตโพล”มาเป็น เครื่องเปรียบเทียบ ถึงรวมพรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคพลังประชารัฐ พรรคภูมิใจไทยเข้าด้วยกันก็ยังเป็นรอง
และความเด่นชัด 1 ก็คือ พรรครวมไทยสร้างชาติมิได้อยู่ใน
ฐานะนำไม่ว่าต่อพรรคภูมิใจไทย พรรคพลังประชารัฐ
ความเป็นจริงจากที่สะท้อนผ่านทั้ง “ซูเปอร์โพล” เมื่อประสานเข้า กับที่สะท้อนผ่านทั้ง “นิด้าโพล”จึงนำไปสู่แนวโน้มและความเป็นไปได้ที่วิปริตผิดเพี้ยนในทางการเมือง
นั่นก็คือ พรรคอันดับ 1 ไม่ได้เป็น “แกนนำ” จัดตั้ง “รัฐบาล”
นั่นก็คือ กฎกติกาของรัฐธรรมนูญอาจเปิดช่องให้กับพรรคที่ได้รับเลือกน้อยกว่าเพราะมี 250 ส.ว.แต่ก็ไม่สามารถกุมการนำใน สภาผู้แทนราษฎรได้
ความวิปริตทางการเมืองนี้คือ “วิกฤต”ที่จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

