‘สิริพรรณ’ ชี้ช่องโหว่เลือกตั้งปี 62 ลั่น เรียกร้อง กกต.ออกหนังสือจัดสรรที่นั่ง ให้ชัด – อยากเห็นการถ่ายโอนอำนาจอย่างสันติ ไม่เกิดความรุนแรง
เมื่อวันที่ 11 มกราคม ที่ห้องอเนกประสงค์ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) จัดกิจกรรม เข้าคูหา จับตา การเลือกตั้ง 2566 Protect Our Vote โดยมีการทดลองลงคะแนนเสียงแบบจำลองตามระบบการเลือกตั้งใหม่บัตร 2 ใบ ซึ่งช่วงท้ายจะเปิดหีบนับคะแนน เพื่อให้เห็นว่าสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นข้างหน้าจะมีโอกาสเป็นอย่างไร รวมทั้งการอ่านแถลงการณ์จากเครือข่ายประชาชนสังเกตการณ์การเลือกตั้ง ปี 2566 โดยนอกจากมีกิจกรรมเข้าคูหาจับตาการเลือกตั้ง 2566 ยังมีนิทรรศการ 2022 Election Flashback โดยพิพิธภัณฑ์สามัญชน รวมของสะสมเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ย้อนภาพเหตุการณ์การเลือกตั้ง 62 ทั้งข่าวจากหนังสือพิมพ์ ใบปลิวหาเสียง ฯลฯ
โดยบรรยากาศเวลา 14.00 น. มีกิจกรรมการเสวนาวิชาการ “เข้าคูหา จับตา เลือกตั้ง 66 โดยวิทยากรได้แก่ รศ.ดร.สิริพรรณ นกสวน สวัสดี อาจารย์คณะรัฐศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเตอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw), นายพงษศักดิ์ จันทร์อ่อน จากเครือข่ายเยาวชนสังเกตการณ์การเลือกตั้งเพื่อประชาธิปไตย, ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และดำเนินรายการโดย ดร.เอกพันธุ์ ปิณฑวณิช นักวิชาการด้านสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา
‘เครือข่ายปชช.’ แถลงซัด เลือกตั้ง 66 ต้องไม่ใช่แค่พิธีกรรม! จี้ กกต.โปร่งใส-ชวน ปชช.จับตาถึงคูหา
ในตอนหนึ่ง รศ.ดร.สิริพรรณกล่าวว่า ตนไม่ขอเรียกระบบการเลือกตั้งปี 2562 ว่าระบบเลือกตั้ง แต่เรียกว่าเป็นเทคนิคเลือกตั้ง เพราะไม่มีประเทศไหนในโลกที่ใช้ระบบเลือกตั้งนี้ ตนยืนยัน ข้อเสียที่เห็นได้ชัดจากการเลือกตั้งปี 2562 ซึ่งเรียกว่าระบบจัดสรรปันส่วนผสม ข้อแรกคือเป็นระบบที่ทำให้นักการเมืองอ่อนแอเพราะเน้นตัวบุคคลและรากเหง้าซากเดนของปัญหานี้ ยังสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน ทำไมทุกวันนี้เราถึงเห็นการย้ายพรรคอย่างไร้ยางอาย การซื้อ ส.ส. การซื้อผู้สมัครบ้านใหญ่ แต่เป็นบ้านเล็กบ้านน้อย เพราะเป็นผลพวงของระบบเลือกตั้งปี 2562 ที่เน้นตัวบุคคล
