เดดล็อก ‘เลือกตั้ง’ ในมุมมองฝ่ายการเมือง-วิชาการ

28.01.23 | 09:57 น.

เดดล็อก ‘เลือกตั้ง’ ในมุมมองฝ่ายการเมือง-วิชาการ

หมายเหตุความเห็นนักวิชาการกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เสนอรัฐบาลอย่ารีบยุบสภาเพื่อเตรียมการเลือกตั้งภายใน 45 วัน เนื่องจากเวลากระชั้นชิด ให้รอ พ...เลือกตั้ง และพรรคการเมืองบังคับใช้ เปิดทางจัดไพรมารีเพื่อส่ง ส..ลงสมัคร 

สมชัย ศรีสุทธิยากร
ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบาย พรรคเสรีรวมไทย (สร.) และอดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

ประเด็นของการแบ่งเขตเลือกตั้ง คิดว่า กกต.สามารถทำได้ทันที ไม่ใช่ว่าจะรอกฎหมายลูกมาก่อน เนื่องจาก พ..... มาตราที่เกี่ยวข้องกับการแบ่งเขต คือมาตราที่ 27 ซึ่งมาตรานี้ปัจจุบันไม่ได้มีการแก้ไข ร่างกฎหมายที่เสนอขึ้นไปไม่ได้มีการแก้ไขมาตรา 27 ดังนั้น มาตรา 27 สามารถใช้ปฏิบัติได้ทันทีอยู่แล้ว การที่จะแบ่งเขตไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่จะต้องไปรอในส่วนของกฎหมายลูก แต่อาจจะเกิดปัญหาในส่วนของ พ...พรรคการเมืองว่า วิธีการในการทำไพรมารีโหวตภายใต้กฎหมายลูกฉบับใหม่จะทำให้เกิดความง่ายในการจัดการของพรรคการเมือง แต่หากกฎหมายลูกฉบับใหม่เรื่อง พ...พรรคการเมืองยังไม่ลงมา พรรคการเมืองก็ยังสามารถทำไพรมารีโหวตภายใต้ระบบเดิมได้ และทุกอย่างไม่ได้มีปัญหาใดๆ ที่จะเป็นอุปสรรคต่อการจัดการเลือกตั้ง หากยุบสภาก่อนกฎหมายลูกทั้ง 2 ฉบับจะลงมา ผมว่า กกต.มองปัญหาง่ายเกินไป จริงๆ แล้ว ทั้ง 2 อย่างสามารถทำคู่ขนานพร้อมกันได้ ดังนั้นก็ไม่มีความจำเป็นต้องไปรอ 25+20 คือ 20 กับ 25 ทำพร้อมกันได้ส่วนพรรคการเมืองเองก็สามารถทำได้เร็วกว่า 20 วัน ในส่วนของกฎหมาย การที่จะแบ่งเขตนั้นถ้าทำตั้งแต่ตอนนี้ ก็ไม่ต้องไปรออะไรอีก

สิ่งที่ กกต.ควรทำตอนนี้คือ ดำเนินการแบ่งเขตแล้วเปิดรับฟังความเห็นจากประชาชนและพรรคการเมืองเลยทันที ส่วนการทำไพรมารีโหวต หากพรรคการเมืองมีความประสงค์จะทำไพรมารีโหวตภายใต้กฎหมายเก่า สามารถทำไปก่อนได้ ซึ่งกฎหมายปัจจุบันเป็นกฎหมายเคร่งครัดมากกว่ากฎหมายใหม่ที่จะเกิดออกมา ดังนั้น ถ้าทำภายใต้ระบบแบบเดิมก็เป็นสิ่งที่เท่ากับว่าพรรคการเมืองได้ทำในสิ่งที่พูด ก็จะไม่มีปัญหาใดๆ ในการที่จะรอคอยกฎหมายเลือกตั้งฉบับปัจจุบัน

Advertisement

เศวต เวียนทอง
อาจารย์สาขารัฐศาสตร์การปกครอง คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย (มมร.) วิทยาเขตล้านนา

