หนองบัวลำภู – อดีตส.ส.วิชัย สามิตร 4 สมัยน้ำตาซึม นำ ส.ส.ณัฐวุฒิ หลานชายและทีมว่าที่ผู้สมัคร ตั้งโต๊ะจุดธูป บอกลาศาลพระภูมิ ปลดป้ายอำลาพรรคเพื่อไทย บ้านหลังเก่าที่เคยร่วมสร้าง ขอจากกันด้วยดี ขอไปซบพรรคใหม่ ด้านผู้สมัครไทยสร้างไทยมาทาบเข้าทันที
เมื่อวันที่ 10 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านเลขที่ 255 หมู่ที่ 12 ต.นากลาง อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู นายวิชัย สามิตร อดีต ส.ส.หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทยหลายสมัย นายณัฐวุฒิ กองจันทร์ดี ส.ส.หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย เขต 3 นายรุ่งเพชร ศรีกาญจนา อดีตส.จ.หนองบัวลำภู ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.หนองบัวลำภู เขต 2 นายสุรชัย ทวีคูณ อดีต สจ.หนองบัวลำภู ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.หนองบัวลำภู เขต 1 พร้อมด้วยแกนนำคนสำคัญในพื้นที่อำเภอนากลาง นักการเมืองท้องถิ่น ใส่เสื้อสีขาว มีตัวหนังสือสีน้ำเงินและชมพู ข้อความด้านหน้าว่า จะอยู่ไหน ขอให้อบอุ่น ในรูปหัวใจ ส่วนด้านหลังเป็นรูปจับมือ ข้อความว่า “ไปด้วยกัน” ได้ร่วมกันทำพิธี ปลดป้ายอำลาพรรคเพื่อไทย ของ ศูนย์ประสานงานพรรคเพื่อไทย อำเภอนากลาง จ.หนองบัวลำภู
ทั้งนี้ ในช่วงเช้าหมอพราหมณ์ ได้นำทำพิธีบอกลาต่อศาลพระภูมิเจ้าที่ ภายในบริเวณบ้านเสร็จ จากนั้นได้มาร่วมกันปลดป้ายของศูนย์ประสานงานพรรคเพื่อไทย ที่ประตูด้านหน้า ซึ่งผู้ร่วมปลดป้ายได้ช่วยกันใช้ผ้าขาวม้าไหม มัดป้ายลงมาอย่างช้าๆ ก่อนจะนำไปเก็บโดยหันป้ายเข้าติดกำแพง และจากนั้นได้ไปร่วมกันปลดป้ายไม้ที่บริเวณอาคารของศูนย์ประสานงานลงและเปิดป้ายใหม่ ทีมีข้อความว่า “ 2541-2565 รวม 24 ปี แต่ต่อนี้ไม่มีพรรคเพื่อไทย”
ด้าน นายณัฐวุฒิ กองจันทร์ดี ส.ส.หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย ได้ออกแถลงการณ์ว่า “กราบเรียน พ่อแม่พี่น้องประชาชนชาวหนองบัวลำภู ที่เคารพ กระผม นายณัฐวุฒิ ขอกราบขอบพระคุณทุกคะแนนเสียงที่ได้รับความเมตตาและความไว้วางใจ จนได้คะแนนเสียงเป็นอันดับที่หนึ่งของจังหวัดหนองบัวลำฎด้วย คะแนนสี่หมื่นกว่าเสียง กระผมได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ ในฐานะส.ส. ของพรรคและเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน แต่เมื่อพรรคเพื่อไทย ประกาศเปิดตัวผู้ที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งที่จะมีขึ้นตามวาระ จำนวน 4 คน และในขณะเดียวกันได้มีบุคคลมาขึ้นป้ายประชาสัมพันธ์เปิดตัวเป็นผู้สมัคร ส.ส. เขต 3 จังหวัดหนองบัวลำภู ในนามพรรคเพื่อไทยตามที่ปรากฏในขณะนี้ ทำให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนเกิดความสับสนและเป็นปัญหาในการทำหน้าที่ของกระผมตลอดมา โดยที่ทางพรรคก็มิได้ให้คำชี้แจงใดๆให้กระผมและสาธารณชนรับทราบ
