หลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ตัดสินใจสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ ความชัดเจนทางการเมืองเริ่มแน่นอน เพจ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เผยแพร่ จดหมายเปิดใจ พล.อ.ประวิตร มีใจความน่าสนใจสรุปได้ว่า หลังการรัฐประหารโดย คสช. เมื่อ 22 พฤษภาคม พ.ศ.2557 ภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ ผบ.ทบ. ขณะนั้น พล.อ.ประวิตรเกษียณอายุราชการจากตำแหน่ง ผบ.ทบ.ไปตั้งแต่ พ.ศ.2548 จึงทำได้เพียงเฝ้าติดตามสถานการณ์ด้วยความเป็นห่วง เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์จัดตั้งรัฐบาลเพื่อปฏิรูปบ้านเมืองและจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พล.อ.ประวิตรตอบรับเข้าร่วมรัฐบาลในตำแหน่งรองนายกฯและ รมว.กลาโหม เพื่อหวังจะช่วยประคับประคองสถานการณ์ให้คืนสู่ภาวะปกติโดยเร็ว
พล.อ.ประวิตรระบุอีกว่า คสช.ภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ไม่มีความรู้ความเชี่ยวชาญทางการเมือง พล.อ.ประวิตรเองก็ไม่เชี่ยวชาญ ทำได้เพียงช่วยดูแลเหล่าทัพให้มีเสถียรภาพ และเมื่อยกร่างรัฐธรรมนูญเสร็จสิ้น พล.อ.ประยุทธ์แสดงความประสงค์จะทำงานการเมือง อ้างว่าเพื่อสานต่อภารกิจ พล.อ.ประวิตรจึงตัดสินใจสนับสนุนให้ตั้งพรรคพลังประชารัฐ เพื่อสู้ศึกเลือกตั้งและเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ให้กลับมาเป็นนายกฯ ตามที่เจ้าตัวปรารถนา ซึ่งช่วงเวลาที่ผ่านมาหลายเรื่อง พล.อ.ประวิตรเห็นด้วย และอีกหลายเรื่องไม่เห็นด้วย แต่จำเป็นต้องสงวนท่าที
กระทั่ง พล.อ.ประยุทธ์ตัดสินใจสมัครเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ จึงเป็นความชัดเจนที่ว่า พล.อ.ประยุทธ์แยกทางจากพรรคพลังประชารัฐ ซึ่ง พล.อ.ประวิตรได้ระบุตอนหนึ่งในจดหมายเปิดใจว่า “ผมเคยกล่าวไว้ว่า ‘3 ป. Forever’ มาวันนี้ ผมก็ยังมีความรู้สึกเช่นเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง แต่ในเมื่อท่านตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว ผมก็ไม่สามารถจะบรรยายความรู้สึกออกมาเป็นคำพูดได้ คงจะบอกได้เพียงว่า ผมขอแสดงความยินดีกับท่านด้วย ขอให้ประสบความสำเร็จบนเส้นทางการเมืองใหม่ที่ท่านได้ตัดสินใจเลือกแล้ว” ส่วน พล.อ.ประวิตรยืนยันว่า จะขอรับผิดชอบและจะไม่มีวันทอดทิ้งสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ
จดหมายเปิดใจยืนยันว่า พล.อ.ประวิตรยืนอยู่กับพรรคพลังประชารัฐ ส่วน พล.อ.ประยุทธ์ยืนอยู่กับพรรครวมไทยสร้างชาติ ดังนั้นเมื่อมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น ทั้งสองพรรคต้องแข่งขันกัน ซึ่งผลการแข่งขันย่อมมีผู้แพ้และผู้ชนะ และระหว่างการแข่งขันย่อมต้องมีการงัดกลยุทธ์ต่างๆ เพื่อคว้าชัย แม้ พล.อ.ประวิตรจะยืนยันว่า 3 ป.ประกอบด้วย พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตร และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ยังฟอร์เอเวอร์ แต่เมื่อสถานการณ์เข้าสู่การแข่งขัน 2 ป.อยู่คนละพรรค พล.อ.ประวิตร กับ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องแข่งกันเต็มที่ ซึ่งอาจมีการกระทบกระทั่งกัน ความสัมพันธ์ 2 ป. ยังจะฟอร์เอเวอร์หรือไม่ยังต้องพิสูจน์ แม้ว่าการเลือกตั้งจะเป็นแค่การแข่งขัน เมื่อผลการแข่งขันออกมา หากทุกฝ่ายยอมรับความสัมพันธ์ต่างๆ ควรจะเหมือนเดิมก็ตามที