ตามกฎหมายถ้าสภาครบวาระวันที่ 23 มีนาคม ต้องเลือกตั้งภายใน 45 วัน ไม่เกินวันที่ 7 พฤษภาคม หากยุบสภาก่อนวันที่ 23 มีนาคม ต้องจัดเลือกตั้งภายใน 60 วัน ไม่เกินวันที่ 21 พฤษภาคม กกต.ต้องประกาศและจัดเลือกตั้งตามที่กฎหมายกำหนด ดังนั้น สภาอยู่ครบวาระ หรือไม่ครบวาระ ไม่มีผลต่อการจัดเลือกตั้งอย่างใด เพราะคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติงบประมาณให้ กกต.จัดเลือกตั้งกว่า 5,900 ล้านบาทแล้ว

ประเด็น กกต.ยังไม่ประกาศแบ่งเขตเลือกตั้ง 400 เขต และให้พรรคการเมืองทำไพรมารีโหวตผู้สมัครนั้น ซึ่งเป็นกฎหมายประกอบการเลือกตั้ง 2 ฉบับนั้น ถ้า กกต.ประกาศเลือกตั้งเป็นทางการแล้ว ต้องบริหารจัดการให้เป็นไปตามกฎหมายดังกล่าว ไม่สามารถนำมาอ้างเป็นเงื่อนไขเวลาเลือกตั้งได้ว่ามีเวลากระชั้นชิด หรือเป็นอุปสรรคเลือกตั้งดังกล่าว เพราะเป็นอำนาจ หน้าที่ กกต.โดยตรง เพื่อบริหารจัดการเลือกตั้งให้บริสุทธิ์ยุติธรรมโปร่งใส ตรวจสอบได้ ที่สำคัญต้องไม่เอื้อประโยชน์ให้พรรคหนึ่งพรรคใดอย่างเด็ดขาด

ข้อสังเกตจาก นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคยระบุว่า รัฐบาล อาจยุบสภาก่อนครบวาระเพียง 1 สัปดาห์นั้น สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลได้เตรียมพร้อมเพื่อสู้ศึกเลือกตั้งนานแล้ว ดังนั้น ข้อเสนอ กกต.จึงไม่มีความจำเป็นใดๆ เพื่อสร้างความสับสนแก่ประชาชนหรือผู้มีสิทธิเลือกตั้ง แค่บอกแผนจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปตามระเบียบกฎหมายพอแล้ว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนด้วย

ส่วนตัวเชื่อว่า พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อาจยุบสภาก่อนครบวาระไม่นาน เพื่อชิงความได้เปรียบทางการเมือง จึงไม่แปลกที่ ส..ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านแห่ลาออกก่อนสภาครบวาระ เพื่อลงพื้นที่หาเสียงล่วงหน้าถ้า ส..พรรคร่วมรัฐบาล ลาออกต่อเนื่องอาจส่งผลดีต่อ พล..ประยุทธ์และรัฐบาลที่ไม่ต้องถูกฝ่ายค้านอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบไม่ลงมติ ช่วงปลายกุมภาพันธ์ ก่อนปิดสมัยประชุมสภาเพราะเหลือ ส..น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของ ส..ทั้งหมด ไม่สามารถเปิดประชุมสภาได้ ทำให้ฝ่ายค้านไม่มีโอกาสได้อภิปรายไม่ไว้ใจ เพื่อเปิดแผลหรือตอกย้ำความผิดพลาดรัฐบาลให้ประชาชนเห็นเป็นครั้งสุดท้าย เนื่องจากมีผลต่อการเลือกตั้งครั้งหน้า

สิ่งที่น่าจับตามองคือ น..แพทองธาร ชินวัตร หรือ อุ๊งอิ๊ง บุตรสาวนาย ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย (พท.) ซึ่งเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ที่กำลังตั้งครรภ์ อาจเป็นจุดอ่อนให้ฝ่ายตรงข้ามโจมตีในทางการเมืองได้ เพราะเป็นช่วงคาบเกี่ยวเลือกตั้งดังกล่าว ทำให้ประชาชนหรือผู้มีสิทธิเลือกตั้งเกิดความไม่มั่นใจ สงสัย ลังเล และตั้งคำถามว่าสามารถปฏิบัติหน้าที่ผู้นำประเทศในอนาคตได้หรือไม่ อาจส่งผลต่อการเลือกตั้งได้เช่นกัน เนื่องจากประชาชนมีทางเลือกพรรคอื่นแทน อาทิ พรรคก้าวไกล (..) พรรคภูมิใจไทย (ภท.) พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) เพื่อเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และผู้นำประเทศคนใหม่