“เขาให้เราเลือกบัตรใบเดียว และเลือก ส.ส.เขต ส่วน ส.ส.บัญชีรายชื่อเอา ส.ส.เขตทั้งหมด ไม่ว่าจะสอบได้ สอบตก บางเขตเข้าไปดูได้ 5 คะแนน ดันคิดว่าคงมีผู้สมัครและครอบครัวเป็นคนเลือก แต่คะแนนเหล่านี้ยังมีความหมาย ดังนั้นในปี 2562 ถึงมีผู้สมัครเป็นหมื่นๆ เพราะคะแนนไม่ตกน้ำ อันนี้เป็นข้ออ้างของผู้ร่างระบบเลือกตั้ง คำถามคือคะแนนไม่ตกน้ำดีตรงไหนในระบบเลือกตั้ง คือคัดผู้ที่ชนะ ไม่ใช่ให้โบนัสกับผู้แพ้ ระบบนั้นเขาเรียกว่า Loser Bonus คือแพ้ก็ยังได้ประโยชน์อยู่ นั้นคือทำให้ตัวบุคคลมีความสำคัญมาก และทำให้บ้านใหญ่ทีเรียกว่าผู้มีอิทธิพล เจ้าพ่อเจ้าแม่ กลับมาบูมอีกครั้งหนึ่ง” รศ.ดร.สิริพรรณระบุ

รศ.ดร.สิริพรรณกล่าวต่อว่า ปัญหาที่ 2 คือการลดทอนความเป็นสถาบันของนักการเมือง ทำให้นักการเมืองต้องไปเน้นตัวบุคคล ต้องไปดึงตัวผู้สมัครเข้ามา ครั้งที่แล้วแข็งขันในเชิงนโยบายก็จริง แต่ว่าถ้าใช้ระบบเลือกตั้งนั้นไปเรื่อยๆ นโยบายของพรรคจะลดความสำคัญลง และไปเน้นตัวบุคคลมากขึ้น
ข้อที่ 3 คือทำให้เกิดการแข่งขันกันเองในพรรค หมายความว่าถ้าเกิดคุณเป็นผู้สมัครพรรคอย่าง ก้าวไกล อนาคตใหม่ในครั้งนั้น คุณจะอยากเป็นผู้สมัครในระบบเขตหรือไม่ เพราะ ส.ส.เขตตอนนั้นของอนาคตใหม่ โอกาสชนะจะค่อนข้างยาก ดังนั้นคนก็อยากเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งได้ประมาณ 50 ที่นั่ง ก็จะทำให้เกิดความขัดแย้งกันในพรรค ตรงนี้เป็นตัวอย่างทางวิชาการที่เป็นรูปธรรม
“ดิฉันดีใจมาก ไม่ว่าท่านจะอยู่ตรงไหนก็ตาม แต่การที่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญและยกเลิกระบบเลือกตั้งจัดสรรปันสวนผสมไป ดิฉันนอนหลับฝันดีหลายวันเลย เรายังไม่ต้องพูดว่าระบบที่จะใช้มในปี 2566 เป็นระบบที่ดีที่สุดหรือเปล่า เพราะคำถามใหญ่คือดีที่สุดสำหรับใคร มันอาจจะยังไม่กลมกล่อม แต่ดิฉันเชื่อว่า ก็จะดีกว่าคราวที่แล้ว โดยเฉพาะเรื่องของวิธีการคำนวณคะแนน” รศ.ดร.สิริพรรณกล่าว

รศ.ดร.สิริพรรณกล่าวต่อว่า ประเด็นที่ 2 เรื่องของการจัดการเลือกตั้ง หลายคนมักจะเชื่อว่า กกต.คำนวณให้เกิดความจงใจ ให้เกิดการปัดเศษ ตนยืนยันว่า กกต.คำนวณถูกแล้ว ไม่ได้เป็นการคำนวณผิด ดังนั้น การที่พรรคได้รับเลือกตั้งเข้ามา 24 พรรค หรือพรรคปัดเศษประมาณ 11-12 พรรค ไม่ใช่เป็นหารคำนวณผิดหรือจงใจ แต่อยู่ที่ระบบเลือกตั้งตั้งแต่แรก และเรื่องเอกสารวิธีการคำนวณของ กกต.มีมาก่อนหน้านั้นแล้ว แต่ไม่ค่อยเปิดเผยและคนไม่ค่อยรู้จัก แต่เพื่อความโปร่งใสและความชัดเจน ครั้งนี้ตนขอเรียกร้องให้ กกต.ออกหนังสือวิธีการคำนวณจัดสรรที่นั่งออกมาก่อน เพราะว่าครั้งนี้ก็จะมี ส.ส.ปัดเศษอีกเหมือนเดิม ให้ประจักษ์กับพรรคการเมือง นักวิชาการ และผู้สนใจทั่วไป
