หน้าแรก การเมือง ‘ชญาภา’ จวกปม...

‘ชญาภา’ จวกปมตำรวจให้บริการแบบวีไอพี เหน็บง่วนสร้างพรรคใหม่ เมินแก้ปัญหาทุนจีนสีเทา

24.01.23 | 10:28 น.

‘ชญาภา’ จวกปมตำรวจให้บริการแบบวีไอพี เป็นปลาตัวเดียวเน่าทั้งข้อง เปิดสถิติเดือนเดียวตั้ง กก.สอบไป 6 ชุด แนะแก้ต้นเหตุ เหน็บมัวแต่ง่วนกับการสร้างพรรคใหม่ เมินแก้ปัญหาทุนจีนสีเทา

เมื่อวันที่ 24 มกราคม น.ส.ชญาภา สินธุไพร รองโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) และผู้ซึ่งประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรค พท. กล่าวถึงกรณีที่มีการนำเสนอข่าวนักท่องเที่ยวชาวจีนอ้างว่าใช้บริการวีไอพีจากตำรวจไทยพร้อมจ่ายเงินตอบแทน ว่าเป็นอีกครั้งที่ตำรวจไทยบางส่วนทำงามหน้าประเทศ เป็นปลาตัวเดียวที่ทำให้วงการสีกากีเน่าไปทั้งข้อง ทำเกียรติภูมิของตำรวจไทยเสียหาย สะท้อนไปถึงการบังคับใช้กฎหมายที่เหลวแหลก พฤติกรรมของตำรวจบางกลุ่มที่ถูกเปิดโปง ต้องยอมรับว่าหากหัวไม่สั่นหางคงไม่กระดิกใช่หรือไม่ สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งที่สั่นคลอนระบบราชการภายใต้การบริหารราชการแผ่นดินของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องรับผิดด้วย อย่ารับแต่ชอบ


น.ส.ชญาภากล่าวต่อว่า ที่ผ่านมากี่กรณีแล้วที่ พล.อ.ประยุทธ์ปล่อยปละละเลยให้ธุรกิจสีเทาและทุนจีนสีเทาเฟื่องฟู ยาเสพติดระบาดเกลื่อนบ้านเกลื่อนเมือง ระบบการส่งส่วยที่รับเงินสดแบบไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย เมื่อตรวจพบแต่ละครั้งก็ทำได้แค่ย้ายเข้ากรุ ตั้งคณะกรรมการสอบ โดยภายในเดือนมกราคม 2566 เพียงเดือนเดียวพบว่ามีการตั้งกรรมการสอบหน่วยงานของรัฐไปแล้ว 6 คณะ ได้แก่ คณะกรรมการตรวจสอบกรณีเรือหลวงสุโขทัยอับปาง, กรณีพบส่วยในห้องทำงานข้าราชการระดับสูงกรมอุทยาน, กรณีตำรวจ 191 เรียกทรัพย์หลังค้นบ้านทุนจีนสีเทา, กรณีดีเอสไอกรณีเรียกทรัพย์ค้นบ้านทุนจีนสีเทา, กรณีเปลี่ยนป้ายสถานีกลางบางซื่อ, กรณีช่วยเหลือคดีตู้ห่าว ซึ่งเพิ่มเติมจากเรื่องเก่าที่ยังไม่มีความคืบหน้า อย่างเรื่องเงินบริจาคของนายตู้ห่าวที่บริจาคให้พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จึงไม่อยากประเมินสถานการณ์ไปถึงอนาคตว่าประเทศไทยจะมีการตั้งคณะกรรมการไปอีกกี่ชุด ทั้งที่การแก้ไขที่ต้นเหตุสามารถทำได้ด้วยการมีผู้นำที่มีความจริงใจในการแก้ไขปัญหา และเอาจริงเอาจังในการปราบปรามการทุจริตทุกรูปแบบมากกว่านี้ แต่ พล.อ.ประยุทธ์กลับละเลย ฉายา 8 ปีที่แปดเปื้อน ที่สื่อตั้งให้คงสมฉายาแล้ว

“การบริหารประเทศในช่วง 8 ปีที่ผ่านมานับตั้งแต่การรัฐประหารในปี 2557 พล.อ.ประยุทธ์ใช้อำนาจพิเศษ มาตรา 44 ปกครองประเทศมา 5 ปี โดยไร้การตรวจสอบ ยังปล่อยปละละเลยกรณีทุนจีนสีเทาของนายตู้ห่าว จึงเป็นไปไม่ได้ที่ฝ่ายบริหารจะไม่รับรู้ รัฐธรรมนูญปราบโกง รัฐธรรมนูญคนดี มาถึงวันนี้บ้านเมืองเต็มไปด้วยธุรกิจสีเทา ยาเสพติดระบาด แต่เหมือน พล.อ.ประยุทธ์จะไม่รู้ร้อนรู้หนาว ยังง่วนกับการสร้างพรรค หวังอยากอยู่ในอำนาจต่อไปอีก ยังไม่ยอมตรวจสอบกรณีที่บริษัทของหลานชายได้งานของรัฐจำนวนมาก ถือเป็นการเมืองที่ไร้ความรับผิดชอบ ไร้ประสิทธิภาพ นี่หรือคือการเมืองที่ พล.อ.ประยุทธ์เพรียกหา ซึ่งล้มเหลวสิ้นเชิง” น.ส.ชญาภากล่าว