สรุปภาพรวมหลังรัฐบาลอนุมัติงบเลือกตั้งให้ กกต.แล้ว ทุกอย่างต้องเป็นไปตามแผนจัดการเลือกตั้ง โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ เพราะการเลือกตั้งเป็นเรื่องของเกมแห่งอำนาจที่ทุกพรรคต้องการชนะคู่ต่อสู้ ไม่ว่าใช้วิธีใดก็ตาม เพื่อกำจัดคู่แข่งให้พ้นทาง นำไปสู่อำนาจ ผลประโยชน์ของตนเองและเครือข่ายสนับสนุนเท่านั้น

วันชัย จึงวิบูลย์สถิตย์
นักวิชาการอิสระ

ความเคลื่อนไหวของ กกต.ของเวลา 45 วันอย่าเพิ่งยุบสภา เนื่องจากกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการเลือกตั้งยังไม่ประกาศใช้ แต่ถ้าหากประกาศยุบสภาจริง ในเรื่องประเด็นกฎหมายจะต้องมีทางออก และจากการพูดคุยกับนักกฎหมายหลายคนก่อนหน้านี้แล้ว ทุกคนมีความเห็นว่าจะต้องไปใช้กฎหมายเดิม แต่เชื่อว่ากฎหมายเดิมนั้น หากย้อนไปถึงการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา จะใช้บัตรใบเดียว เขตเลือกตั้ง 350 เขต อาจจะมีปัญหา สุดท้ายจะต้องไปจบที่ศาลรัฐธรรมนูญ เพราะการดำเนินการต่างๆ ของ กกต.จะต้องมีกฎหมายรองรับ

ในใจของผมคิดว่าฝ่ายรัฐบาลมีอะไรกันหรือเปล่า กรณีการแบ่งเขตกับบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ในอดีตคอยบอกไว้แล้วว่าเป็นทฤษฎีเกมการเมือง เมื่อกฎหมายทั้ง 2 ฉบับยังไม่บังคับใช้ จะทำให้เป็นปัญหาขึ้นมา ก็ต้องหาทางออกที่น่าจะเป็นไปได้ คงไม่เอากฎหมายที่ยังไม่ผ่านหรือตรานำออกมาใช้ ก็จะมีความผิดเพราะไม่มีกฎหมายรองรับ ในความคิดของผมหากไม่มีทางออกจริงๆ ก็ต้องกลับไปดูในเรื่องประเพณีปฏิบัติ หรือกฎหมายที่เคยปฏิบัติมาแล้ว ในความเป็นจริง กกต.ก็ไม่กล้าทำ เพราะต้องหาความชอบธรรม ก็ต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ อะไรที่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญก็ต้องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ ช่วงที่เกิดสุญญากาศ รัฐบาลก็ต้องรักษาการต่อไป ตามประเพณีปฏิบัติ เมื่อไม่มีกฎหมายรองรับอะไรก็ทำไม่ได้ หากทำลงไปก็คุกอย่างเดียว

