เมื่อวันที่ 29 มกราคม เวลา 09.00 น. ที่หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร กลุ่มทะลุฟ้า นำโดยนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน ทำกิจกรรม ‘ยื่น หยุด ขัง’ โดยเดินทางไปที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เพื่อยื่นประกันตัวผู้ต้องหาคดีทางการเมืองทั้งหมด โดยจะเดินทางด้วยรถไฟฟ้าบีทีเอสจากสถานีสยามไปยังสถานีรัชโยธิน เพื่อรวมตัวกับผู้ทำกิจกรรมอีกกลุ่มหนึ่งที่หน้าโรงภาพยนตร์เมเจอร์รัชโยธิน จากนั้น เดินเท้าไปยังศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก (อ่านข่าว ‘ทานตะวัน’ บานสะพรั่งบนบีทีเอส ไผ่ ดาวดิน นำขบวน ‘ยื่นหยุดขัง’ จากปทุมวันไปศาลอาญา)
เวลา 10.52 น. กลุ่มผู้ทำกิจกรรมได้เดินมาถึงหน้าศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก โดยทีมทนาย นำโดย นายกิตติศักดิ์ กองทอง ความกล่าวผ่านโทรโข่งว่า วันนี้มายื่นประกันตัวนักกิจกรรมทางการเมืองทั้ง 12 คน คือ คทาธร, คงเพชร, พรพจน์, สมบัติ, วัชรพล, จตุพล, พลพล, ณัฐพล, ทัตพงษ์, อุกฤษฏ์, สิทธิโชค และ เอก อีก 9 คนเป็นคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณา และอีก 3 คนเป็นคดีที่อยู่ระหว่างอุทธรณ์ ก่อนหน้านี้มีการยื่นประกันตัวแล้วหลายครั้งแต่ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว แต่วันนี้เราก็จะยื่นประกันตัวอีกครั้งหนึ่ง และเชื่อว่าข้อเท็จจริงที่จะนำเสนอวันนี้สู่ศาลจะทำให้ศาลเปลี่ยนแปลงคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวจำเลยและผู้ต้องหาทุกคน ทั้งนี้ ศาลจะมีคำสั่งภายในวันนี้
ส่วนอีก 4 คน คือ น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือ ตะวัน , น.ส.อรวรรณ ภู่พงษ์ หรือ แบม , น.ส.ณัฐนิช ดวงมุสิทธิ์ หรือ ใบปอ และนายโสภณ สุรฤทธิ์ธำรง หรือ เก็ท ที่ยังไม่ยื่นประกันตัวเนื่องจากตัวเขาเองแจ้งกับทนายความว่าไม่ประสงค์ให้ใครยื่นประกันตัวเพราะต้องการที่จะต่อสู้เพื่อสิทธิการประกันตัวให้กับนักกิจกรรมทางการเมืองทุกคนไปก่อน และขอเน้นย้ำว่าสิทธิ์นี้เป็นสิทธิ์ตามกฏหมายที่ทุกคนควรจะได้รับเพื่อให้สังคมและผู้พิพากษาได้ตระหนักถึงเรื่องนี้
เวลา 10.54 น. นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน อ่านแถลงการณ์ประชาชน “ยื่น หยุด ขัง” เรื่อง เรียกร้องขอให้ศาลพิจารณาคืนสิทธิประกันตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีการเมือง
ความว่า
‘ในวันที่ 29 มกราคม 2566 นับเป็นเวลากว่า 10 วันแล้วที่ ตะวัน-ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ และ แบม-อรวรรณ ภู่พงษ์ ผู้ต้องหาในคดีความผิดตามมาตรา 112 ประมวลกฎหมายอาญา เคลื่อนไหวโดยการอดอาหารและน้ำจนร่างกายเข้าขั้นวิกฤติและต้องรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล อีกทั้งยังมี สิทธิโชค เศรษฐเศวต ผู้ต้องขังในคดีตามมาตรา 112 ที่กำลังเริ่มต้นการอดอาหารและอดน้ำด้วยเช่นกัน
โดยหนึ่งในข้อเรียกร้องที่ทำให้ทั้งสามคนตัดสินใจอดข้าวอดน้ำ คือ การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม และการ คืนสิทธิประกันตัวให้ผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีการเมืองหรือคดีที่เกี่ยวเนื่องกับการใช้เสรีภาพในการแสดงออกหรือการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง เนื่องจากมีผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีทางการเมืองที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำโดยไม่ได้รับสิทธิในการประกันตัวทั้งก่อนและระหว่างพิจารณาในชั้นศาล ไม่น้อยกว่า 16 คน
