09.00 INDEX ธุรกิจสีเทา ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ในมือ รังสิมันต์ โรม ก้าวไกล
การส่งต่อ “ข้อมูล” ว่าด้วย ธุรกิจสีเทาจาก นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ไปยัง นายรังสิมันต์ โรม ณ รัฐสภา ทรงความหมายเป็นอย่างสูงในทางการเมือง
เหมือนกับจะเป็น “เรื่องส่วนตัว” หากแต่แท้จริงแล้วดำเนินไปในลักษณะอันเป็นกระบวนการทาง “สังคม”
กล่าวสำหรับ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อาจดำเนินการเคลื่อน ไหวในกรณี “ธุรกิจสีเทา” อย่างเป็นส่วนตัว แต่เมื่อข้อมูลเข้าไปอยู่ในมือของ นายรังสิมันต์ โรม ก็มิได้เป็นเรื่องส่วนตัวอีกต่อไป
เนื่องจากที่เป็นฐานอย่างแท้จริงสำหรับ นายรังสิมันต์ โรม คือพรรคก้าวไกล และจากการเลือกตั้งเมื่อเดือนมีนาคม 2562 เป็นต้นมา บทสรุปต่อพรรคก้าวไกลเป็นอย่างไรมีความแจ่มชัด
แจ่มชัดไม่เพียงแต่พรรคก้าวไกลคือความต่อเนื่องภายหลัง พรรคอนาคตใหม่ถูกยุบเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2563 หากนับแต่บัด นั้นเป็นต้นมาบทบาทของพรรคก้าวไกลมีการต่อยอดพัฒนาการ
นั่นก็คือ การต่อยอด “ความคิด” และ “แนวทาง” อันพรรคอนาคตใหม่ได้กำหนดเอาไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม รูปธรรมก็คือ การแสดงบทบาทของพรรคฝ่ายค้านอย่างสร้างสรรค์และเปี่ยมด้วยคุณภาพ
คำว่า “คุณภาพ” นี่เองที่สังคมคาดหวังจากกรณี “ธุรกิจสีเทา”
กระบวนการทำงานของพรรคก้าวไกลสะท้อนการวางแผนและตระเตรียมอย่างเป็นระบบด้วยวิธีวิทยาสมัยใหม่และมีความทันสมัย หนักแน่นด้วยข้อมูล จริงจังต่อเนื้อหาที่มีอยู่ในมือ
ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ “การเปิดโปง IO” ไม่ว่าจะในเรื่องของ “ตั๋วช้าง” ไม่ว่าจะในเรื่อง “การค้ามนุษย์”
บทบาทที่เด่นเป็นอย่างยิ่งของ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ คือการ สามารถได้มาซึ่ง “ข้อมูลดิบ” ภายในขบวนการ “ธุรกิจสีเทา” อย่างลึกซึ้งและกว้างขวาง ก่อให้เกิดความตื่นตะลึงต่อสาธารณะ
ความเชื่อมั่นอย่างหนึ่งก็คือ เมื่อ “ข้อมูลดิบ” เหล่านั้นเข้าไปสู่มือของทีมงานพรรคก้าวไกลก็จะสะท้อนให้เห็นวิธีวิทยาในการบริ หารจัดการในการสังเคราะห์และวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ
ก่อให้เกิดพลังอย่างเป็นรูปธรรม นำเสนออย่างมีลักษณะทะลุทะลวงไปถึงรากฐานในเชิง “โครงสร้าง” ของปัญหารอบด้าน
หากจับปฏิกิริยาในทางสังคมภายหลังการแถลงร่วมระหว่างนายชูวิทย์ มกลวิศิษฎ์ กับคณะของ นายรังสิมันต์ โรม แห่งพรรคก้าวไกล ก็จะสัมผัสได้ในความคาดหวัง
เป็นความเชื่อมั่นต่อข้อมูล “ชูวิทย์” และคุณภาพ “ก้าวไกล”
ทุกอย่างจะมิได้ดำเนินไปในแบบข้าหลวงตรวจการณ์ หรือขี่ม้าเลียบคาย หรือเพื่อต่อรองประโยชน์เฉพาะหน้าทางการเมือง แต่จะขยี้อย่างถึงแก่นแกนอันเป็นเม็ดในของปัญหา
เป้าหมายก็เพื่อยืนยันความต้องการในการเปลี่ยนประเทศก่อภูมิทัศน์ใหม่ทางการเมืองผ่านกระบวนการเลือกตั้ง
ยืนยันบทบาทของพรรคก้าวไกลในสถานะแห่ง “ทางเลือก”

