‘สนธิญา’ ร้องกกต.โต้ ‘สมชัย-วีระ’ ปมจัดประชุมใหญ่ รทสช. ใส่ร้าย-แค้นบังตา

23.01.23 | 13:04 น.

‘สนธิญา’ ร้อง กกต.โต้ ‘สมชัย-วีระ’ เคยร้อง 5 ประเด็น จัดประชุมใหญ่พรรค รทสช. ใส่ร้ายหรือไม่ ชี้แค้นส่วนตัวบังตา ไม่ชอบ ‘บิ๊กตู่’ เหตุโดน คสช.เซตซีโร่ กกต.

เมื่อวันที่ 23 มกราคม ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสนธิญา สวัสดี อดีตที่ปรึกษากรรมาธิการ การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ยื่นคำร้องต่อ กกต.เพื่อตรวจสอบกรณีที่ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบาย และ นายวีระ สมความคิด ประธานยุทธศาสตร์ด้านการต่อต้านคอร์รัปชั่นของพรรคเสรีรวมไทย และพรรคเสรีรวมไทย ยื่นให้ตรวจสอบ 5 ประเด็นเกี่ยวกับการประชุมใหญ่ของ พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เมื่อวันที่ 9 มกราคม ว่าเป็นการกระทำใส่ร้ายด้วยความเท็จทำให้เกิดความเสียหาย เข้าข่ายผิดมาตรา 101 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองหรือไม่

เนื่องจากเห็นว่า ประเด็นที่นายสมชัยและนายวีระกล่าวหาว่า การประชุมในวันดังกล่าวได้มีการขนคนมาร่วมประชุม อาจผิดบทบัญญัติรัฐธรรมนูญนั้น เห็นว่ารัฐธรรมนูญให้สิทธิบุคคลในการรวมกลุ่ม ทำอะไรก็ได้ รวมถึงจัดตั้งพรรคการเมือง ซึ่งการบอกว่า การขนคนมีการให้ทรัพย์สิน เข้าข่ายจูงใจก็จึงต้องให้ กกต.ตีความว่ากรรมการบริหารพรรคมีส่วนรับรู้หรือไม่

ส่วนการแจกหมวก แจกเสื้อ เห็นว่าในการประชุมดังกล่าว พรรคได้มีการเขียนไว้ชัดเจนว่าเป็นทรัพย์สินของพรรค ดังนั้น ใครที่จะนำมาแจกจ่ายก็ต้องพึงระวัง ในวันนั้นเป็นการประชุมใหญ่ของพรรคมีการรับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นสมาชิกพรรค ซึ่งพรรคต้องการความสวยงามจึงมีการแจกเสื้อ และหมวกให้กับผู้ที่มาร่วมงาน เพราะต้องการสื่อให้ประชาชนทั้งประเทศรับรู้ เมื่อถึงเวลาจะเดินทางกลับ หากมีการคืนสิ่งเหล่านั้นให้กับพรรคก็ไม่มีปัญหา สำหรับการปราศรัยของ นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี ไม่ก้าวล่วง เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน อยากให้ กกต.พิจารณาว่าสิ่งที่ นายไตรรงค์ ถูกกล่าวหาจาก นายสมชัย จริงหรือไม่อย่างไร

นายสนธิญากล่าวอีกว่า การที่ นายสมชายอ้างว่า มีการเชิญนักร้องมาร้องเพลงช่วงพักการประชุมของพรรค เข้าข่ายจัดมหรสพนั้น ส่วนตัวเคยสอบถาม กกต.หลายคน ได้รับคำยืนยันว่า ก่อนที่ผู้สมัคร และพรรคการเมืองจะได้เบอร์ที่จะใช้หาเสียง การแห่กลองยาว ไม่ถือว่าเป็นความผิด แต่ถ้าได้เบอร์ แห่ออกมามีสิทธิที่จะรับใบแดง ดังนั้นการที่นักร้องขึ้นมาร้องเพลง ก็ต้องให้ กกต.วินิจฉัยว่า เป็นการจัดมหรสพหรือไม่