“แต่พอทราบได้ว่า ทางพรรคจะให้กระผมลงสมัครแบบบัญชีรายชื่อ โดยให้บุคคลดังกล่าวลงสมัครแบบแบ่งเขตในเขต 3 แทน ซึ่งไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกระผม และพ่อแม่พี่น้องประชาชนที่มีความประสงค์จะให้กระผมลงสมัครรับใช้เป็น ส.ส. เขต 3 เหมือนเดิม เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ กระผมจึงได้เรียนถามความเห็นและรับฟังข้อแนะนำจากทุกภาคส่วน รวมถึงพ่อแม่พี่น้องชาวจังหวัดหนองบัวลำภู โดยส่วนใหญ่ได้ให้ความเห็นใจ ให้กำลังใจพร้อมทั้งแนะนำให้ กระผมหาพรรคใหม่เพื่อลงสมัครในเขต 3 เหมือนเดิม ซึ่งทั้งนี้เสียงส่วนใหญ่ได้แนะนำให้กระผมลงสมัคร ในนาม “พรรคไทยสร้างไทย” โดยการนำของ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ุ
“ด้วยกระผมเป็น ส.ส. ผู้น้อย ไร้ซึ่งอำนาจบารมีที่จะไปต่อรองหรือเรียกร้องใดได้ เมื่อพรรคเพื่อไทย…มองไม่เห็นคุณค่าของกระผมและคะแนนเสียง 40,000 กว่าคะแนน ที่เลือกกระผมเข้ามาทำหน้าที่ ส.ส. เขต 3 จังหวัดหนองบัวลำภู กระผมจึงตัดสินใจที่ จะลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยนับแต่นี้เป็นต้นไป เพื่อมีให้เกิดความสับสน และทำให้เกิดความ ชัดเจนต่อทุกฝ่าย ไม่ว่าทางพรรค ทางว่าที่ผู้สมัคร และทางตัวกระผมเองครับ กระผมขอยืนยันต่อพ่อแม่พี่ น้องประชาชนในเขต 3 ว่ากระผมจะไม่ไปยื้อแย่งของใคร ซึ่งเป็นการไม่ให้เกียรติ ไร้ซึ่งศักดิ์ศรี และเป็นการ ไร้มารยาทในทางการเมืองโดยเด็ดขาดครับ
“ท้ายนี้ กระผมขอกราบขอบพระคุณพ่อแม่พี่น้องประชาชนที่ให้ความเมตตาและให้ความห่วงใย สอบถามความเป็นไปเป็นมาอยู่เสมอ ซึ่งกระผมก็ยังไม่สามารถตอบคำถามเหล่านั้นได้ แต่ด้วยรัก ศรัทธาและเชื่อมั่น ในความเมตตาของพ่อแม่พี่น้องประชาชน เขต 3 กระผมจึงขออาสาลงสมัครแบบเขตเลือกตั้ง เหมือนเดิม กระผมขอกราบขอบพระคุณอีกครั้งหนึ่งที่ทุกท่านจะยืนเคียงข้างให้ความเมตตาครับ เรามาร่วม สร้างความยุติธรรม เพื่อรักษาเกียรติและศักดิ์ศรีของพ่อแม่พี่น้องทุกท่านด้วยกันอย่างเต็มกำลังความสามารถ เราจะก้าวสู้ไปข้างหน้าร่วมกันตลอดไป ด้วยรักและศรัทธา”

ด้าน นายวิชัย สามิตร อดีต ส.ส.หนองบัวลำภู 4 สมัย กล่าวว่า ก่อนจะวางมือทางการเมืองให้ กับ นายณัฐวุฒิ กองจันทร์ดี หลานชายลงสมัครแทน ในสมัยต่อมาปี 2562 ได้ออกแถลงข่าวว่า ด้วยกระผมนายวิชัย สามิตร อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย, พรรคไทยรักไทย, พรรคพลังประชาชน ตลอดถึงพรรคเพื่อไทย ทั้งระบบเขตเลือกตั้ง และเลือกตั้งทั้งจังหวัดหลายสมัย ทั้งนี้กระผมได้สมัครเป็นสมาชิก และแจ้งความประสงค์ในการลงสมัครรับเลือกตั้ง หลังจากการจดทะเบียนตั้งพรรคนับตั้งแต่เริ่มต้นตามหนังสือตอบ รับลงวันที่ 24 พฤศจิกายน 2541 ที่อนุมัติโดย ท่านอดีตหัวหน้าพรรค พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร ในขณะนั้นได้ทำหน้าที่อย่างติดต่อและต่อเนื่องในฐานะเป็นว่าที่ผู้สมัคร
