หน้าแรก การเมือง มายด์ ร่ำไห้ ...

มายด์ ร่ำไห้ จี้พรรคการเมือง ‘กล้าๆหน่อย’ ออกนโยบายเลิก 112 โมโห ความยุติธรรมไม่มีอยู่จริง

26.01.23 | 19:27 น.

‘มายด์’ ร่ำไห้ บอกผู้มีอำนาจ ‘กล้าหาญหน่อย’ ยืนตัวตรงได้แล้ว ท้าพรรคถ้าเห็นปชช.สำคัญ ออกนโยบายกเลิก 112 ให้ดู

สืบเนื่องกรณี น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือ ตะวัน และ น.ส.อรวรรณ ภู่พงษ์ หรือ แบม 2 เยาวชนนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ผู้ต้องหา ม.112 ถูกส่งตัวไปรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ หลังได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการอดอาหารและน้ำประท้วง 3 ข้อเรียกร้อง ต่อเนื่องตั้งแต่ 18 มกราคมที่ผ่านมา เข้าสู่วันที่ 9 โดยวานนี้ (25 ม.ค.) น.ส.ทานตะวันมีอาการหัวใจจะหยุดเต้นจากการขาดโพแทสเซียม จึงตัดสินใจรับโพแทสเซียม แต่ทั้งคู่ยังคงยืนยันอดน้ำ อดอาหาร โดยไม่ใส่สายน้ำเกลือ ไม่กินเกลือแร่ วิตามิน น้ำหวานและอื่นๆ

เมื่อวันที่ 26 มกราคม ที่สกายวอล์ก หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เขตปทุมวัน ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศกิจกรรม ‘ยืนหยุดขัง 112 ชม.’ โดยกลุ่มทะลุฟ้า ซึ่งยืนต่อเนื่องเข้าสู่วันที่ 5 ตั้งแต่เวลา 01.12 น. ของวันที่ 22 มกราคมที่ผ่านมา โดยครบกำหนด 112 ชั่วโมง ในเวลา 17.12 น. แล้วนั้น

บรรยากาศเวลา 18.11 น. ที่สกายวอล์กสี่แยกปทุมวัน น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือ มายด์ ขึ้นกล่าวปราศรัยว่า ถ้าวันนี้คนที่เรือนจำได้เห็น เขาจะดีใจมาก เขาไม่ได้โดดเดี่ยว การถูกขังของพวกเขา ไม่ได้ทำให้ทุกคนลืม ขอบคุณทุกคนจริงๆ

“ณ ตอนนี้ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าที่เราจะร่วมยืนยัน ว่ากระบวนการยุติธรรม ไม่มีความยุติธรรมอยู่จริง มีแต่ความน่าโมโห น่าโกรธ เวลากำลังเดินไปเรื่อยๆ วิธีที่ตะวันใช้ อดน้ำ อดอาหาร ทำให้เวลายิ่งเดินเร็วขึ้น และมันเลยเป็นส่วนสำคัญมากที่เรายิ่งต้องขายเสียง เรียกร้องที่พวกเขาส่งออกมาให้ไปถึงรัฐบาล กระบวนการยุติธรรม พรรคการเมือง ว่าให้กลับมาเห็นความสำคัญของประชาชนสักที ถ้าคุณไม่ได้ทำเพื่อประชาชน แล้วตอนนี้คุณกำลังทำเพื่ออะไร ทำเพื่อความมั่นคงในอาชีพตัวเองหรือ

Advertisement

มายด์ เชื่อว่า ในที่นี่มีคนที่ทำงานในกระบวนการยุติธรรม หรืออย่างน้อย ดูไลฟ์ทางบ้าน ลองส่องกระจกมองดูตัวเอง เมื่อครั้งคุณเรียนว่าต้องธำรงไว้ซึ่งความยุติธรรม คุณยังทำอยู่หรือเปล่า ถ้าไม่ใช่ ก็ไม่มีเหตุอะไรที่คุณต้องกลัวระบอบที่กดทับ เถ้าบอกว่า นายสั่งมา มีระบบของการควบคุมจากผู้นำกระบวนการยุติธรรม หรือผู้มีอำนาจเหนือ คุณก็ลุกขึ้นมาบอกพวกเขาว่า มันไม่มีความยุติธรรมหลงเหลือ กล้าหน่อยที่จะลุกมาปกป้องอาชีพตัวเอง”

เยาวชนเอาชีวิตมาแลก เพื่อบอกว่าสังคมตอนนี้ไม่ยุติธรรม และต้องปฏิรูป หลายคนคงมีข้อสงสัยต่อวิธีการที่พวกเขาใช้เรียกร้อง แต่มันไม่ได้ผิดเลย เราต่างเลือกใช้วิธีการใดก็ได้ แต่สิ่งที่ต้องสนใจคือข้อเรียกร้องของตะวัน แบม ให้มีการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ยุติดำเนินคดีทางการเมือง เพราะขัดรัฐธรรมนูญ ข้อเรียกร้องที่พรรคจะต้องเห็นความสำคัญในการ ยกเลิก ม.112 และ 116 ที่เราต้องให้ความสนใจ คุณไม่จำเป็นต้องเชื่อก็ได้ แต่ต้องสนใจแล้ววิเคราะห์ด้วยตัวเอง ถ้าเห็นด้วย ต้องส่งเสียงเป็นส่วนหนึ่งกับพวกเขา  ถ้าพวกคุณเห็นด้วย ก็สนับสนุน แค่นั้นเอง” น.ส.ภัสราวลีกล่าว