พวกเราประชาชนผู้ทำกิจกรรม “ยื่น หยุด ขัง” เห็นว่า สิทธิในการประกันตัวหรือสิทธิในการได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันได้รับรองไว้ โดยบัญญัติไว้ว่า “ในคดีอาญาให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มีความผิด และก่อนมีคำพิพากษาอันถึงที่สุดแสดงว่าบุคคลใดได้กระทำความผิด จะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นเสมือนเป็นผู้กระทำความผิดมิได้” และ “การควบคุมหรือคุมขังผู้ต้องหหรือจำเลย ให้กระทำได้เพียงเท่าที่จำเป็น เพื่อป้องกันมิให้มีการหลบหนี”
อีกทั้ง ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ยังกำหนดว่า การควบคุมตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยจึงเป็นเพียงข้อยกเว้นและต้องกระทำเพียงเท่าที่จำเป็นเท่านั้น ดังนั้น ในการพิจารณาสั่งไม่ปล่อยชั่วคราวของศาลจึงต้องคำนึงถึง หลักกฎหมายและปรากฎข้อเท็จจริงอย่างชัดแจ้งว่ามีเหตุที่ศาลจะสามารถสั่งไม่ปล่อยชั่วคราวได้
ด้วยเหตุนี้ พวกเราประชาชนที่ทำกิจกรรม “ยื่น หยุด ขัง” จึงขอเรียกร้องไปยังผู้พิพากษาเจ้าของคดี อธิบดีศาลอาญา และผู้มีอำนาจหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
1. ขอให้ศาลพิจารณาปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีการเมืองทุกคดีตามหลักกฎหมาย เพื่อธำรงไว้ซึ่ง นิติรัฐและคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนตามที่รัฐธรรมนูญและกติกาสากลให้การรับรอง โดยเฉพาะหลักการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ในคดีอาญา
2. ขอให้ศาลพิจารณายกเลิกกำหนดเงื่อนไขการประกันตัว เช่น การใส่กำไลอิเล็กทรอนิกส์เพื่อติดตามตัว การห้ามออกนอกเคหสถาน ในลักษณะที่เงื่อนไขกลายเป็นข้อจำกัดในการทำกิจกรรมและการใช้ชีวิต จนขัดต่อหลักความจำเป็นและได้สัดส่วน
พวกเราประชาชนผู้ทำกิจกรรม “ยื่น หยุด ขัง” ขอเรียนต่อศาลว่า การทำกิจกรรมในครั้งนี้มิได้เป็นการกดดัน การปฏิบัติหน้าที่ของศาลหรือกระทำการอันเป็นแทรกแซงการพิจารณาคดีที่ต้องเป็นอิสระและเป็นธรรมของศาล แต่เป็นการหาทางออกให้กับประเทศท่ามกลางสถานการณ์ทางการเมืองที่ขัดแย้งและตึงเครียด ด้วยมีความเชื่อมั่นว่าสถาบันตุลาการจะเป็นเสาหลัก นำพาความยุติธรรม ทำให้ความขัดแย้งเบาบางลง
เราเชื่อว่า หากสถาบันตุลาการธำรงรักษาไว้ซึ่งหลักกฎหมาย หลักนิติรัฐ หลักสิทธิมนุษยชน สถาบันตุลาการย่อมสร้างความศรัทธาให้เกิดขึ้นในหมู่ประชาชนซึ่งจะนำไปสู่สังคมที่มีสันติสุข
ด้วยความเชื่อมั่นในนิติรัฐและประชาธิปไตย’
จากนั้นเวลา 11.25 น. ทนายความเข้าไปยังศาลอาญา
เวลา 11.30 น. นายกิตติศักดิ์ ออกมากล่าวว่า เมื่อสักครู่ได้เข้าไปยื่นประกันตัวนักกิจกรรมทางการเมือง 12 คนแล้ว โดยแต่ละคนก็แยกเป็นแต่ละคดีไป อยากแจ้งให้ทุกคนทราบว่ากระบวนการต่อไปคือรอฟังคำสั่ง ซึ่งศาลจะมีคำสั่งภายในวันนี้ช่วงบ่าย เราก็จะทราบผลว่าศาลจะมีคำสั่งอย่างไร ซึ่งตามกฏหมายแล้วศาลจะมีคำสั่งให้หรือไม่ให้โดยต้องให้เหตุผลให้เข้าใจว่าทำไมไม่ให้ประกันตัว
จากนั้นนายจตุภัทร์ กล่าวว่า วันนี้เวลา 17.30 น. จะรอติดตามสถานการณ์การประกันตัวที่หน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร และจะมีการแถลงถึงแนวทางการเคลื่อนไหวต่อ
จากนั้นกลุ่มผู้ทำกิจกรรมได้เดินทางกลับไปยังบริเวณหน้าหอศิลป์ฯ

ทนายยื่นประกัน 12 นักกิจกรรมทางการเมือง ไผ่ ดาวดิน นำขบวน #ยื่นหยุดขัง จากหน้าหอศิลป์ กทม. สมทบ ก่อนอ่านแถลงการณ์หน้าศาลอาญา #ตะวัน #แบม
.
อ่านข่าว https://t.co/WhOg6ZPmXW pic.twitter.com/FUu0papOZJ— Matichon Online (@MatichonOnline) January 29, 2023