แต่เนื่องจากในขณะนั้น เป็นพรรคใหม่ยังไม่เป็นที่นิยมและรู้จักของพ่อแม่พี่น้องประชาชนมากนักกระผมพร้อมทีมงานทำงานหนักถึงหนักมากในช่วงเวลานั้นไม่มีเงินเดือนไม่มีค่าตอบแทนอาศัยปัจจัยที่พอหาได้จากการทำไร่ทำนา แต่ก็นำมาทำการเมือง เพราะใจรักอย่างทุ่มเทตลอดระยะเวลาจนนำสู่การเลือกตั้งพ.ศ. 2554 ด้วยรักและผูกพันที่มีให้กันและกันอย่างพี่น้อง ทั้งนี้กระผมมีปฏิภาณมุ่งมั่น หากได้หากได้รับเลือกตั้ง ผมจัดทำให้การเป็น ส.ส.ของกระผมนั้นเป็นเหมือนชาวบ้านธรรมดา ไม่เจ้ายศเจ้าอย่าง ไม่เป็นเจ้านายพบง่ายคุยง่าย ให้เกียรติกันเองกับทุกๆคน จนมีคนใช้ฉายาว่าเป็นผู้แทนติดดิน
แต่ต่อมาในปีสุดท้ายหลังปฏิวัติ 2557 ผมเห็นว่า อยู่กับการเมืองมานาน ทั้งระดับหมู่บ้าน,ท้องถิ่น,ระดับชาติ นับรวมแล้ว 26 ปีเป็นต้นมา ผ่านมาทั้งทุกข์ ทั้งสุข ทั้งสุ่มเสี่ยงในหลายหลายๆเรื่อง เมื่อมีการเลือกตั้งปีพ.ศ. 2562 จึงได้สนับสนุนให้หลานชาย เป็นผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งแทนในนามพรรคเพื่อไทย และได้รับเสียงสนับสนุนด้วยคะแนนเสียงเป็นอันดับหนึ่งของจังหวัดหนองบัวลำภู ด้วยรักและผูกพันกันมาอย่างยาวนานทุกคนไม่ว่าจะครอบครัวญาติพี่น้องทุกคน เกิดมาคือสายเลือดพรรคเพื่อไทย ปัจจุบันนี้กระผม ยังเป็นสมาชิกถาวรหมายเลขสมาชิก NE 39172117309 เมื่อพรรคไม่เห็นถึงคุณค่าในการทำหน้าทีแบบตรงไปตรงมา ไม่มีของคนที่ไม่มีเล่ห์เหลี่ยม จนทำให้เป็นที่มาของความไม่ไว้วางใจ และมีผลกระทบต่อหลานของกระผมที่ดำรงตำแหน่ง ส.ส.อยู่ปัจจุบัน
ด้วยรักและผูกพันมาอย่างยาวนานวัน รู้สึกใจหายที่จะต้องอำลา ขอกราบขอบพระคุณท่านอดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กราบขอบพระคุณผู้หลักผู้ใหญ่ตลอดจนกรรมการบริหารพรรคพี่ๆเพื่อนๆตลอดจนเจ้าหน้าที่รักทุกๆท่านครับ และสุดท้ายนี้ขอฝากถึงบุคคลที่พรรคจะส่งลงในเขตนี้แทนหลานของกระผม ให้ทำหน้าที่ในฐานะสมาชิกพรรค อย่าได้หลงหรือลืมเพราะอยู่คนละฝั่งกันมาและดีใจกับทางพรรคด้วยที่เลือกผู้ที่เคยอยู่ฝั่งตรงข้ามมาเป็นมิตร จะได้ลดจำนวนคนที่กรนด่าลงได้ส่วนหนึ่งครับ ขอกราบอวยพรให้ท่านจงประสบความสำเร็จ ด้วยความเคารพรักและผูกพันด้วยหัวใจ จากกันด้วยดี
