ด่วน! ศาลสั่งเพิกถอนประกันตัว ‘ใบปอ-เก็ท’ ผิดเงื่อนไขประกัน หลังได้ประกัน พาพวกชุมนุม เกิดปะทะกับตำรวจ พิธา รุดยื่นประกันใหม่ ศาลยกคำร้อง
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 9 มกราคม ที่ห้องพิจารณาคดี 912 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำสั่ง เพิกถอนการประกันตัวรวม 2 คดี โดยคดีดำ อ.1788/2565 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 8 เป็นโจทก์ฟ้อง น.ส.ณัฐนิช ดวงมุสิทธิ์ หรือ ใบปอ, น.ส.สุพิชฌาย์ ชัยลอม หรือ เมนู (หลบหนี) และ น.ส.เนติพร เสน่ห์สังคม หรือ บุ้ง นักกิจกรรมกลุ่มทะลุวัง ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-3 ฐานดูหมิ่นสถาบัน
และคดีดำ อ.1691/2565 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 7 เป็นโจทก์ฟ้อง น.ส.ณัฐนิช ดวงมุสิทธิ์ หรือ ใบปอ และ น.ส.สุพิชฌาย์ ชัยลอม หรือ เมนู (หลบหนี) เป็นจำเลยที่ 1-2 ฐานดูหมิ่นสถาบัน
โดยศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานจากการไต่สวนแล้วเห็นว่า ภายหลังการได้รับปล่อยชั่วคราวจากศาลแล้ว ต่อมาวันที่ 17 พ.ย.2565 น.ส.ณัฐนิช จำเลยที่ 1 ได้เข้าร่วมชุมนุมกับพวก และเกิดปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และพากลุ่มผู้ชุมนุมไปประท้วงหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พยานหลักฐานของจำเลยไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานหลักฐานผู้ร้องได้ ถือว่าผิดเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราวของศาล
ศาลจึงมีคำสั่งให้เพิกถอนการปล่อยชั่วคราวจำเลยที่ 1 ออกหมายขัง

ส่วนคดีดำ อ.1447/2565 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ฟ้อง นายโสภณ สุรฤทธิ์ธำรง หรือ เก็ท นักกิจกรรมกลุ่มโมกหลวงริมน้ำ เป็นจำเลยฐานดูหมิ่นสถาบัน
ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานจากการไต่สวนแล้วเห็นว่า ภายหลังการได้รับปล่อยชั่วคราวจากศาลแล้ว ต่อมาวันที่ 17 พ.ย.2565 นายโสภณ จำเลย ได้เข้าร่วมชุมนุมกับพวก และเกิดปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และพา
กลุ่มผู้ชุมนุมไปประท้วงหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พยานหลักฐานของจำเลยไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานหลักฐานผู้ร้องได้ ถือว่าผิดเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราวของศาล
ศาลจึงมีคำสั่งให้เพิกถอนการปล่อยชั่วคราวนายโสภณ จำเลย ออกหมายขัง
จากนั้นเจ้าหน้าราชทัณฑ์ได้ควบคุมตัวใบปอและเก็ทเพื่อเข้าไปคุมขังที่เรือนจำต่อไป
ภายหลัง นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลได้เดินทางมาศาลเพื่อเป็นนายประกันยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว น.ส.ณัฐนิช หรือใบปอ ดวงมุสิทธิ์ และ นายโสภณ สุรหรือเก็ท ฤทธิ์ธำรง นักกิจกรรมที่ถูกเพิกถอนการประกัน
นายพิธา กล่าวว่า เรื่องที่จำเลยทั้ง 2 ผิดเงื่อนไขจนถูกเพิกถอนการประกัน มองว่าสิ่งที่ทั้ง 2คนทำ เป็นไปตามสิทธิพลเมืองขั้นพื้นฐาน น้องไปกัน 2 คน แทบจะไม่ได้เป็นนิยามของการชุมนุม และโดนกระทำก่อน ทั้งไม่ได้ก่อความเดือดร้อน ประเด็นนี้ต้องเลิกมองการชุมนุมทางการเมืองเป็นสิ่งที่ผิดแล้วนำคนเข้าคุกเพราะเรื่องได้ ถ้าจะให้ประเทศไทยมีความสมานฉันท์ได้ ต้องมีความยุติธรรมก่อน ถ้าจะปลดชนวนเรื่องนี้จะต้องมีการนิรโทษกรรมก่อนซึ่งเป็นนโยบายของพรรคก้าวไกล
ต่อมานายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความของ น.ส.ณัฐนิช หรือใบปอ และนายโสภณ หรือเก็ท จำเลยคดีดูหมิ่นสถาบันฯ ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ มูลค่า 90,000 บาท และ 100,000 บาท ตามลำดับขอปล่อยชั่วคราว
อย่างไรก็ตามศาลพิเคราะห์ แล้วเห็นว่า จำเลยมีพฤติการณ์ผิดเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราว จนศาลมีคำสั่งเพิกถอนการปล่อยชั่วคราว เชื่อว่า หากปล่อยชั่วคราว จำเลยจะไปก่อเหตุอันตรายประกันอื่นและกระทำในลักษณะที่ถูกกล่าวหาอีก รวมทั้งผิดเงื่อนไงที่ศาลกำหนดแก่จำเลย กรณีจึงยังไม่มีเหตุให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง

