ความหงุดหงิดต่อคำถามเรื่อง “โรดแมป” ก็เหมือนกับความหงุดหงิดต่อคำถามเรื่อง “สืบทอด” อำนาจ
เป็นคำถามตาม “วาระ”
ขณะเดียวกัน คำตอบอันแฝง “ความหงุดหงิด” ก็เป็นความหงุดหงิดตาม “วาระ”
ลองย้อนกลับไปพิจารณา “ถ้อยคำ”
ไม่ว่าจะเป็นวลีอย่าง “อยู่ที่สถานการณ์” ไม่ว่าจะเป็นวลีอย่าง
“ขี้เกียจตอบ” หรือ “เมื่อไรจะเข้าใจกัน”
ย้อนกลับไปยังห้วง “หลัง” รัฐประหาร
คำถามว่าด้วย “สืบทอดอำนาจ” ดังขึ้นเหมือนแผ่นเสียงตกร่องเมื่อมีการยกร่าง “รัฐธรรมนูญ”
จากชุด นายบวรศักดิ์ อุวรรโณ ถึงชุด นายมีชัย ฤชุพันธุ์
และเมื่อร่างรัฐธรรมนูญผ่าน”ประชามติ” คำถามใหม่ก็คือ สถานการณ์อันเกี่ยวกับ “โรดแมป”
จะ “เร็ว” ขึ้นหรือจะ”เลื่อน”ออกไป
ต้องยอมรับว่า “โรดแมป” มีความสำคัญและความหมายเป็นอย่างสูงในทางการเมือง
จึงต้องมี “ปฏิญญาโตเกียว” จึงต้องมี “ปฏิญญานิวยอร์ค”
ทำไมจึงต้องประกาศเมื่อเดินทางไป “โตเกียว” ทำไมจึงต้องประกาศเมื่อเดินทางไป “นิวยอร์ค”
เพราะ “นานาชาติ” ต้องการ “ความแจ่มชัด”
เพราะ “ในประเทศ” เองก็ต้องการความแจ่มชัดและความแน่นอน
จะเงี่ยหูฟังจาก “โหร” อย่างเดียวคงไม่ได้
จำเป็นต้องฟังจากคนสำคัญของ “คสช.” ไม่ว่าจะเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ว่าจะเป็น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
ยิ่งเข้าสู่ปี 2560 คำถามนี้จะถี่ยิบ ยิ่งขึ้น
“นักข่าว” อาจเป็นปราการด่านแรกที่จะต้องประสบกับคำตอบซึ่งมากด้วย “ความหงุดหงิด”
เพราะ “จำเป็น” ต้องทำ”หน้าที่”
ขณะเดียวกัน นักการเมืองอาจเป็นปราการด่านต่อไปที่จะต้อง ประสบกับคำตอบซึ่งมากด้วย “ความหงุดหงิด”
เพราะ “จำเป็น” ต้องทำ “หน้าที่”
ไม่ว่าจะเป็นจาก “พรรคเพื่อไทย” ไม่ว่าจะเป็นจาก “พรรคประชาธิปัตย์” ต้องเคลื่อนไหว
เคลื่อนไหวและเรียกร้อง
เบื้องต้นที่สุดก็คือ เคลื่อนไหวและเรียกร้องให้ “ปลดล็อก” คำสั่งห้ามดำเนินกิจกรรมทางการเมือง
ยังมี “คำถาม” อีกมากมายจะค่อยๆ ดังขึ้นและดังขึ้น
เพราะเป้าหมายของทุกคน ทุกฝ่ายจะรวมศูนย์ไปยังประเด็นว่าด้วย “การเลือกตั้ง”
ยากยิ่งที่ “คสช.”จะปฏิเสธ”คำตอบ”