“วิธีการจัดการเลือกตั้งมี 3 ประเด็น สำคัญ คือ 1.บัตรเลือกตั้งที่ ส.ส.เขต และส.ส.แบบบัญชีรายชื่อเป็นคนละเบอร์ และมรดกก็ตกทอดมาสู่ครั้งนี้ ดิฉันไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ทำไมถึงไม่มีการเรียนรู้และแก้ไข ประเด็นนี้ดิฉันคิดว่าเป็นความจงใจที่จะให้พรรคการเมืองลดความสำคัญลงในใจคน
2 .คือ ความรู้ความเข้าใจของ กกต. ซึ่ง กกต.มีสองเรื่องหลักๆ คือ การนับบัตรที่ส่งมาจากต่างประเทศและบอกมาไม่ทันไม่นับ ซึ่งไม่ได้ในทางหลักการ เมื่อเทียบกับหลายประเทศ ต่อให้ปิดคูหา 20.00 น. แต่สองทุ่มยังมีคนรอคิวอยู่ก็ให้ลง แม้ว่าบัตรจะเดินทางมาช้าก็ต้องนับ
3. ครั้งที่แล้ว กกต.ประกาศผลเลือกตั้งแค่ 90 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งไม่ได้ต้องประกาศให้ครบ 100 เปอร์เซ็นต์ นี่คือตัวอย่างของความรู้ความเข้าใจของ กกต. และประการที่สามเรื่องของความโปร่งใสและความเป็นธรรม มีความสำคัญมากในแง่ของการเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ พรรคการเมืองตรวจสอบได้” รศ.ดร.สิริพรรณกล่าว
รศ.ดร.สิริพรรณกล่าวต่อว่า อยากเห็นการถ่ายโอนอำนาจอย่างสันติ ไม่เกิดความรุนแรง สิ่งที่กลัวที่สุดในการเลือกตั้งครั้งหน้า คือปัญหาการถ่ายโอนอำนาจอย่างสันติ การถ่ายโอนอำนาจอย่างสันติคือการเปลี่ยนอำนาจทางการเมืองจากขั้วหนึ่งไปยังอีกขั้วหนึ่ง ถ้ามองย้อนหลังการเมืองใน 20 ปีที่ผ่านมา เราไม่เคยมีการถ่ายโอนอำนาจอย่างสันติ มีการเกิดรัฐประหารหรือการชุมนุมทางการเมืองในทุกครั้งของการถ่ายโอนอำนาจ ซึ่งเราไม่เรียกว่าสันติ และครั้งนี้ หลังการเลือกตั้งจะยอมรับให้พรรคการเมืองหรือขั้วการเมืองที่ได้รับเสียงมากที่สุดของประชาชนจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ ถ้าไม่ยอมโดยยังใช้เสียง ส.ว.จะทำให้เกิดปัญหาใหญ่
“ภายใต้บรรยากาศทางการเมืองที่ไม่มีความละอาย ไม่มีความรู้สึกผิด ไม่คำนึงถึงความชอบธรรมทางการเมืองใดๆ และยังมี ส.ว.250 คนอยู่ในมือ ถึงจะแตกเป็นสองฝั่งก็ตาม ถึงเวลามี ส.ว.ท่านหนึ่งออกมาพูดว่า ‘น้ำบ่อไหน ก็จะไปลงที่น้ำบ่อนั้น’ หมายความว่า น้อยมากที่จะมี ส.ว.แตกแถวมาเลือกในฝั่งที่เคารพเสียงของประชาชน คำถามคือ แล้วประชาชนจะทำอะไรเราพร้อมที่จะรับความไม่สงบใดๆ ต่อจากนี้หรือไม่” รศ.ดร.สิริพรรณกล่าว


