‘ณัฐวุฒิ’ ไม่ขอตอบโต้ ‘จตุพร’ หลังพาดพิง ‘เพื่อไทย-ทักษิณ’ หวั่นกระทบความรู้สึกคนร่วมต่อสู้มา มุ่งหน้าดันเพื่อไทยแลนด์สไลด์ แก้ไขปัญหา ปชช.
เมื่อเวลา 10.50 น. วันที่ 24 มกราคม ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย และอดีตแกนนำ นปช. กล่าวถึงกรณีที่ นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำคณะหลอมรวมประชาชน และอดีตแกนนำ นปช. ออกมาวิพากษ์วิจารณ์พรรค พท. และ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่าทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว เป็นท่าทีของนายจตุพร ซึ่งแสดงออกทั้งตัวข้อความ และอารมณ์ความรู้สึก โดยจุดยืนของพรรค พท.ตนได้หารือกับผู้เกี่ยวข้องในพรรคเห็นตรงกันว่าจะไม่ตอบโต้ ไม่สร้างพื้นที่วิวาทะ จะไม่ทำให้เกิดการกระทบกระทั่งบานปลายระหว่างคนในพรรค และนายจตุพรมากไปกว่าที่เป็นอยู่ แม้นายจตุพรกล่าวอ้างเหตุที่ออกมาแสดงบทบาทดังกล่าว เพราะได้รับข่าวสารนายทักษิณ พูดจาพาดพิงที่ฮ่องกง ซึ่งตนไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ จึงพูดไม่ได้ว่าเป็นข้อเท็จจริงหรือไม่ อย่างไร แต่พูดได้ว่าเหตุการณ์นี้มันเกิดผลกระทบทางความรู้สึกของพี่น้องประชาชน ผู้สนับสนุนพรรค พท.โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ร่วมต่อสู้ทางการเมืองเพื่อประชาธิปไตยมากว่า 10 ปี ในนามของคนเสื้อแดง
นายณัฐวุฒิกล่าวต่อว่า มีหลายฝ่ายติดต่อมาสอบถามขอฟังคำอธิบาย ซึ่งได้บอกไปว่าจะไม่ตอบโต้ หรือเปิดประเด็นสวนกันไปมาอย่างแน่นอน เรายังคงรักษาสมาธิในการเดินหน้าเพื่อเป้าหมายแลนด์สไลด์ เพื่อตั้งรัฐบาลของประชาชน แก้ปัญหาให้กับประชาชนตามที่ได้ประกาศกันเอาไว้ สำหรับสื่อมวลชนที่ติดต่อมาจะให้ตนไปออกรายการคู่กับนายจตุพรนั้น ในทางส่วนตัวตนสามารถพบปะพูดคุยกับนายจตุพรได้ปกติ แต่ในภาวการณ์เช่นนี้แม้จะดูน่าตื่นเต้น แต่ดูแล้วไม่มีประโยชน์กับประชาชน และขบวนการที่ต่อสู้ด้วยกันมา คนเสื้อแดงถูกกระทำ เจ็บปวด สูญเสียทั้งชีวิตและอิสรภาพมากเกินพอแล้ว
“ดังนั้น ถ้าจะมีบางอย่างที่รักษาไว้ให้ได้ ผมก็จะรักษาไว้ คือความทรงจำที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยด้วยกันมาของแกนนำและมวลชนเสื้อแดง ผมเชื่อว่าพี่น้องร่วมอุดมการณ์ คงไม่มีใครอยากเห็นภาพว่าตนกับคุณจตุพรจะต้องแสดงความคิดเห็นแตกต่างกันในบางแง่มุมบนพื้นที่สื่อสารมวลชน ปกติวิถีของผมไม่เคยตอบโต้วิวาทะกับพี่น้องผู้ร่วมแนวทางมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ตั้งแต่ขึ้นบนเวทีการต่อสู้ทางเมืองจนถึงปัจจุบันก็ไม่เคยทำ และเมื่อได้แสดงออกต่อกันเป็นระยะหนึ่งเวลาก็เพียงพอที่จะให้ประชาชนได้ใช้วิจารณญาณว่ามีความคิดอ่านอย่างไรต่อสิ่งที่เป็นอยู่” นายณัฐวุฒิกล่าว
