หน้าแรก การเมือง แบม ร่ำไห้ พ่...

แบม ร่ำไห้ พ่อเอ่ย ‘อยู่เคียงข้างลูก’ ตะวัน ฝากบอก ‘หนูยังสู้ทุกวินาที’

24.01.23 | 20:58 น.

แบม ร่ำไห้ พ่อเอ่ย ‘อยู่เคียงข้างลูก’ ตะวัน ฝากบอก ‘หนูยังสู้ทุกวินาที’

เมื่อวันที่ 24 มกราคม สืบเนื่องกรณี น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือ ตะวัน กลุ่มทะลุวัง และ น.ส.อรวรรณ ภู่พงษ์ หรือแบม เดินทางไปถอนประกันตนเองที่ศาลอาญา ในคดีอาญามาตรา 112 เมื่อ 16 มกราคมที่ผ่านมา ต่อมา (16 ม.ค.) ได้ยกระดับด้วยการอดอาหารและน้ำจนกว่า 3 ข้อเรียกร้องจะบรรลุ คือ 1.ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม 2.ปล่อยนักโทษการเมือง 3.และพรรคการเมืองออกนโยบายยกเลิก ม.112 และ ม.116

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 19.12 น. ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เปิดเผยคำชี้แจงทนายความเข้าเยี่ยม “ตะวัน – แบม” วันที่ 24 มกราคม 2566 เนื้อหาบอกเล่าอาการของทั้งคู่ ว่าตัวร้อน อยากอาเจียนตลอดเวลา รวมถึงข้อความจากผู้ปกครองของเยาวชนทั้ง 2 ราย

ความดังนี้

ทนายความได้เข้าเยี่ยมตะวันและแบม ตั้งแต่เวลาประมาณ 11.00 น. โดยในช่วงแรกมี พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ นายประกันและผู้กำกับดูแลของตะวัน เข้าเยี่ยมด้วยพร้อมกัน

จากการสอบถามอาการได้ความว่า ทั้งคู่มีอาการหน้าแดง รู้สึกตัวร้อน และทรมานจากความรู้สึกไม่สบายตัว สืบเนื่องมาจากสาเหตุใดไม่ทราบ โดยทั้งสองคนได้พยายามล้างหน้าและอาบน้ำ แต่ไม่สามารถบรรเทาอาการทรมานได้ทั้งหมด จึงไม่สามารถนอนหลับได้ตลอดคืนและหลับได้เป็นระยะๆ มีความรู้สึกอยากอาเจียนอยู่ตลอดเวลา แต่ไม่มีสิ่งใดออกมาจากร่างกายอีก ทั้งยังเวียนหัวตลอดเวลา พะอืดพะอืม เรอ และรู้สึกว่าหัวใจเต้นเร็วกว่าปกติอยู่ตลอดเวลา โดยตลอดการเข้าพบกับทนายความ ทั้งคู่มีอาการจะอาเจียนตลอดเวลา แต่ไม่มีสิ่งใดออกมาจากร่างกาย

Advertisement

ในเวลาเช้าของวันนี้ ก่อนที่จะมีการเข้าเยี่ยม ตะวันและแบมแจ้งว่าได้มีบุคคลที่แจ้งว่าตนเป็นผู้อำนวยการ นำบันทึกข้อความมาเพื่อให้ทั้งคู่มอบความยินยอมที่จะนำพาตนไปรักษาที่โรงพยาบาลอื่น โดยบุคคลดังกล่าวได้พูดคุยกับทั้งคู่เป็นอย่างดี และมีเจ้าหน้าที่แจ้งประกอบว่าให้เห็นใจพวกตนที่ต้องเฝ้าตะวันและแบมด้วย ตะวันและแบมจึงเกิดความเกรงใจและให้ความยินยอมด้วยการเขียนบันทึกข้อความดังกล่าว ซึ่งไม่มีการระบุว่าเป็นโรงพยาบาลแห่งใด ต่อมาเมื่อทราบว่าทางโรงพยาบาลราชทัณฑ์แจ้งว่าจะส่งทั้งคู่ไปโรงพยาบาลตำรวจ ตะวันและแบมจึงได้ทำการแจ้งว่า ขอเดินทางไปที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เพราะมั่นใจว่าโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ไม่อยู่ภายใต้การควบคุมของกรมราชทัณฑ์

ทั้งนี้ ทั้งคู่ยังยืนว่าจะอดน้ำและอาหารต่อไป การเดินทางไปยังโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ หากทางแพทย์ต้องการประสงค์จะดำเนินการไปด้วยการใด จะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขและความยินยอมของตะวันและแบมเท่านั้น

ทนายความได้แจ้งความประสงค์ของตะวันและแบมต่อโรงพยาบาลราชทัณฑ์เป็นหนังสือ พร้อมทั้งให้ทั้งคู่แจ้งความจำนงถึงความต้องการที่จะเดินทางไปโรงพยาบาลของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ตั้งแต่ช่วงบ่ายของวันเดียวกัน

ในวันนี้ ทั้งคู่ได้แจ้งความประสงค์ฝากข้อความถึงพ่อกับแม่ ซึ่งทนายความได้แจ้งแก่แบมว่าพ่อของแบมได้โทรมาหา และฝากข้อความมาว่า “พ่ออยู่ข้างแบมนะ” ซึ่งทำให้แบมร้องไห้ออกมา พร้อมฝากข้อความว่า ในวันที่ตนเดินทางออกจากบ้านมานั้น พ่อได้ตะโกนบอกแบมว่า “ต้องกลับมาหาพ่อให้ได้” และแบมได้สัญญาไว้แล้วว่าจะกลับไป

ด้านตะวัน แจ้งความประสงค์ให้ฝากข้อความถึงพ่อกับแม่ของตนว่า “หนูรู้ว่าพ่อแม่เข้มแข็งมาก หนูไม่ยอมแพ้หรอก หนูยังสู้อยู่นะ อยากให้พ่อแม่รู้ว่าหนูเองก็ยังสู้อยู่ทุกวินาที พ่อแม่ก็รู้ว่าหนูไม่เคยยอมแพ้ไม่ว่ากับเรื่องอะไร เรื่องนี้หนูก็จะไม่ยอมแพ้มันอีกเช่นกัน” พร้อมทั้งร้องไห้เช่นกัน

อนึ่ง ทั้งคู่ได้รับทราบว่าหากไม่มีการส่งตัวทั้งสองไปยังโรงพยาบาลแห่งอื่น ทั้งสองเข้าใจว่าจะมีอันตรายถึงชีวิตได้ แต่ยังคงยืนยันเช่นเดิม