คอลัมน์หน้า 3 : รากฐาน คำขวัญ รับเงินหมา กาเพื่อไทย มีเลือด มีน้ำตา
สโลแกน “รับเงินหมา กาเพื่อไทย” อันกระหึ่มจากปาก น.ส.แพทองธาร ชินวัตร บนเวที “อีสานยามใด๋ เพื่อไทยทอนั่น”
สะท้อนลักษณะ “ประวัติศาสตร์”
1 เป็นสโลแกนซึ่งเกิดขึ้นในบรรยากาศแห่งการเสนอตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นบัญชีรายชื่อหมายเลขหนึ่ง
เท่ากับเป็น “แคนดิเดต” นายกรัฐมนตรี
ขณะเดียวกัน 1 เป็นสโลแกนซึ่งเกิดขึ้นภายหลังสถานการณ์การล้อมปราบ “คนเสื้อแดง” อย่างเหี้ยมโหด กลางเมือง
บนถนนราชดำเนิน แยกราชประสงค์
โดยมีเป้าหมายไปยังรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์อย่างเป็นด้านหลัก ประสานเข้ากับอีก 2 องค์ประกอบที่มิอาจมองข้าม
1 พรรคภูมิใจไทย 1 พรรคทหาร
การฟื้นสโลแกน “รับเงินหมา กาเพื่อไทย” ในสถานการณ์การเลือกตั้งปี 2566 จึงเท่ากับเป็นการฟื้นอดีตอันใกล้คืนมา
เป็นอดีตปี 2553 เมื่อ 10 กว่าปีก่อน
เป็นอดีตที่สัมพันธ์กับพรรคประชาธิปัตย์ เป็นอดีตที่สัมพันธ์กับพรรคภูมิใจไทย เป็นอดีตที่สัมพันธ์กับบทบาทของทหารในการล้อมปราบ
ล้อมปราบ “เสื้อแดง” ล้อมปราบ “เพื่อไทย”
ในปี 2566 บทบาทของพรรคประชาธิปัตย์อาจอยู่ในช่วงขาลง แสงแห่งสปอตไลต์จึงฉายจับไปยังพรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคพลังประชารัฐ พรรคภูมิใจไทย
ภายใต้สภาพการณ์ “พลังดูด” อย่างโจ๋งครึ่ม
บทเรียนในยุค น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย อาจได้รับโดยตรงและด้วยความเจ็บปวด
บทเรียนในยุค 2566 จะเป็นของผู้ใด
ความน่าสนใจอยู่ที่การเกิดขึ้นของพรรครวมไทยสร้างชาติซึ่งแยกและแตกตัวออกมาจากพรรคพลังประชารัฐ
โดยมี “ประชาธิปัตย์” เข้ามา “เสริม”
พรรครวมไทยสร้างชาติอยู่ภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พรรคพลังประชารัฐอยู่ภายใต้การนำของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
2 คนนี้มีบทบาทอย่างไรในปี 2553
2 คนนี้มีบทบาทเชื่อมโยงอย่างไรกับการเคลื่อนไหวของ “มวลมหาประชาชน” และรัฐประหารเมื่อปี 2557
และแนบแน่นกับ “ภูมิใจไทย” แบบไหน
นี่คือพันธมิตรในแนวร่วมระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ กับ พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์
เป็นรากฐานแห่ง “รับเงินหมา กาเพื่อไทย”
กระหึ่มแห่งการเปล่งคำขวัญ “รับเงินหมา กาเพื่อไทย” โดย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร จึงดำเนินไปอย่างมีลักษณะประวัติศาสตร์
เป็นประวัติศาสตร์แห่งการต่อสู้ เข้มข้น
เป็นการจัดแถว จัดขบวน ซึ่งสัมพันธ์กับการต่อสู้ตั้งแต่รัฐประหาร 2549 เรื่อยมาจนถึงรัฐประหาร 2557
ใครเป็นมิตร ใครเป็นศัตรู