ส่วนที่กล่าวหาว่า ในการประชุมใหญ่ไม่มีการเซ็นชื่อของผู้เข้าร่วมประชุม เห็นว่า ไม่ว่าจะมีการเซ็นหรือไม่ ไม่จำเป็นจะต้องรายงานใครให้ทราบ ยกเว้นรายงานให้ กกต.ทราบเท่านั้น ซึ่งในวันที่มีการจัดงานพรรคได้มีการเชิญ กกต. ส่วนหนึ่งไปร่วมสังเกตการณ์อยู่แล้ว

Advertisement

“สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดเชื่อว่า นายสมชัย ได้นำความรู้สึกโกรธ เกลียดชัง ไม่ชอบ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นการส่วนตัว เนื่องจากเมื่อปี 2561 พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะหัวหน้า คสช.ได้ใช้อำนาจตามมาตรา 44 มีคำสั่งหัวหน้า คสช.ให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต.ซึ่งสร้างความโกรธเคียง โกรธแค้น ให้กับนายสมชัย มาเป็นลำดับ” นายสนธิญากล่าว

นายสนธิญายังยกตัวอย่างการกระทำของ นายสมชัย ที่เห็นว่าเข้าข่ายโกรธแค้นเกลียดชัง พล.อ.ประยุทธ์ ว่าเช่นเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2565 โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จะอยู่ไม่ถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2565 ซึ่งตนได้เข้าไปตอบโต้ว่า ถ้าหากรัฐบาลอยู่เกินกว่าระยะเวลาที่ระบุ นายสมชัยพร้อมที่จะยุติการต่อว่ารัฐบาลหรือไม่ แล้วถ้าหากรัฐบาลอยู่ไม่สิ้นเดือนกุมภาพันธ์จริง ก็พร้อมจะยุติการเคลื่อนไหวทางการเมืองเช่นกัน แต่ปรากฏว่า นายสมชัยก็ไม่ได้รับคำท้าและยังมีการบล็อกเฟซบุ๊กส่วนตัว และการยุบสภาก็ไม่ได้เกิดขึ้นตามที่ นายสมชัยได้ระบุไว้

นอกจากนี้ ประมาณเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2565 นายสมชัย ได้โพสต์ข้อความระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะทำให้พรรค รทสช.ถูกยุบ เพราะท่านได้กล่าวว่าจะเป็นแคนดิเดนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียวของพรรค ซึ่งก็ไม่จริงเพราะขณะนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค และแม้ขณะนี้ที่ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นสมาชิกพรรคแล้ว ทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ และพรรค รทสช. ก็ยังไม่ได้มีการประกาศว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพียงคนเดียว

การวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ ของ นายสมชัย เกี่ยวกับ พล.อ.ประยุทธ์ สร้างความเคลือบแคลงให้สังคมเกิดความสงสัย ซึ่งไม่ทราบว่าทั้ง นายสมชายและนายวีระ กระทำในนามบุคคลหรือในนามพรรค จึงอยากให้ กกต.ตรวจสอบ หากพบว่าเป็นความผิดส่วนบุคคล มาตรา 101 กำหนดโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ส่วนถ้าพบว่าพรรครู้เห็นเกี่ยวข้อง กกต.จะต้องส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคการเมืองนั้น และเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรค

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนที่นายสนธิญายื่นคำร้อง ได้มีการแจ้งผู้สื่อข่าวว่านายเสกสกล อัตถาวงศ์ หรือแรมโบ้ อีสาน อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรี ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จะมาร่วมยื่นคำร้องดังกล่าวต่อ กกต. แต่พบว่ามีเพียงนายสนธิญามายื่นคำร้องเพียงคนเดียว และอ้างว่านายเสกสกล ตั้งใจมายื่นคำร้องด้วยตนเอง แต่ช่วงเช้าที่ผ่านมาระบุว่าติดภารกิจสำคัญไม่สามารถเดินทางมาได้ โดยนายเสกสกลระบุว่า หาก กกต.เรียกเข้ามาให้ข้อมูลก็พร้อมที่จะนำเอกสาร หลักฐานมาชี้แจ้งว่า รทสช.ไม่ได้มีการกระทำอย่างที่นายสมชัยกล่าวว่า

ข่าวน่าสนใจอื่น: