มีกระแสข่าวระบุว่า สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เตรียมเอกสาร ตารางคำนวณ ส.ส.ตามรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติ่ม (ฉบับ ที่ 1) พ.ศ.2565 เรียงตามเศษราษฎรที่มากสุด ข้อมูลราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 เพื่อใช้ในการแบ่งจำนวน ส.ส. 400 เขต
ก่อนหน้านี้เคยปรากฏข่าวการคำนวณ ส.ส.เขต 400 เขตทั่วประเทศตามข้อมูลราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 พบว่า กทม.มี ส.ส.ได้ 33 คน ภาคเหนือได้ 39 คน ภาคอีสาน 132 คน ภาคตะวันออก 29 คน ภาคตะวันตก20 คน ภาคกลาง 122 คน และภาคใต้ 58 คน
ส่วนข้อมูลใหม่ พบว่ามีฐานประชากร 66,090,475 คน จำนวนประชากรเฉลี่ย 165,226 คนต่อ ส.ส. 1 ที่นั่ง
จังหวัดใหญ่ๆ ที่ปรากฏ มีอาทิ กทม. ประชากร 5,494,932 คน มี ส.ส.ได้ 33 ที่นั่ง จ.นครราชสีมา มีประชากร 2,630,058 คน มี ส.ส.ได้ 16 ที่นั่ง จ.ขอนแก่น มีประชากร 1,784,641 คน ส.ส. 11 ที่นั่ง จ.อุบลราชธานี มีประชากร 1,869,806 คน ส.ส. 11 ที่นั่ง จ.บุรีรัมย์ มีประชากร 1,576,915 คน ส.ส. 10 ที่นั่ง จ.ศรีสะเกษ ประชากร 1,454,730 คน ส.ส. 9 ที่นั่ง จ.อุดรธานี ประชากร 1,563,048 คน ส.ส. 9 ที่นั่ง
จ.เชียงใหม่ มีประชากร 1,792,474 คน ส.ส. 11 ที่นั่ง จ.เชียงราย ประชากร 1,299,636 คน ส.ส. 8 ที่นั่ง จ.ลำปาง ประชากร 718,790 คน ส.ส. 4 ที่นั่ง จ.ตาก ประชากร 684,140 คน ส.ส. 4 ที่นั่ง จ.ชลบุรี มีประชากร 1,594,758 คน ส.ส. 10 ที่นั่ง จ.นนทบุรี ประชากร 1,295,916 คน ส.ส. 8 ที่นั่ง จ.สมุทรปราการ ประชากร 1,360,227 คน ส.ส. 8 ที่นั่ง จ.ปทุมธานี ประชากร 1,201,532 คน ส.ส. 7 ที่นั่ง จ.นครปฐม ประชากร 921,882 คน ส.ส. 6 ที่นั่ง
จ.นครศรีธรรมราช ประชากร 1,545,147 คน ส.ส. 9 ที่นั่ง จ.สงขลา ประชากร 1,431,063 คน ส.ส. 9 ที่นั่ง จ.สุราษฎร์ธานี ประชากร 1,073,663 คน ส.ส. 7 ที่นั่ง จ.นราธิวาส ประชากร 814,121 คน ส.ส. 5 ที่นั่ง จ.ตรัง ประชากร 638,206 คน ส.ส. 4 ที่นั่ง จ.ปัตตานี ประชากร 732,955 คน ส.ส. 4 ที่นั่ง
กระแสข่าวที่สะพัดออกมาเกี่ยวกับเอกสาร สอดคล้องกับการคาดการณ์ว่า กกต.จะพิจารณาจำนวน ส.ส. 400 เขต จากฐานข้อมูลใหม่ระหว่างวันที่ 9-10 มกราคม
สำหรับการแบ่งคำนวณจำนวน ส.ส.จะเกิดขึ้นควบคู่ไปกับการแบ่งเขตการเลือกตั้งใหม่ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขได้เพิ่มจำนวน ส.ส.เขตจาก 350 คน เป็น 400 คน
การแบ่งเขตการเลือกตั้งใหม่มีความสำคัญ เพราะเป็นการแบ่งพื้นที่ซึ่งอาจทำให้ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.คนหนึ่งได้เปรียบและว่าที่ผู้สมัครอีกคนหนึ่งเสียเปรียบ
ขณะเดียวกัน การแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ยังสะท้อนภาพการทำงานของ กกต.ด้วยว่ามีเจตนาอะไรแอบแฝงหรือไม่
หากยังจำกันได้ว่าการแบ่งเขตเลือกตั้งเมื่อปี 2562 บรรดาผู้สมัคร ส.ส.และพรรคการเมืองในขณะนั้นโจมตีว่าผลการแบ่งเขตทำให้บางพรรคได้เปรียบ โดยเฉพาะพรรคที่สนับสนุน คสช. โดยมีรายละเอียดแต่ละพื้นที่มาประกอบ
การแบ่งเขตเลือกตั้งครั้งนี้ก็อาจจะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมา แต่ทุกอย่างสามารถวัดเจตนาของ กกต.ได้ว่า ประสงค์จะให้เกิดความบริสุทธิ์เที่ยงธรรมตามรัฐธรรมนูญบัญญัติหรือไม่
ยิ่งก่อนหน้านี้ กกต.ได้แสดงเจตนา ต้องการให้การเลือกตั้งครั้งที่จะถึงนี้เป็นทางออกของประเทศ การแสดงเจตนาของ กกต.ในฐานะกรรมการผู้จัดการการเลือกตั้งจึงมีความสำคัญ
เพราะนั่นคือความศรัทธาที่ประชาชนมีต่อการเลือกตั้ง
เชื่อว่า การเลือกตั้งครั้งที่จะถึงนี้ สังคมมิได้จับตามองเฉพาะพรรคการเมือง และนักการเมืองเท่านั้น หากแต่ยังเฝ้าติดตามการดำเนินการของ กกต.ในฐานะผู้จัดการเลือกตั้งด้วย
และผลจากการแบ่งเขตเลือกตั้ง จะแสดงเจตนาเบื้องต้นว่าเป้าหมายที่ กกต.อยากเห็นนั้นคืออะไร
นฤตย์ เสกธีระ

