09.00 INDEX ‘รากฐาน’ ประวิตร วงษ์สุวรรณ จาก รัฐประหาร กันยายน 2549
การปรากฏนามสกุล “ภัททิยกุล” การปรากฏนามสกุล “บุญยรัตกลิน” ในพรรคพลังประชารัฐอันมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นหัวหน้าพรรค ทรงความหมาย
แม้ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ไม่ได้มาเอง แม้ พล.อ.วินัย ภัททิยกุล ไม่ได้มาเอง
หากแต่แสดงความไว้วางใจเป็นอย่างสูงที่ “พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน” ที่ พล.อ.วินัย ภัททิยกุล มีให้เป็นอย่างสูงต่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
แม้ว่าจุดเริ่มต้นจะมาจากความเป็นจริงที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน พล.อ.วินัย ภัททิยกุล เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 6 มาด้วยกัน
กระนั้น เหตุปัจจัยที่สำคัญเป็นอย่างมากก็คือ บทบาทของ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน บทบาทของ พล.อ.วินัย ภัททิยกุล ในรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549
แม้สถานะของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จะไม่ได้เกี่ยวพัน
โดยปฏิบัติการทั้งรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 และรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557
กระนั้น ก็ได้รับการยอมรับใน “บารมี” ที่มีอย่างเต็มเปี่ยม
คำว่า “บารมี” นั้นเอง คือรากฐานอย่างสำคัญอันก่อให้เกิดรัฐบาล ภายหลังการยุบพรรคพลังประชาชน ภายหลัง นายสมัคร สุนทรเวช ต้องคำวินิจฉัยให้พ้นจากนายกรัฐมนตรี
นั่นก็คือ การเกิดขึ้นของรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่เรียกกันว่าเป็นรัฐบาลอันจัดตั้งขึ้นใน “ค่ายทหาร”
คำว่า “ค่ายทหาร” ในที่นี้หมายถึงกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ อันเป็นสถานที่ตั้งมูลนิธิป่ารอยต่อในการกำกับของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
และเมื่อเข้าสู่ “โหมด” แห่งการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ได้ฉาย “บารมี” ให้ปรากฏอีกครั้งผ่านพรรคพลังประชารัฐ
เป็น “บารมี” ที่จะนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลภายหลังการเลือกตั้งโดยมาดหมายจะก้าวเข้าสู่นายกรัฐมนตรีคนที่ 30
ความหมายของคำว่า “นายกรัฐมนตรีคนที่ 30” ที่ประกาศจากพรรคพลังประชารัฐ หมายถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อย่างเด่นชัดยิ่ง
มิได้หมายถึงการไปต่อของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
การระดมพลังจากที่มีอยู่ของ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน จากที่มีอยู่ของ พล.อ.วินัย ภัททิยกุล ก็เพื่อบรรลุเป้าหมายในการเอา ชนะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ยืนยันลักษณะกัมมันตะอันมาจาก “บารมี” ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อย่างเด็ดเดี่ยวและมั่นคง
มั่นคงด้วยการทำให้ “บันได 4 ขั้น” ของ คมช.เป็นจริง

