‘บิ๊กตู่’ เคลมแก้เรื่องน้ำทั้งหมด แค่มอบ ‘บิ๊กป้อม’ กำกับ แนะนำ ส.ส.ต้อนรับ ย้ำให้ทำเพื่อ ปชช.

30.01.23 | 14:10 น.

‘บิ๊กตู่’ เคลมงานแก้น้ำเป็นคนดูทั้งหมด เย้ยแค่มอบ ‘บิ๊กป้อม’ กำกับดูแล ระบุตั้ง ‘พีระพันธุ์’ เพราะเป็นผู้พิพากษาเก่า แนะนำ ส.ส.ต้อนรับบอกพรรคไหนไม่รู้แต่ต้องทำงานให้ ปชช. ย้ำ ขรก.ต้องทำงานเชิงรุก

เมื่อเวลา 11.45 น. วันที่ 30 มกราคม ที่วัดดงแม่ศรีเมือง ต.ตาสัง อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ติดตามการขับเคลื่อนระบบบริหารจัดการข้อมูลการพัฒนาคนแบบชี้เป้าในระดับพื้นที่ โดยทันทีที่มาถึง พล.อ.ประยุทธ์สักการะหลวงพ่อโตและนมัสการพระครูนิวาสบุญญากร (หลวงพ่อบรรจง ปริปุณโณ) เจ้าอาวาสวัดดงแม่ศรีเมือง ที่วิหารหลวงพ่อโต โดยเจ้าอาวาสได้มอบพระพุทธรูปจำลองพระกำแพงสามขาให้กับนายกรัฐมนตรี

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์รับฟังการบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตร (บึงบอน) และโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ “บึงบอน” อ.บรรพตพิสัย ก่อนกล่าวกับประชาชนที่มาให้การต้อนรับประมาณ 5,000 คน ตอนหนึ่งว่า วันนี้เดินทางมาแต่เช้า แต่เครื่องมีปัญหานิดหน่อย ถ้าบินมาด้วยเครื่องลำนั้นป่านนี้ไม่รู้ไปถึงไหน วันนี้พูดเยอะ เหนื่อย แต่ยอมรับว่าเวลาทำมันเหนื่อยกว่านี้ แต่ก็ทำมาโดยตลอด ทำให้กับทุกคนเพราะนี่คือประเทศไทย

พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวแนะนำทีมงานที่เดินทางมาด้วย ช่วงหนึ่งได้แนะนำ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ว่าเลขาฯมีหน้าที่ทำเรื่องเอกสารและแผนงานต่างๆ ที่อาจต้องมีการตรวจสอบให้นายกฯ ซึ่งนายพีระพันธุ์เป็นผู้พิพากษาเก่า ทำอย่างไรให้นายกฯปลอดภัยในเรื่องของกฎหมาย

นอกจากนี้ นายกฯได้แนะนำเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ว่าที่ตั้ง สทนช.มาก็เพื่อบริหารจัดการน้ำ บูรณาการน้ำ เพราะมีหลายหน่วยงานเรื่องน้ำ ซึ่งมอบหมายให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เป็นผู้กำกับดูแลตรงนี้ แต่ทั้งหมดต้องมาที่ตน เพราะเป็นผู้อนุมัติในฐานะนายกฯ และนำเข้าพิจารณาในคณะรัฐมนตรี ต้องดูว่าที่ทำขึ้นมารับได้หรือไม่ มีงบประมาณเพียงพอหรือไม่ เราต้องบริหารตรงนี้ให้ได้ตามความเร่งด่วน

Advertisement

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ได้แนะนำ นายเสกสกล อัตถาวงศ์ หรือ แรมโบ้ ที่ปรึกษาของนายกฯ ที่ตั้งขึ้นมาเพราะมีความใกล้ชิดประชาชน ก็เอามาช่วยงานกัน เขาอาสาสมัครเข้ามาไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว ทำงานกันไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงหนึ่งนายกฯได้แนะนำ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 พร้อมระบุว่า เมื่อกี้สั่งย้ายให้ไปประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1-2 คน ยืนยันว่าต่อไปนี้ใครมีเรื่องต้องถูกย้ายทั้งหมด ถ้ามีการเกี่ยวพันมีหลักฐานก็ย้ายไปประจำ ไม่เช่นนั้นไม่เข็ด คนดีในองค์กรเยอะแยะ เสียหายไปหมด องค์กรก็เสียด้วย

พร้อมกันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ได้แนะนำบรรดา ส.ส.ที่มาให้การต้อนรับ โดยให้ยืนโชว์ตัว พร้อมกระเซ้า นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ ที่ครั้งแรกไม่ได้ลุกขึ้นยืน โดยระบุว่า ไม่ใช่ ส.ส.หรืออย่างไร

