กัญจนา ศิลปอาชา มีความรัก แบบไม่แตะต้อง

10.01.23 | 17:32 น.

กัญจนา ศิลปอาชา
มีความรัก แบบไม่แตะต้อง

จากสาวน้อยหน้าใส ที่ก่อนหน้านี้ ปฏิเสธ ที่จะเข้ามาเล่นการเมืองโดยตลอด จากเหตุผลคำเดียวว่า ไม่ชอบ ไม่เคยรักเลย

แต่ด้วยเหตุผลของครอบครัว ในที่สุดแล้ว “คุณหนูนา” ก็เข้ามาอยู่ใน วงการ การเมืองจนได้
ซึ่งเธอ ก็ปวารณาตัวเองว่า จะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด

“ปี 2538 เป็น ส.ส.สมัยแรก พ่อ(นายบรรหาร ศิลปอาชา)เป็นนายกเลย ตอนนั้น ทุ่มเททำงานเรื่องเด็กและการศึกษาเป็นหลัก เมื่อห่าง ออกมา ตอนนี้จึงทุ่มเทดูแลเรื่องสัตว์เป็นหลักเลย” กัญจนา ศิลปอาชา ที่ตอนนี้ ทำหน้าที่เป็น ที่ปรึกษาคณะทำงานยุทธศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) กล่าว

จาก พี่หนูนา กลายเป็น “ป้านา” ไปแล้ว

Advertisement

“ก็หลายปีแล้ว เป็นเรื่องธรรมดาเลย แก่แล้ว เห็นสัตว์เล็กสัตว์น้อยทั้งหลายเป็น ลูกเป็นหลานหมด เราก็เลยเป็นป้า”(หัวเราะ)

น้อยคนจะรู้ว่า กัญจนา คือ แม่ทูลหัว ของบรรดาสัตว์กำพร้า สัตว์บาดเจ็บ สัตว์ถูกทอดทิ้ง หลายตัว หลายสิบชนิด ที่อยู่ภายใต้การดูแลของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เวลานี้

“ดูแล เพราะสงสาร และคิดว่าต้องรู้สึกแย่มากๆหากรู้อยู่แก่ใจว่าช่วยได้ แต่ไม่ช่วย”

ช่วยแบบที่กัญจนาช่วยที่ว่านี้คือ เอาเงินไปช่วย แล้วให้คนที่มีหน้าที่ มีความรู้ทำงานให้สะดวกขึ้น

“เอาจริงๆเราพอจะมีกำลังทรัพย์ ช่วยตรงไหนได้เราก็เข้าไปช่วยเลยอย่างกรณี น้องธันวา ลูกช้างที่พลัดหลงฝูง แล้วก็ป่วยหนักอยู่ที่ป่ารอยต่อระหว่างเมืองกาญจน์กับสุพรรณบุรี เจ้าหน้าที่ส่งข่าวมา พี่รู้สึกว่ายังไงก็ต้องช่วย มีบางคนบอกว่า เคสนี้เป็น เรื่องของ Natural Selection (ธรรมชาติคัดสรร) ซึ่งพี่ไม่ชอบเลย อย่างกรณี น้องตุลา เขาเดินออกมาจากป่ามาขอความช่วยเหลือ ส่วน น้องธันวา ป่วยอยู่ในป่า แล้วมีพระธุดงค์ไปเจอ แล้วมาแจ้งเจ้าหน้าที่ เราจะใช้ธรรมชาติคัดสรรไม่ได้ เรารู้แล้วไม่ช่วย ไม่ได้ ปล่อยไม่ได้ รู้แล้วต้องช่วยค่ะ เป็นเรื่องของศีลธรรมแล้ว เหมือนเราเห็นสัตว์กำลังจะตาย หรือเห็นคนกำลังจะตาย ก็เป็น หนึ่งชีวิตอ่ะนะ” เธอบอก

 

ต้องเข้าไปดูแลแบบใกล้ชิดไหม

“ก็บอกเลยว่า ที่จริง อยากไปหา อยากไปเยี่ยม ไปดูเขาใกล้ๆ แต่คิดดูดีๆหลายครั้ง หากการไปของเรา ทำให้เจ้าหน้าที่ หรือคนที่จะช่วยเขาได้โดยตรงต้องลำบากใจ ต้องมากังวลใจกับเรา ไม่ไปดีกว่าค่ะ เราอำนวยความสะดวกให้เขาดีกว่า ไม่ว่าจะเรื่องเงิน เรื่องเครื่องไม้เครื่องมือ อย่างเรื่อง ธันวา พอได้รับแจ้ง ก็อยากไปดู แต่เจ้าหน้าที่บอกว่านั่งรถเข้าไป 2 ชั่วโมง และต้องเดินเข้าไปอีก 40 นาที ไม่ไปดีกว่า เราก็ติดตามข่าว และคอยประสานเขาอยากได้อะไร ก็หาให้”

ถึงวันนี้เธอ ไม่เคยแม้แต่ได้เจอหน้าน้องธันวา ตัวเป็นๆ แม้แต่ครั้งเดียว กระทั่ง น้องตายไป ก็ไม่มีโอกาสได้เจออีกเลย แต่ก่อนหน้าระหว่างที่คอยส่งข้าว ส่งน้ำเจ้าหน้าที่ และหยูกยา อุปกรณ์ช่วยชีวิตสารพัด แก่เจ้าช้างน้อยผู้อาภัพ ต้องนั่งลุ้น ติดตามข่าว และเสียน้ำตาไปเท่าไหร่