นายณัฐวุฒิกล่าวต่อว่า ทุกคนมีถูกได้ผิดได้ สามารถถูกวิพากษ์วิจารณ์ได้ สามารถถูกตั้งคำถามเรื่องราวในอดีต ปัจจุบัน อนาคตได้ ในวิถีทางของมิตร ตนหวังใจว่าเรายังจะรักษาความเข้าใจเบื้องต้นระหว่างกันว่ามันไม่มีประโยชน์ที่จะวิวาทะอะไรให้ยาวความมากมายไปกว่านี้ ตนไม่มีอะไรแตกต่างไปกับนายจตุพร เราต่อสู้ร่วมเป็นร่วมตายกันมา ถูกเขาไล่ยิง ไล่ฆ่า ติดคุกในคดีแบบเดียวกัน วันนี้ไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมืองเหมือนกัน ตนเข้ามาทำหน้าที่ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย ก็ไม่มีเงื่อนไขอื่นใด นอกจากตั้งใจจะเป็นส่วนหนึ่งในการเอาชนะคณะรัฐประหารที่สืบทอดอำนาจ เอาอำนาจนั้น กลับคืนมาให้ประชาชน ตนไม่เคยเจรจาเรื่องยศศักดิ์ หรือตำแหน่งใดๆ กับพรรคแม้แต่ครั้งเดียว
นายณัฐวุฒิกล่าวอีกว่า ตลอดเวลาที่ผ่านว่า คำว่าแกนนำ นปช.ไม่ได้ดำรงสภาพแบบเดิม ไม่ได้มีการประชุม ไม่ได้มีการขับเคลื่อนมา 2-3 ปีแล้ว แต่เพื่อนมิตรพี่น้องในส่วนที่ยังทำกิจกรรมร่วมกันยังมีอยู่ จุดยืนแบบเดียวกันคือให้พรรค พท.แลนด์สไลด์ในสนามเลือกตั้งให้ได้ อย่างเวทีวันที่ 25-26 มกราคมนี้ ได้พานายก่อแก้ว พิกุลทอง นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท นายชินวัฒน์ หาบุญพาด นายพิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ ลงพื้นที่พบประชาชนในภาคใต้ ส่วนนายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ และ นพ.เหวง โตจิราการ ทั้งสองท่านนี้อยากพัก ส่วนนางธิดา ถาวรเศรษฐ ไม่ได้เข้าสังกัดพรรคการเมืองใดมาตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว ในทางส่วนตัวเราพูดคุยกันตลอด ส่วนเพื่อนมิตรที่เห็นต่างกันก็เป็นแนวทางของแต่ละคน ไม่ได้เป็นเรื่องบาดหมางใดๆ ทั้งสิ้น ดังนั้น สิ่งที่ตนอธิบายนี้น่าจะเป็นที่ชัดเจน หลังจากนี้เราจะทำภารกิจแลนด์สไลด์ต่อไป
เมื่อถามว่าสิ่งที่นายจตุพรพูดออกมาจะกระทบต่อภารกิจและเป้าหมายแลนด์สไลด์ของพรรค พท.หรือไม่ นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ถ้าพูดกันตรงๆ ตนยังไม่ใคร่จะห่วงใยเรื่องนั้นนัก เพราะจากการที่เราทำงานลงพื้นที่กันอย่างหนัก เราพบว่าพี่น้องประชาชนให้การสนับสนุนเป็นจำนวนมาก แต่ตนห่วงเรื่องความรู้สึกของพี่น้องที่เคยต่อสู้ด้วยกันมามากกว่า ซึ่งหลายๆ คนหาทางคลี่คลายสถานการณ์ และให้ทุกคนทุกส่วน หากเห็นต่างกันก็เดินไปตามวิถีทางของตัวเอง โดยที่สัมพันธภาพในฐานะเพื่อนพี่น้องก็ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ซึ่งตนคิดว่าแนวทางนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับทุกฝ่าย อย่างไรก็ตาม เรายังคงสื่อสารทำความเข้าใจกับพี่น้องอย่างต่อเนื่อง