ผู้สื่อข่าวยังรายงานอีกว่า ในช่วงทำพิธีบอกลาต่อพระภูมิเจ้าที่ นายวิชัย สามิตร ส.ส.หนองบัวลำภู หลายสมัย ได้กล่าวความรู้สึกที่มีต่อพรรคเพื่อไทย ให้กับผู้มาร่วมเพื่อบอกลานั้น เสียงจะหายไปและกล่าวไม่ออก น้ำตาซึม จนต้องให้ นายประสิทธิ์ ชินภักดี สจ.หนองบัวลำภู เขตอำเภอนากลาง แกนนำคนสำคัญคนหนึ่งมากล่าว การอำลาพรรคเพื่อไทย แทน

ด้าน นายรุ่งเพชร ศรีกาญจนา ว่าที่ผู้สมัครส.ส.พรรคไทยสร้างชาติ เขตเลือกตั้งที่ 2 หนองบัวลำภู ผู้ที่มาชักชวนให้ นายวิชัย สามิตร อดีต ส.ส.หนองบัวลำภู หลายสมัย และ นายณัฐวุฒิ กองจันทร์ดี ส.ส.หนองบัวลำภู เขต 3 ไปร่วมลงสมัครพรรคไทยสร้างชาติ กล่าวว่า ตนเป็นอดีต สจ.หนองบัวลำภู เขต อำเภอศรีบุญเรือง ครอบครัวศรีกาญจนา เป็นครอบครัวที่อยู่ในอำเภอศรีบุญเรืองมาตลอด และเป็นครอบครัวที่ทำการเมืองท้องถิ่นมาตั้งแต่สมัยคุณแม่อมร ศรีกาญจนา เป็นส.จ.หญิงคนแรกของจังหวัดอุดรธานี และพี่ชายส.ท.ก็เป็นนักการเมืองท้องถิ่นมาตลอด 40 ปี วันนี้ทุกคนยุติบทบาทนักการเมืองท้องถิ่น เพื่อที่จะเตรียมลงการเมืองระดับประเทศ ส่วนตัวได้ปรึกษากับพี่น้องและครอบครัว ทุกคนก็สนับสนุนเห็นชอบให้กำลังใจ เห็นชอบในการลงการเมืองระดับประเทศ เพื่อที่จะพัฒนาจังหวัดหนองบัวลำภูให้เป็นบ้านเกิดของตนเอง
“โดยเมื่อปี 2565 ทราบข่าวว่ าคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ได้ตั้งพรรคไทยสร้างไทย ตนมีโอกาสเข้าพบเพื่อทราบถึงนโยบายของพรรค ถึงตัดสินใจสมัครเป็นสมาชิกของพรรค และเป็นว่าที่ผู้สมัครส.ส.เขต 2 จังหวัดหนองบัวลำภู ซึ่งเป็นการลงพื้นที่เวลาเกือบ 1 ปี ที่ได้ลงพื้นที่เขต 2 โดยได้นำเสนอนโยบายบำนาญประชาชนเดือนละ 3,000 บาท เพื่อคนตัวเล็ก ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี กระทั่งทราบข่าวว่าท่าน ส.ส.ณัฐวุฒิ ได้ถูกกระทำจากพรรคว่าจะไม่ให้ลงสมัคร ส.ส.ในเขตเลือกตั้ง โดยจะให้ขึ้นไปอยู่ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งที่ผ่านมาได้ชื่นชมในตัวส.ส.หนุ่ม เป็นการส่วนตัว เพราะทำงานหน้าที่ไม่ขาดตกบกพร่อง ดังนั้น โอกาสนี้ตนจึงได้ชักชวนไปร่วมงานกันกับพรรคไทยสร้างไทยด้วยกัน เบื้องต้นคุณหญิงสุดารัตน์มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งและดีใจที่จะได้ร่วมทำงานด้วยกัน โดยตนจะพาไปพบคุณหญิงฯ เพื่อที่จะหารือในแนวทางการเลือกตั้งต่อไป จึงขอโอกาสให้กับคนหนองบัวลำภูโดยกำเนิดทั้ง 3 เขตได้เข้ามารับใช้พ่อแม่พี่น้องชาวจังหวัดหนองบัวลำภูในการเลือกตั้งที่จะมาถึงในครั้งนี้ด้วย” นายรุ่งเพชร กล่าว


ย้อนอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ณัฐวุฒิ ลาออกเพื่อไทย พ้อไม่เห็นค่า ถ่อมตัวไม่กล้าขอซบ ทสท. ยันเดินหน้าลง ส.ส.เขตต่อ
- เพื่อไทย แจงไม่ส่ง ‘ณัฐวุฒิ’ ลงเขตต่อ เหตุภรรยา สังกัด ไทยสร้างไทย

