“ชลน่าน” มั่นใจ สภาจะล่มตลอด หากดึงดันพิจารณา กม.กัญชา น้อมรับคำด่า ชี้บิดเบี้ยว เพราะ ส.ส.แห่ย้ายพรรค
เมื่อเวลา 13.10 น. วันที่ 18 มกราคม ที่รัฐสภา นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงเหตุสภาล่มในวันนี้ว่า ตนเข้าใจความรู้สึกคับแค้นใจของประชาชนเป็นอย่างดี หลายคนประณามว่ากินเงินเดือนจากภาษีประชาชน แต่ไม่ทำงาน จึงขอชี้แจงเรื่องดังกล่าวว่า สถานการณ์จะเป็นแบบนี้ต่อไปหากนำเรื่องกฎหมายกัญชาเข้าสู่วาระการประชุม เพราะมองว่าร่างกฎหมายดังกล่าวเป็นปัญหามีข้อถกเถียงกันมากในชั้นการพิจารณา วาระที่ 2 ซึ่งมีทั้งฝ่ายที่สนับสนุน และฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย
นพ.ชลน่านกล่าวต่อว่า ทุกฝ่ายเห็นด้วยกับกัญชาเพื่อการแพทย์ ไม่ใช่กัญชาเสรี หรือสันทนาการ แต่พอร่างออกมาเสร็จเรียบร้อยในชั้นกรรมาธิการ สิ่งที่ทุกคนต้องการคือกัญชาเพื่อการแพทย์ ไม่มีตัวบทกฎหมายรองรับว่า จะควบคุมไม่ให้เสรีได้อย่างไร ซึ่งเป็นประเด็นที่ฝ่ายค้านไม่เห็นด้วย และเมื่อกลไกในสภาเสียงข้างมากไม่มีมากพอ องค์ประชุมตอนนี้ใช้แค่ 217 เสียง หากเสียงข้างมากไม่ยอมจะใช้เสียงข้างมากตัวเองผลักดันอย่างจริงจัง องค์ประชุมก็จะไม่ครบ ทั้งนี้ ฝ่ายเสียงข้างน้อยยินดีที่จะร่วมพิจารณากฎหมาย แต่ภายใต้เงื่อนไขเสียงข้างมากต้องเป็นองค์ประชุม
“เรายอมรับคำด่าของประชาชน นี่คือความบิดเบี้ยวของสภา ที่มาจากเสียงข้างน้อยมีการลาออก มีการย้ายพรรค โดยไม่สนใจพี่น้องประชาชน ที่เลือกเขาเข้ามา เพื่อแสวงหาโอกาสว่าจะได้กลับมาเป็น ส.ส.ใหม่เท่านั้นเอง สิ่งนี้คือสาเหตุที่ทำให้สภาล่ม ย้ำว่า ถ้าสภาพสภาล่มเป็นแบบนี้ ก็จะเป็นแบบนี้ตลอดไป ซึ่งฝ่ายค้านเราแก้ปัญหาให้หลายเรื่อง เราเสนอประธานสภาว่า หากประชุมตามปกติติดกับดักแน่ กฎหมายสำคัญๆ ที่เราเห็นพ้องต้องกันว่าจะให้ผ่านและเสนอขอนัดประชุมเป็นวาระพิเศษ เช่น วันพรุ่งนี้ (19 มกราคม) มีกฎหมายหลายฉบับ ซึ่งก็มั่นใจว่าการประชุมสภาวันพรุ่งนี้จะไม่ล่ม เพราะเป็นกฎหมายที่ทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกัน แม้เสียงจะน้อยแต่อยู่ครบองค์ประชุมแน่นอน” นพ.ชลน่านกล่าว
เมื่อถามว่า ถ้าเป็นกฎหมายกัญชา จะสกัดไม่ให้ผ่านใช่หรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า กฎหมายกัญชาก็มีการประชุมตามปกติ แต่มีการต่อสู้กันหากเสียงข้างมากอยากให้ผ่าน ก็ต้องระดมเสียงข้างมากมา เพราะเสียงข้างน้อยไม่เห็นด้วย
ถามต่อว่า องค์ประชุมขึ้นอยู่กับความเห็นที่ต่างกันของตัวบทกฎหมาย จะส่งผลต่อการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรีในการยุบสภาหรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า จะใช้เงื่อนไขสภามาเป็นเงื่อนไขในการยุบสภาหรือไม่ ตนไม่ทราบ เพราะนายกรัฐมนตรีก็ไม่เคยเห็นมีบทบาท และให้ความสำคัญในสภาอยู่แล้ว หากสภาไม่ทำผิดจนนายกรัฐมนตรีทนไม่ได้ ไม่น่าจะใช้เป็นเงื่อนไขในการยุบสภา ตนเคยพูดหลายครั้งแล้วว่า นายกรัฐมนตรีจะยุบสภาไม่เคยดูไปตามข้อกฎหมาย ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ดูว่ายุบเมื่อไหร่จะได้สืบทอดอำนาจต่อ
เมื่อถามว่า นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่ามีโอกาสสูงที่ร่างกฎหมายกัญชา กับ กฎหมายคู่ชีวิต อาจถูกแขวนยาว จะกระทบกับกฎหมายของฝ่ายค้านหรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า ไม่ได้ อย่างกฎหมายคู่ชีวิตเราเจรจากับประธานสภา ว่าใช้วิธีการนัดประชุมวาระพิเศษได้ ถ้าทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกัน ซึ่งฝ่ายค้านเราเห็นพ้องแบบนี้อยู่แล้ว หากเสียงข้างมากเห็นด้วย ก็ให้ประธานสภา นัดประชุมเป็นวาระพิเศษพิจารณากฎหมายเหล่านี้ได้