น.ส.ภัสราวลีกล่าวต่อว่า พรรคการเมือง ต้องเป็นคนรับใช้พวกเรา ตอนนี้มีกฎหมายที่ละเมิดสิทธิประชานอยู่ต้องยกเลิก เพื่อคืนความเป็นมนุษย์ให้กับประชาชน พรรคการเมืองมักนอบน้อมเมื่อมีการเลือกตั้ง เข้ามายิ้มแย้ม ไหว้ ให้คำสัญญา แต่หลังจากเลือกตั้ง พวกเขามีเกราะหนาแน่นมาก เข้าถึงยาก ต้องยกมือไหว้ แบบนี้มันผิดหลักการ

“พรรคการเมืองเป็นคนรับใช้ประชาชน ข้อเรียกร้องที่ต้องอำนวย ก็ต้องทำตาม ฟังเสียงประชาชน อย่าเอาแค่ฉาบฉวย มองเห็นถึงปัญหาว่าประชาชนต้องพบเจออะไรบ้าง เพิ่มนโยบายที่แก้ปัญหาได้จริง ไม่ใช่ชั่วครั้งคราวแล้วหักหลัง การเลือกตั้งครั้งนี้ ทุกอย่างจะเปลี่ยนไป เราจะทำให้เห็นว่า ไม่ใช่พรรคกำหนดทิศทาง นโยบาย ณ ตอนนี้ เราจะเปลี่ยนใหม่ พรรคต้องเป็นตัวรับฟัง เราจะเป็นผู้เสนอว่าอยากได้อะไร ถ้าอยากได้เสียงเรา ก็หยิบเอาไปทำนโยบาย” น.ส.ภัสราวลีกล่าว

น.ส.ภัสราวลีกล่าวอีกว่า สิ่งที่ชัดเจนสุด คือ 1. เราต้องการให้ยกเลิก.112 เพราะเป็นกฎหมายที่เกี่ยวเนื่องกับชีวิตพวกเราคุณ ชัดเจนได้แล้ว อย่ามากั๊ก อย่ามากลัวเสียคะแนนเสียง วิเคราะห์สถานการณ์ตอนนี้ก็รู้แล้ว

“การบังคับใช้ ม.112 ไม่มีกฎเกณฑ์มาตรฐานมากพอ ถ้าเห็นความสำคัญ นำเสนอนโยบายออกมาเลย สิ่งสำคัญที่สุด พรรคต้องเห็นว่า ม.112 เคยพรากอะไรไปจากเราบ้าง พรากชีวิต อิสรภาพ…กล้าหาญหน่อย เราหวังว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ จะเป็นจุดเปลี่ยนขั้วอำนาจทางการเมือง ที่ประชาชนจะกำหนดประเทศเอง ถ้า กกต.ตุกติก เราจะด่าไม่ปล่อยให้พรรคการเมืองชุบมือเปิบ หรือ ทำสัญญาแบบหน้าไม่อาย เราจะเช็กบิลทุกอย่าง ฉะนั้นไม่ว่า รัฐบาล หรือพรรคที่มุ่งหวังเป็นรัฐบาล จงจำคำนี้ไว้ให้ดี ถ้าคุณอยากเป็นผู้แทนประชาชน ต้องฟังประชาชน อย่าเอาผลประโยชน์ตัวเองเป็นหลัก ไม่จำเป็นต้องกลัว กลุ่มทุน ชนชั้นนำ เพราะไร้ซึ่งประชาชนซัพพอร์ต คุณก็ไม่มีที่ยืนเหมือนกัน จำไว้ ยืนตัวตรงได้แล้ว” น.ส.ภัสราวลีกล่าว

จากนั้น น.ส.ภัสราวลีกล่าวถึงอาการของตะวัน และแบมว่า ตอนนี้ถามว่าหนักไหม หนัก เพราะเขาอดน้ำด้วย เมื่อวานตะวันขาดโพแทสเซียม หัวใจเกือบหยุดเต้น แต่นี้ก็เห็นแล้วว่า เน่าเฟะขนาดไหน ยิ่งเป็นแบบนี้เรายิ่งต้องเข้มแข็ง รวมกำลังพลให้มากขึ้น ให้คนในเรือนจำรู้ว่า การต่อสู้ของพวกเขาไม่ได้โดดเดี่ยว หลายคนถูกขังในนั้นเกือบปีแล้ว เราไม่ได้ลืมพวกเขา และเราจะอยู่ข้างนอก เป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสียงว่า เลิกเมินเฉยกับชีวิตประชาชนได้แล้ว

จากนั้น น.ส.ภัสราวลี ขอให้ทุกคนช่วยกระจายการต่อสู้

“เราใกล้ที่จะกลับมา มีคนมากพอที่จะกดดันแล้ว สิ่งที่พวกเราต้องทำคือ การมีความหวัง ตะวันพูดตลอดว่า ขอให้เชื่อมั่นในตัวเขา เราทุกคนยังคงเป็นกำลังใจ ยังคงยืนเคียงข้างนักสู้ทุกคนในเรือนจำ และเราจะไม่มีวันหยุด จนกว่าความยุติธรรมจะเกิดขึ้นในสังคมไทย ขอให้ทุกคนกระจายข่าว เตรียมความเข็มแข็ง ออกไปบอกคนรอบข้างให้ออกมาร่วมกันส่งเสียง” น.ส.ภัสราวลีกล่าว

จากนั้น ผู้ร่วมชุมนุมเปล่งเสียง “ยกเลิก 112 ประเทศนี้เป็นของประชาชน ศักดินาจงพินาศ ประชาราษฎร์จงเจริญ”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการปราศรัย น.ส.ภัสราวลี กล่าวด้วยเสียงสั่นเครือและร้องไห้ในบางช่วง