เลขาฯกกต. ชี้ต้องมีเวลา 45 วันหลัง กม.ลูกประกาศใช้ ก่อนยุบสภา-ครบเทอม เพื่อแบ่งเขตเลือกตั้ง-ทำไพรมารีโหวต ห่วงหากกฎหมายมีผลแล้วชิงยุบเลย ส่อวุ่น! เหตุไม่มีเขต-เปิดรับสมัครไม่ได้
เมื่อวันที่ 25 มกราคม ที่โรงแรมโอโซ่ นอร์ธ พัทยา สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดอบรมตามโครงการเสริมสร้างการปฏิบัติงานเกี่ยวกับพรรคการเมืองให้แก่พนักงานสำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดที่ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับพรรคการเมือง ประจำปี 2566 โดยมี นายสันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์ กกต. เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรม
การอบรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้พนักงานของสำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับพรรคการเมือง และบุคลากรช่วยปฏิบัติงานโครงการตรวจติดตามการดำเนินกิจกรรมของพรรคการเมืองสาขาพรรคการเมืองและตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด ทราบถึงบทบาทและหน้าที่ในงานพรรคการเมือง ซึ่งจะช่วยให้การปฏิบัติงานของพนักงานมีประสิทธิภาพและเป็นไปในแนวทางเดียวกัน
นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. กล่าวตอนหนึ่งว่า อายุสภาจะครบวันที่ 23 มีนาคมนี้ ตามกฎหมายกำหนดให้ กกต.ต้องจัดเลือกตั้งภายใน 45 วัน ตามแผนที่ กกต.กำหนดวันเลือกตั้งไว้คือวันที่ 7 พฤษภาคม ซึ่งขณะนี้ระเบียบต่างๆ สำนักงาน กกต.ร่างไว้หมดแล้ว แม้ทุกอย่างจะพร้อมแต่ต้องรอกฎหมาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ โดยจะมีเวลา 25 วัน หลังกฎหมายมีผลบังคับใช้เพื่อแบ่งเขตเลือกตั้ง ซึ่งจังหวัดจะมีเวลาดำเนินการแบ่งเขต 5-7 วัน นับจากอายุสภาสิ้นสุดลง ต้องรับฟังความเห็นประชาชน พรรคการเมือง 10 วัน ขั้นตอนการพิจารณาของ กกต.อีก 7 วัน รวม 25 วัน
นายแสวงกล่าวว่า หากยุบสภาช่วงนี้ ก็หวาดเสียวเหมือนกัน เพราะจะไม่มีเขตเลือกตั้ง และเปิดสมัครรับเลือกตั้งไม่ได้เลย นอกจากนี้ ในส่วนของพรรคการเมืองยังต้องทำไพรมารีโหวตอีก 6-7 ขั้นตอน ใช้เวลาประมาณ 20 วัน จึงจะส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งได้ ตามข้อมูลขณะนี้มีพรรคที่มีสาขา หรือตัวแทนครบทุกจังหวัด จะสามารถส่งผู้สมัครได้ครบทุกเขต เพียง 3 พรรค ทั้งนี้ หากพูดตามทฤษฎีต้องมีเวลา 25+20 วัน ก่อนสภาหมดวาระ ถึงจะทำให้การเลือกตั้งเรียบร้อย โดย 45 วันดังกล่าวจะต้องนับจากวันที่มีกฎหมายมีผลใช้บังคับในราชกิจจานุเบกษา แต่ตอนนี้กฎหมายยังไม่ออกก็ไม่รู้จะนับวันไหน
นายแสวงกล่าวต่อว่า มีความกังวลอยู่เหมือนกันว่าจะมีเวลา 45 วัน ก่อนครบวาระสภา หรือยุบสภาหรือไม่ หากจะให้การเลือกตั้งปลอดภัยต้องนับจากวันที่ 23 มีนาคม ย้อนขึ้นมา 45 วัน และหากยุบสภาจะเร็วขึ้นกว่าเดิม ทั้งนี้ ถ้ากฎหมายมีผลใช้บังคับแล้วยุบสภาเลย กกต.จะไม่มีเวลาในการทำงาน เพราะหลังยุบสภา 5 วัน ต้องเปิดรับสมัคร แต่ยังไม่มีเวลาแบ่งเขต และพรรคการเมืองก็จะไม่มีเวลาทำไพรมารีโหวต ซึ่งถือเป็นข้อจำกัดทางการเมือง ทั้งนี้ สำนักงาน กกต.ก็ไม่ได้อยู่เฉย เพราะบอกเรื่องข้อกฎหมาย ความจำเป็นในการเตรียมการเลือกตั้งไปแล้ว แต่ทางการเมืองหากจะยุบสภาก็เป็นเงื่อนไขทางการเมือง ซึ่งทางสำนักงาน กกต.ก็พยายามเตรียมการไว้
“ความยากในการรับสมัครครั้งแรก เห็นใจจังหวัดที่ต้องรับผิดชอบเรื่องการแบ่งเขต เพราะการเลือกตั้งไม่มีเขต มันเดินต่อไม่ได้เลย เพราะเขตเป็นบ่อเกิดของทุกอย่าง พรรคการเมืองต้องมีเขตเพื่อทำไพรมารีโหวตเพื่อส่งผู้สมัคร และหาเสียง กกต.ก็ต้องหาคนทำงานในเขต หวังว่าจะเป็นเงื่อนไขที่ทำให้เราทำงานได้ง่าย เราขอแบบนี้ไม่ได้ขอเพื่อให้พรรคไหนได้เปรียบ แต่ขอให้การเลือกตั้งเรียบร้อยตั้งแต่ต้น แต่หากไม่เรียบร้อยและมีปัญหา จะเป็นเงื่อนไขมาถึงเรื่องอื่น” เลขาธิการ กกต.กล่าว
นายแสวงกล่าวอีกว่า มองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะง่ายกว่าครั้งที่ผ่านมา ด้วยกติกาที่เปลี่ยนไป การเมืองที่เปลี่ยนไป แม้การแข่งขันจะสูสีเข้มข้น แต่เงื่อนไขเอื้อต่อการทำงานของ กกต.มากขึ้น โดยสิ่งที่จะทำให้ กกต.ได้รับความน่าเชื่อถือต้องทำคือการทำหน่วยเลือกตั้งให้ดี ในช่วงเวลา 12-15 ชั่วโมงตั้งแต่เปิดหีบจนถึง
นายแสวงกล่าวว่า การรายงานผลคะแนน ซึ่งต้องมีประสิทธิภาพ มีการจัดการที่ดี โปร่งใส ให้ทุกคนมีส่วนร่วม และตรวจสอบได้ ส่วนเรื่องการรายงานผลคะแนนต้องแก้ปัญหาให้ถูกจุด รายงานผลให้ดี กรอกคะแนนไม่ให้ผิด และยังมีแนวคิดที่จะให้ประชาชนประเมินความพึงพอใจหลังการใช้สิทธิเลือกตั้งด้วย อีกส่วนคือการได้รับการยอมรับจากการเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรม ซึ่งเป็นเรื่องที่ควบคุมได้ยาก เพราะมีผู้สมัครและผู้มีสิทธิเลือกตั้งเกี่ยวข้อง แต่ก็เป็นเรื่องที่จับได้ยากเพราะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นใต้ดิน ดังนั้น ต้องอาศัยเรื่องการข่าว และการทำสำนวนที่ดี