กรณีที่ กกต.ขอเวลาเกี่ยวกับการแบ่งเขตเลือกตั้ง รวมทั้งการทำไพรมารีโหวตขอเวลา 45 วันนั้น คาดว่าคงดำเนินการไปตามกฎหมายที่เขียนไว้ เพราะการทำงานต้องมีกฎระเบียบในทางปฏิบัติเหมือนกัน จะไปตำหนิ กกต.เป็นเรื่องไม่ควรอย่างยิ่ง เพราะเป็นเรื่องภายในของ กกต.ในเรื่องระเบียบและวิธีปฏิบัติ ซึ่ง กกต.เองก็ต้องมีขั้นตอนของเขาเอง คงต้องให้เกียรติเพราะ กกต.เป็นผู้ปฏิบัติงาน ในการปฏิบัติหน้าที่ระหว่าง กกต.กับรัฐบาลถือว่าทำงานกันคนละหน้าที่ การที่จะมาขอเวลากันตรงๆ ก็เหมือนรัฐบาลรู้กันระหว่าง กกต. เหมือนกับการเกี้ยเซี้ยหรือรู้กันคงทำไม่ได้ ต้องยอมรับว่าการเมืองคาดเดาได้ยาก ปัญหาที่เกิดขึ้นกับรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญก็จะต้องเป็นผู้ชี้ขาด ที่สุดแล้วพรรคการเมืองต่างๆ ก็จะต้องมองหาทางออกกันเองทุกพรรคการเมือง หากมีการพลิกผันทางการเมือง

ทุกวันนี้ผู้ที่คุมเกมการเมืองคือรัฐบาล โดยเฉพาะ พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มองดูแล้วไม่มีความกระตือรือร้นในเรื่องการเข้าสังกัดพรรคการเมือง เพราะในใจมีไทม์มิ่ง พรรคการเมืองอื่นๆ ก็เหมือนกับไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่ จึงได้พยายามกดดันทำให้สภาล่ม ทำให้ประชาชนมองว่าสภามีปัญหา ควรยุบสภาได้แล้ว แต่ในทางกลับกัน พล..ประยุทธ์พยายามทำให้เห็นว่าสภาห่วย ไม่ทำหน้าที่นิติบัญญัติ สำหรับในใจผมมองว่าจะมีการยุบสภาก่อนที่กฎหมายลูกเลือกตั้งจะผ่าน เพื่อให้เกิดวิกฤตและกลับไปใช้กติกาการเลือกตั้งเดิม เชื่อว่ามีเซียนการเมืองวางเกมเอาไว้ หลังจากนั้นไปดูประเพณีของกฎหมายที่ผ่านมา แต่ช่วงการเลือกตั้งที่ผ่านมากฎหมายไม่เหมือนกัน ทางออกก็ต้องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ และให้รัฐบาลรักษาการไปก่อน ต่อไปก็เป็นหน้าที่ กกต.ก็ต้องมารับผิดชอบ และต้องมีกรอบเวลาในการทำงาน ส่งผลให้รัฐบาลมีเวลาการทำงานต่อไปอีก

ส่วนกรณีสภาล่มบ่อยๆ เชื่อว่าครั้งนี้รุนแรงที่สุด ในการแก้ไขปัญหาควรจะมีการประกาศว่า ส..และพรรคไหนที่ขาดประชุมทุกครั้งที่สภาล่ม เพื่อให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน มีอะไรเกิดขึ้นในสภาควรที่จะมีการรายงานต่อประชาชนตามสื่อมวลชนแขนงต่างๆ ประชาชนที่เลือกตั้ง ส..มาจะได้รู้ว่ามาทำงานในสภาหรือเปล่า ส..แห่ลาออกเพื่อไปสังกัดพรรคการเมืองใหม่ ถือว่าเป็นเกมการเมือง เพราะต้องมองหาทางเอาตัวรอดหรือเอาชีวิตรอด และหาสรรพกำลังให้กับตัวเอง พร้อมเงินทุนในการต่อสู้ทางการเมืองในเขตเลือกตั้ง 

มองแล้วทุกวันนี้การเลือกตั้งเป็นเวทีส่วนตัวไปแล้ว ไม่ใช่เวทีเพื่อประชาชน ทำอย่างไรก็ได้ให้ผ่านการเลือกตั้ง เพื่อเป็น ส..ในสมัยหน้า และ ส..ทุกคนก็ต้องมุ่งสังกัดพรรคที่มีกระแส มีเงินทุนในการเลือกตั้ง แทนที่จะมองในเรื่องการทำความดีให้กับประชาชน เพื่อขอคะแนนเสียงเลือกตั้ง กลายเป็นเรื่องรองไปแล้ว