“ผมไม่รู้หรอกพรรคไหน ผมก็ไม่รู้ แต่ ส.ส.เป็นผู้ที่จะต้องรับฟังความต้องการของประชาชนมาแล้วนำเสนอเข้ามาให้รัฐบาลทราบ ผมไม่ใช่ศัตรูของใคร สุดแล้วแต่ท่านจะเลือกกันอย่างไร แต่ทุกอย่างต้องมีหลักการในการทำงาน ทำไมผมจะเป็นคนที่ไม่รักพวกเรา ผมทำได้ทำไมผมถึงไม่ทำ ขอให้คิดอย่างนี้ มันจะได้เป็นกำลังใจให้กันและกัน ขัดแย้งกันไม่ได้อีกแล้ว เราไม่ต้องการให้ประเทศกลับไปสู่แบบเดิม

“ใครต้องการแบบเดิมบ้าง อย่าให้เกิดขึ้นอีกเลย ผมไม่พูดอะไรถึงใครหรอก แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับพวกเราทั้งนั้น มันมีช่องทางทุกอย่างที่จะแก้ไขปัญหาไม่ใช่ว่าจะไม่ถูกวิธีแล้วจะวุ่นไปทั้งหมด” พล.อ.ประยุทธ์ถอนหายใจ พร้อมกับระบุว่า นี่พูดแบบขึ้นรถไฟไปโน้นแทบจะกลับไม่ถูก

ในช่วงท้าย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยว่า ทุกคนต้องทำงานเชิงรุก ชุมชนต้องเข้มแข็ง ห่วงใยกัน มีจิตใจเอื้อเฟื้อถึงกันรักกันมากๆ อย่าให้อะไรต่างๆ ทำลายมิตรภาพของเรา เพราะฉะนั้นถ้าใครมีพฤติกรรมแบบนี้มา เราก็อย่าไปร่วมมือกับเขาเท่านั้นเอง เราก็อยู่ของเราเพื่อจะทำให้บ้านเมืองสงบสุข ขอขอบคุณอีกครั้ง ดีใจที่ได้พบกับพวกเรานำความปรารถนาดีมาให้ ถ้าเราต่างคนต่างมีจิตใจอันบริสุทธิ์ถึงกันมันก็จบแล้ว เขาเรียกว่าเป็นกุศล ขอให้คิดดีทำดี นั่นคือสิ่งที่จะทำให้เราเจริญไปข้างหน้าและมีความสุข

การลงพื้นที่ดังกล่าวมี นายสัญญา นิลสุพรรณ ส.ส.นครสวรรค์ เขต 3 พรรคพลังประชารัฐ นายสุรชาติ ศรีบุศกร ส.ส.พิจิตร เขต 3 พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งมีกระแสข่าวเตรียมจะย้ายมาอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ร่วมให้การต้อนรับด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การลงพื้นที่ จ.นครสวรรค์ ยังได้มีการปรับกิจกรรมนายกรัฐมนตรี เดิมมีกิจกรรมในแปลงนาข้าวปลอดภัย (ข้าวรักษ์โลก) ในการขับรถดำนา หรือบังคับโดรนพ่นสารชีวพันธุ์ แต่ได้มีการยกเลิก

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์เดินทักทายประชาชนและนักเรียนที่มาต้อนรับ พร้อมกล่าวตอนหนึ่งว่า รักทุกคนนะ ไม่รักจะทนอยู่มาหลายปีได้อย่างไร รักประชาชนจริงๆ รักทุกคน รักตั้งแต่ในท้องจนถึงผู้ใหญ่ เพราะฉะนั้นต้องรัก สามัคคี ไปทำลายกันไม่ได้ อย่าลืมว่าประวัติศาสตร์มีไว้เรียนรู้ มีทั้งดีและไม่ดีอะไรที่ไม่ดีก็อย่าไปทำ แต่ไม่ได้ว่าอะไรใคร ทุกคนก็ต้องไปดูอะไรดีไม่ดีที่ดีก็ทำต่อ ฉะนั้น ชาวบ้านก็ต้องไปเลือกกันมา

พล.อ.ประยุทธ์ยังระบุด้วยว่า ครูกับนักเรียนต้องเรียนรู้ไปด้วยกัน นายกฯเป็นคนอารมณ์ดี ไม่ได้ขี้โมโห ถ้ามีอะไรก็ขอให้บอก ส.ส.ไป

ช่วงหนึ่งมีชาวบ้านถามถึงทะเบียนรถเพื่อนำไปเสี่ยงโชค พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ถามเรื่องทะเบียนรถกันอีกแล้ว ไปดูเอง นายกฯพูดตรงนี้ไม่ได้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง