สถานีคิดเลขที่ 12 : ตะวัน-แบม

30.01.23 | 12:00 น.

เพิ่งมีโอกาสได้ชมบทสัมภาษณ์สั้นๆ ที่มติชนทีวีพูดคุยกับ “ศ.ดร.ธงชัย วินิจจะกูล” นักประวัติศาสตร์อาวุโสและอดีตนักกิจกรรมทางการเมือง ที่ออกมายืนสนับสนุน 3 ข้อเรียกร้องของ “ตะวัน-แบม” เมื่อวันที่ 26 มกราคม

จึงขออนุญาตคัดลอกเนื้อหาบางส่วนมาเผยแพร่ซ้ำ ณ ที่นี้ โดยหวังว่าจะ “ไม่ช้าเกินการณ์”

“ผมอยากจะท้านะว่า ไปถามรายคนเลยว่ามีใครเห็นด้วย แทบทั้งหมดจะบอกว่าเห็นด้วยไม่ลง เพราะถ้าทุกคนเห็นด้วยก็ต้องโดดลงไปทำ

“แต่คนที่ออกมาดูถูก ด้วยเหตุผลนี้ เช่นเหตุผลที่หนึ่งที่เขามักจะให้กัน ก็คือว่า ไม่เห็นเหรอว่าผลของเรื่องนี้มันทำไม่ได้ทันที ผมอยากจะถามกลับ คุณนึกว่าคุณฉลาดคนเดียวเหรอ? เด็กสองคนนี้ หรือใครๆ ในโลกก็เห็นว่ามันไม่ก่อผล ถ้าถามว่าไม่ก่อผล แล้วยังทำทำไม?

“ผมถามกลับว่าคุณนวมทอง ไพรวัลย์ สละตัวเองแล้วไง เกิดรัฐประหารต่อมาไหม? ก็เกิด ใช่ไหม คุณนวมทองโง่มากสิ ดูถูกเขาไปเลย โง่มาก ตายแล้วยังอุตส่าห์ไม่ป้องกันการรัฐประหารอีก

Advertisement

“ถามว่าคุณสืบ นาคะเสถียร ฉลาดไหม? ฆ่าตัวตายแล้วสามารถหยุดการทำลายป่าได้ไหม? ไม่ได้ นอกจากหยุดไม่ได้แล้ว คนที่มีส่วนในการทำลายป่าคือผู้พิพากษาทั้งหลาย ที่ทำป่าดอยสุเทพ ป่าแหว่ง ถามว่าคุณสืบนี่โง่ฉิบหายเลยใช่ไหม?

“ขออนุญาตพูดกันอย่างแรงๆ หยาบๆ ไม่ เขาเห็น เขาฉลาดพอๆ กับนายแบก นางแบก และคนทั้งหลายที่ตั้งคำถาม แต่คนเหล่าที่คิดที่พูดมาด้วยเหตุผลนี้ว่าคุณไม่เห็นเหรอว่ามันไม่ได้ผล คุณต่างหากล่ะ คุณลองคิดดูหน่อย ถ้าหากเด็กพวกนี้คิดสั้น มองไม่เห็น ก็ถือว่าไม่ฉลาด

“แต่ถ้าหากเด็กเหล่านี้ คุณสืบ นาคะเสถียร คุณนวมทอง ไพรวัลย์ เขาคิด เขารู้ เขารู้มันไม่เกิดผลในเร็ววัน ทำไมเขายังจะทำอยู่ แปลว่าเขาคิดใหญ่มาก เขาคิดทั้งๆ ที่รู้ว่ามันอาจไม่ได้ผล

“แปลว่าอะไร? แปลว่าเขาคิดจะทำอย่างนั้น ทั้งๆ ที่รู้ว่าตัวเองมีสิทธิตายนะ ทั้งๆ ที่รู้ว่าอาจไม่เกิดผลขึ้นมาทันที คนแบบนี้ต่างหากใจใหญ่มาก ใจใหญ่จนผมไม่กล้า คุณไม่กล้า ใจใหญ่จนถึงคุณไปถามใครก็บอกเห็นด้วยไม่ลง เพราะเราใจใหญ่ไม่พอ…

“ถ้าอย่างนั้นจะตระหนักดีว่าเราที่มาในที่นี้ คงไม่มีใครบอกหรอกว่าเราเห็นด้วย แต่เอ็งไปตายก่อนนะ เราอาจจะบอกเราไม่เห็นด้วย เพราะเราทำไม่ลง เพราะเราใจไม่ใหญ่พอ เราไม่กล้าสละตัวเองเพื่อสิ่งที่มันใหญ่ขนาดนั้น…

“เด็กๆ ตั้งแต่ปี 2563 ข้อเรียกร้องทั้งหลาย จะแรงจะเบาเราเถียงกันได้ แต่ข้อเรียกร้องสำคัญอันหนึ่ง ซึ่งพวกเรามองข้ามแล้วก็เพิกเฉยกันมาตลอด คือ ข้อสอง เขาขอให้ไปคุยในสภา แค่นี้ให้ไม่ได้เหรอ? ถ้าสภาไม่ใช่ที่ถกเถียง แล้วคุณจะให้ที่ไหนอีกล่ะ? ที่จะเป็นที่ที่เปิดโอกาสให้คนคุยกัน ทุกวันนี้ สภายังประกาศปิดประตูไม่ให้เขาเถียงกัน

“แม้ข้อสามของตะวันกับแบม บอกให้พรรคฝ่ายประชาธิปไตยหยิบประเด็นนี้ขึ้นไปผลักดันในสภาหน่อย พรรคการเมืองก็ยังไม่กล้าออกมาพูดแค่ว่า เอาเขาไปพิจารณาหน่อย ถ้าคุณเอาเขาไปพิจารณา มันก็จะช่วยได้เยอะ และเราอาจจะมีโอกาสได้ต่อรองกับเด็กสองคนนั้น ว่าอย่าแรงขนาดนี้เลย

“ผมเชื่อว่าพรรคการเมืองต่างๆ มีความกังวล 108 ผมอยากจะถามว่า ความกังวลของท่านเหล่านั้นมีค่ามากกว่าชีวิตของเด็กเหรอ?…”

ปราปต์ บุนปาน