‘เต้น’ อัด ‘บิ๊กตู่’ เข้า รทสช. แค่ที่รวมแต่คนเป็นอดีต เย้ย อีกไม่นานคงเป็นอดีตนายกฯ บ้าง จวก สัปปายะสภา กลายเป็นสถานที่สับ ‘ประยุทธ์’ ของคนที่ต้องการเพิ่มกล้วย ลั่น ต้องหยุดความอัปยศนี้ได้แล้ว
เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 12 มกราคม ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดตัวเข้าเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ด้วยว่า นึกว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะแสดงแสนยานุภาพทางการเมืองอย่างน่าตื่นตาตื่นใจ หลังจากยึดครองอำนาจต่อเนื่องมา 8 ปี แต่พบว่า ไม่ใช่เหล้าเก่าในขวดใหม่ แต่เป็นเหล้าเก่าในขวดแตกคือ การรวมเอาคนที่แตกออกจากพรรคต่างๆ มาอยู่ด้วยกันและพบว่า ไม่มีบุคคลที่เป็นที่รู้จัก หรือเป็นที่ยอมรับกันในสังคม เป็นคนใหม่ทางการเมือง ปรากฏตัวร่วมงานกับ พล.อ.ประยุทธ์ แต่อย่างใด จึงมองไม่เห็นอนาคต เห็นแต่อดีต เพราะเต็มไปด้วยอดีต ส.ส. อดีตรัฐมนตรี
ตนจึงเชื่อว่าจะส่งผลให้ พล.อ.ประยุทธ์ กลายเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีในไม่ช้า ดังนั้น การตัดสินใจเข้าสู่การเมืองเต็มตัวของ พล.อ.ประยุทธ์ แท้จริงไม่ใช่เป้าหมาย แค่การเป็นนายกรัฐมนตรีต่ออีก 2 ปี ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่อีกฟากฝั่งหนึ่ง มี ส.ว.กลุ่มหนึ่งได้เคลื่อนไหว สับไพ่รอหรือไม่ เพราะเมื่อไม่นานมานี้ ได้มีคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา ได้ศึกษาการบังคับใช้รัฐธรรมนูญ ปี 2560 โดยระบุว่า มีปัญหาที่น่าสนใจในบทบัญญัติในมาตรา 158 ว่าด้วยวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 8 ปี โดย ส.ว.กลุ่มนี้ชี้ว่ามีบทบัญญัติดังกล่าวเป็นเรื่องที่ควรจะพิจารณาแก้ไข
นายณัฐวุฒิกล่าวว่า จึงตั้งข้อสังเกตว่า การกำหนดบทบัญญัตินี้ในรัฐธรรมนูญ ปี 2560 ที่ผ่านมา ส.ว.ไม่เคยมีปฏิกิริยา ไม่เคยวิพากษ์วิจารณ์ ไม่เคยมีท่าทีที่แสดงออกว่า ไม่เห็นด้วยแต่อย่างใด ส.ว.250 คน ยกมือตามสั่งมาตลอด แต่เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จะอยู่ครบ 8 ปีจริง กลับมีมติเห็นตรงกันว่ามาตรานี้มีปัญหา หมายความว่า พล.อ.ประยุทธ์จะเข้าสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้ ต้องใช้เสียง ส.ส.และ ส.ว.แก้ไขมาตรานี้แน่นอน
“ถ้าไม่ได้เตรียมกันไว้ ก็ขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ พูดให้ชัดว่า หลังเลือกตั้งแล้ว จะอยู่แค่เวลาที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ผมไม่ได้ก้าวก่ายงานการเมืองของท่าน แต่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมีผลผูกพันทุกองค์กร ขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ พูดให้ชัดว่าไม่ใช่เตรียมกันไว้ ไม่ใช่การสับไพ่รอ เมื่อเลือกตั้งให้เสร็จแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ มาจั่วน็อกชนะ ผมขอส่งสัญญาณให้ประชาชนรู้เท่าทัน วันนี้หากเส้นทางที่จะยุติ พล.อ.ประยุทธ์ มีทางเดียวคือการได้รัฐบาลประชาธิปไตยมาจะเกิดได้คือ จำเป็นต้องมีพรรคใดพรรคหนึ่งในฟากฝั่งประชาธิปไตยชนะเกินครึ่งในสภาผู้แทนราษฎร ยืนหนึ่งเอาไว้ก่อน ไม่ใช่แค่ 2 ปี แต่จะเป็น 4 ปีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะอยู่ต่อ ผมขอเรียกร้องโดยตรงถึง พล.อ.ประยุทธ์ ผมหวังใจว่าคนที่ประกาศตัวไม่เคยกลัวอะไร เป็นลูกผู้ชาย สง่าผ่าเผยมาตลอด คงไม่อ้ำอึ้ง พูดให้ชัด เพราะคนทั้งประเทศรู้อยู่แล้วว่าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอย่างไร” นายณัฐวุฒิกล่าว
นายณัฐวุฒิกล่าวต่อว่า สภาพการเมืองไทยในขณะนี้ คือความล่มสลายทั้งระบบของการเมืองไทย ภายใต้เป้าหมายปฏิรูปหลังรัฐประหาร คือใบเสร็จที่ พล.อ.ประยุทธ์ เคยประกาศเอาไว้ เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 เป็นคำลวงโลก ไม่มีการปฏิรูปใดๆ การเมืองย้อนหลังออกไปหลายสิบปี มีการแจกกล้วย ซื้อตัวย้ายพรรคโจ่งแจ้งที่สุดเป็นประวัติการณ์ บทบาทของฝ่ายการเมืองในสภา กลายเป็นพื้นที่พบปะเพื่อต่อรองผลประโยชน์ในการย้ายข้างเท่านั้น ทั้งที่งานหลักของสภาคือ การนำเสนอกฎหมาย นำเสนอทุกข์สุขของพี่น้องประชาชน ขณะนี้ไร้ความหมายไปแล้วภายใต้รัฐบาลชุดนี้ สภาไม่เรียกว่าล่ม แต่เรียกว่าเละ พล.อ.ประยุทธ์ไม่เคยใส่ใจ ไม่เคยแสดงความรู้สึกรู้สา เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้ถือกำเนิดในสภา จึงไม่ได้เคารพในแนวทางนี้ คิดอยู่อย่างเดียวคือหาคนเข้าพรรคให้มากๆ สัปปายะสภาสถานกลายเป็นสถานที่สับประยุทธ์ ของกลุ่มการเมืองต่างๆ ที่ต้องการเพิ่มกล้วยดึงตัว ส.ส.เข้าสภาเท่านั้น ตนถือว่าเป็นความอัปยศ และไม่ควรเกิดขึ้นอีกต่อไป สิ่งเหล่านี้ต้องหยุดลงและต้องสร้างการเปลี่ยนแปลงให้ได้