“พอน้องตายก็เสียใจ แต่คิดว่า ทุกคนทำดีที่สุดแล้ว หมอเราเก่งมาก แต่ธันวาเขาบอบช้ำมาหนักเกินไป แต่อย่างตุลา ตอนนี้เราเริ่มเบาใจแล้วน้องแข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ ตุลาอยู่ที่จันทบุรี เรามีเจ้าหน้าที่ดูแลน้องเฉพาะ ไม่เปิดให้คนภายน้องเข้ามา เพราะสัตว์เล็กๆเขาบอบบางมาก ทั้งตุลา และธันวา พี่ไม่เคยเจอตัวเค้าเป็นๆเลย ได้แต่คุยกับคุณหมอ และเจ้าหน้าที่ ที่ดูแลเขาเท่านั้น”

หรือแม้แต่ น้องขวัญ เสือโคร่งเหยื่อตัวน้อยของขบวนการค้าสัตว์ป่าข้ามชาติ ที่เวลานี้กำลังย่างเข้าสู่วัยรุ่น ซึ่งได้รับการดูแลอยู่ที่ ศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก (สวนสัตว์บึงฉวาก) กัญจนา บอกว่า เธอไปเยี่ยมทุกครั้งที่มีเวลาว่าง และทุกครั้งจะแชร์ภาพลงเฟชบุ๊กส่วนตัวให้บรรดาแฟนคลับได้ดูถึงความเคลื่อนไหว และการเจริญเติบโตของน้องขวัญตลอดเวลา

“เชื่อไหมว่า พี่ไปเยี่ยมขวัญทุกครั้ง ไม่เคยแตะตัวเขาเลย ไม่เคยกอด ไม่เคยสัมผัสตัว เราไม่รู้ว่า ตัวเรามีเชื้อโรคอะไรบ้างที่อาจจะทำให้น้องป่วยได้ ได้แต่มอง ได้แต่ชื่นชม และบอกเจ้าหน้าที่ทุกครั้ง หากพี่จะไปเยี่ยมว่า ใครมีหน้าที่อะไรก็ทำไป ไม่ต้องมาพิเศษอะไรกับพี่”

วันนี้น้องขวัญ มีบ้านหลังใหญ่ บริเวณกว้าง เลียนแบบพื้นที่สภาพป่าให้มากที่สุด ลำพังงบประมาณของกรมอุทยานแห่งชาติ คงมีไม่เพียงพอสำหรับการนี้เป็นแน่ๆ ซึ่งกัญจนา บอกว่า เธอช่วยได้ และจะช่วยดูแล น้องเสือขวัญตลอดไป

มีคนบอกว่า “กัญจนา” มาทำงานกับสัตว์แบบนี้ ดีกว่าเล่นการเมืองเยอะเลย

เธอยิ้ม พร้อมกับบอกว่า ก็จริง แต่ทำงานด้วยใจ แต่ถ้าไม่มีพลังทางการเมืองมาผลักดัน งานก็สำเร็จยาก

“ที่ทำได้เยอะ เพราะมีพลังจากตรงนี้ ยอมรับ กรณีเคส ธันวา หากไม่มีท้อป (วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม) ใครจะไปเห็นความสำคัญ ใครจะไปประสานเอาเฮลิคอปเตอร์ให้ไปรับน้องจากป่าออกมารักษา ยอมรับว่า หากอยู่ในการเมืองทำให้เรามีศักยภาพที่จะทำงานตรงนี้มากขึ้น เพียงเราจะใช้มันอย่างไรให้มีประโยชน์จริงๆ ไม่เอาไปหาผลประโยชน์ ไม่เอาไปรังแกใคร”

ลำพังแค่ นางสาวกัญจนา จะทำอะไรได้มาก เธอกล่าว พลางอมยิ้ม

“ได้ทำงานการเมืองควบคู่ไปด้วย นอกจากการช่วยเหลือสัตว์เป็นรายเคสแล้ว ในส่วนที่เป็นนโยบายที่ออกมาในภาพรวมได้ด้วย เช่น การที่พรรคเราได้ดูกรมปศุสัตว์ เราพยายามผลักดันเรื่อง มาตรฐานปางช้าง ที่มีอยู่เวลานี้”

กัญจนา บอกว่า ปางช้าง 200 กว่าแห่งในประเทศไทยเวลานี้มีการเลี้ยงดูที่แตกต่างกัน มาตรฐานปางช้างที่กำลังจะประกาศเร็วนี้ จะทำให้การเลี้ยงช้างทั่วประเทศมีมาตรฐานเดียวกัน เช่น มีอาหารเพียงพอ มีวันหยุด มีการเกษียณอายุ ป่วยไข้ ตั้งท้อง หรือเพิ่งคลอดลูก ต้องได้รับการรักษา พักผ่อน

1 ชีวิต เจ้าของย่อมหวงแหน แม้อัตภาพ จะไม่เทียบเท่ากัน แต่สิทธิของการมีอยู่ในโลกใบนี้ย่อมต้องมีในมาตรฐานที่ทุกคนยอมรับได้

อย่างที่ กัญจนา ศิลปอาชา เธอยืนยันว่า จะใช้ความเป็นตัวเธอ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะไหน ดูแลสรรพสัตว์ทั้งน้อยและใหญ่ ที่โดนมองข้ามจากคนอื่นๆให้ได้มากที่สุด และดีที่สุด