วิทยา โวคนอยากร่วมพรรค รทสช.เพียบ ชู ‘บิ๊กตู่’ นายกฯหายาก ไม่เคยถูกโจมตีเรื่องโกง ควรนั่งอีกสมัย
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 29 มกราคม ที่โรงแรมเบลล์แกรนด์โฮเทล เทศบาลนครอุดรธานี นายวิทยา แก้วภราดัย รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ได้เดินทางมาพบปะผู้ประสงค์จะลงสมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตในนามพรรค ของพื้นที่ภาคอีสานตอนบน โดยมี นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ อดีต ส.ส.ขอนแก่น นำทีมว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. จำนวน 25 คน และผู้ติดตามประมาณ 50 คน เข้าร่วมในงาน มีการพูดคุยถึงแนวคิดในการลงสนามเลือกตั้ง ที่มาที่ไปของว่าที่ผู้สมัครที่มีแนวทางแตกต่างกัน ซึ่งเป็นการรวมตัวของอดีตแกนนำทางการเมือง 2 ขั้ว และหลากหลายกลุ่ม ในพื้นที่ของแต่ละจังหวัด โดยมีจุดมุ่งหมายหนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้เป็นนายกฯอีกสมัย
การจัดงานในวันนี้มี นางรัตนาวรรณ สุขศาลา หรือ อ.นาง อดีตแกนนำ นปช. จ.อุดรธานี เป็นแกนนำจัดงาน จัดการเรื่องสถานที่และพิธีการ บนเวทีมีการแนะนำว่าที่ผู้สมัครของแต่ละจังหวัด สำหรับ จ.อุดรธานี มีการประกาศรายชื่อครบทุก 9 เขตอีกครั้ง เขต 1 นายสถาพร โคตรบุตร เขต 2 นายองอาจ วิเศษ เขต 3 นายณัฐยศ ผาจวง เขต 4 นายสังคม ล้อนบุญ เขต 5 นายมานิต อินทร์อำคา เขต 6 นายธนวัฒน์ ขันธวิชัย เขต 7 นางสาวอรัญญา ใจมั่น เขต 8 นายผดุงศักดิ์ หันจันทร์ และเขต 9 นายทรงกิตติ สุวรรณทอง

นายวิทยา แก้วภราดัย รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เปิดเผยว่า ภาคอีสานโดยเฉพาะที่ จ.อุดรธานี มีผู้แสดงความจำนงลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ในนามพรรคจำนวนมาก จึงได้นัดหมายมาพบปะกันในวันนี้ เพราะว่าในสัปดาห์นี้ก็จะเข้าสู่การพิจารณาว่า ควรจะคัดเลือกใครในแต่ละพื้นที่ และจะเรียกไปพบปะกับคณะกรรมการสรรหาอีกครั้ง จากคำถามที่ว่ามีการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครของกลุ่ม อ.นาง และแรมโบ้อีสาน ซึ่งมีการสับสนกันมาก่อนหน้านี้ ต้องเรียนว่าทั้งหมดยังเป็นเพียงผู้เสนอตัวเข้ามา จึงได้นัดหมายมาดูหน้าดูตากันในวันนี้ ส่วนที่จะพิจารณาจริงๆ เราใช้ระบบการพิจารณาด้วยคณะกรรมการ จำนวน 4 ท่าน ก็จะมีผม และ ดร.เสกสกล อัตถาวงศ์ หรือแรมโบ้อีสาน รวมอยู่ด้วย
“ในวันอังคารที่จะถึงนี้คณะกรรมการก็จะพิจารณาผู้สมัครในรอบแรก ซึ่งเราอาจจะต้องใช้การพิจารณาหลายรอบ เพราะในแต่ละเขตมีผู้แสดงความจำนงเป็นจำนวนมาก เรื่องรณรงค์หาเสียงตอนนี้ที่ภาคอีสานได้เริ่มดำเนินการไปแล้ว เมื่อได้ผู้สมัครแน่นอนแล้ว พรรคก็จะจัดอบรมอีกครั้ง ซึ่งก็มีเป้าหมายเดียวกันคือเสนอ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี เชื่อว่าฐานเสียงทางอีสานเราก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าใคร และ พล.อ.ประยุทธ์ก็เป็นลูกอีสานแท้ๆ ด้วย ช่วงนี้มีการโจมตี พล.อ.ประยุทธ์อย่างหนัก เรียนว่า ผมเชื่อมั่นว่าประชาชนเขาดูออก”

รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติเปิดเผยอีกว่า การที่จะได้ใครเป็นนายกฯ แต่ละคนก็มีบทเรียน 8 ปีของท่าน พล.อ.ประยุทธ์ แม้ว่าช่วงแรกจะเริ่มต้นด้วยการปฏิวัติ แต่ถ้าย้อนกลับดูจริงๆ อะไรจะเกิดขึ้น เลือดจะท่วมแผ่นดิน เราจะตายอีกสักกี่คน ใครจะไปรู้ ถือว่าท่านเสียสละในการเข้ามายุติปัญหา ซึ่งจะเห็นได้ว่า 8 ปี ท่านไม่เคยถูกฝ่ายค้านโจมตีว่าทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีที่หายาก คิดว่าการเมืองยุคนี้ต้องสร้างนักการเมืองที่ซื่อสัตย์สุจริต อย่างน้อยท่านก็พิสูจน์ท่ามกลางกระแสโต้ลมมา 8 ปี เชื่อว่าทุกคนทั่วประเทศมั่นใจว่าท่านมีความซื่อสัตย์สุจริตพอที่จะดูแลบ้านเมือง ภาคอีสานถือเป็นยุทธภูมิที่สำคัญ พล.อ.ประยุทธ์มีแผนที่จะมาพบปะพี่น้องประชาชนแน่นอน ส่วนวันและเวลารอการประกาศอีกสักนิดหนึ่ง
ดร.ณัฐยศ ผาจวง หรือ ดร.แดง ส.อบจ.อุดรธานี อดีตแกนนำเสื้อแดง เปิดเผยว่า ที่จริงแล้วไม่ต้องการลงการเมืองในระดับชาติ แต่เห็น จ.อุดรธานี ไม่มีการเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนา อะไรก็ยังอยู่เหมือนเดิม จึงได้ตัดสินใจ เพื่ออยากให้บ้านเกิดของตนเองได้พัฒนา อีกอย่างหนึ่งต้องการเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม มีหลายอย่างด้วยกัน เช่น ทางสังคม ท้องถิ่น การศึกษา มันคือปัจจัยที่สำคัญ ตอนที่มีเสื้อแดงเป็นช่วงที่ตนมีอุดมการณ์และจุดยืน เพราะต้องการความเป็นธรรมจากสังคม จากขบวนการในระบบราชการ
“ตนเข้าร่วมกับเสื้อแดงเมื่อปี 2551 ขึ้นเวทีปราศรัยครั้งแรกที่สนามหลวง จึงได้มีการยอมรับตนเป็นนักปราศรัย ในระดับจังหวัด ที่จริงแล้วตนเองอยากเข้าร่วมลงสมัคร ส.ส.ของพรรคเพื่อไทย แต่เป็นไม่ได้เพราะเข้าลำบาก เนื่องจากยังเป็นระบบลูกท่านหลานเธอ เข้าไม่ถึงผู้ใหญ่ในพรรค ที่สำคัญหากไม่มีคนแดนไกลดูแลตนเองก็ได้ผลกระทบเหมือนนายจตุพร เพราะตนเองเคยต่อสู้เดินนำหน้ามวลชนคนเสื้อแดงมาตลอด ทำให้ตนเองจองจำติดคุก 9 เดือน หลังจากนั้นออกมาก็ไม่ได้รับการดูแลจากคนแดนไกล หรือพรรคเพื่อไทย แต่ก็ได้โอกาสที่ดีเข้ามาทำงานใน อบจ.อุดรธานี“


ดร.แดงเปิดเผยอีกว่า ส่วนตัวแล้วตนก็ยังสามารถพูดคุยกับพรรคเพื่อไทยได้เหมือนเดิม แต่วิถีทางการเมืองต้องเดินไปตามเป้าหมายที่ตนเองตั้งเอาไว้ ตนจึงได้เข้าร่วมกับพรรครวมไทยสร้างชาติ ส่วนแลนด์สไลด์คนเสื้อแดงอาจจะเป็นนโยบายของพรรคนั้น แต่จะไม่เหมือน 10 ปีที่ผ่านมา เพราะคนเสื้อแดงยังได้รับผลกระทบ ขาดการดูแลจากพรรคเพื่อไทยและคนแดนไกล ซึ่งในตอนนี้ประชาชนจะหันมาดูตัวบุคคล จะไม่ดูพรรคอีกต่อไป
นางรัตนาวรรณ สุขศาลา หรือ อ.นาง เปิดเผยว่า ในความคิดของตนเรื่องความคิดต่างในอดีต พวกเราไม่คบหากัน หรือไม่พูดคุยกันโดยตรง พอเราได้สัมผัสกับบุคคลที่เราต่อสู้กันมา ทำให้รู้ว่าเป็นอุดมการณ์เดียว เพื่อต้องการให้ประเทศชาติเดินไปข้างหน้า พี่น้องประชาชนจะได้อยู่ดีกินดี จึงได้มองว่าจะเป็นเสื้อเหลือง หรือเสื้อแดง มีทั้งคนดีและคนไม่ดี ดังนั้น เราต้องการคบคนดี ไม่จำกัดว่าจะอยู่ฝ่ายนั้นฝ่ายนี้ เพราะเราได้สัมผัสคนที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับเรา จึงตัดสินใจเดินร่วมกับพรรครวมไทยสร้างชาติ ส่วนเรื่องแลนด์สไลด์ของคนเสื้อแดงปัจจุบันนี้เพราะสีเสื้อได้สลายหายไปหมดแล้ว เนื่องจากปัจจุบันนี้ประชาชนเขาคิดเป็นทำเป็น ก็อยากให้ประชาชนให้ความร่วมมือสนับสนุนกับคนที่คิดดีทำดีให้กับประเทศชาติ เพื่อให้ประเทศไทยของเราเดินต่อไป ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ สังคม หรืออย่างอื่น มันก็จะเดินไปข้างหน้าได้

