หน้าแรก การเมือง ตามหาที่พึ่งป...

ตามหาที่พึ่งประชาชน! ยื่น 6,514 ชื่อถึงปธ.ศาลฎีกา แถลงย้ำ 3 ข้อตะวัน-แบม ‘บุ้ง’ ขีดเส้น 3 วันจะกลับมาทวง

30.01.23 | 14:23 น.

แถลงย้ำ 3 ข้อตะวัน-แบม ยื่น 6,514 ชื่อถึงปธ.ศาลฎีกา ‘บุ้ง’ ขีดเส้น 3 วันก่อนกลับมาทวง ถามหาหลักการจากพึ่งประชาชน

เมื่อวันที่ 30 มกราคม ที่ มหาวิทยาลัยธรรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ กลุ่มทะลุวัง นัดหมายรวมตัวเพื่อทำกิจกรรม ยื่นหนังสือ และกว่า 5,000 รายชื่อถึงประธานศาลฎีกา สนับสนุน 3 ข้อเรียกร้องของ น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือตะวัน และ น.ส.อรวรรณ ภู่พงษ์ หรือ แบม ผู้ต้องหา ม.112 ที่ถอนประกันตนเอง เรียกร้อง 3 ข้อ คือ 1. ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม 2.ปล่อยนักโทษทางการเมืองทุกคน 3. พรรคการเมืองออกนโยบายยกเลิก ม.112 และ 116

บรรยากาศ เวลา 12.55 น. ที่ลานสวนประติมากรรมประวัติศาสตร์ ธรรมศาสตร์กับการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย กลุ่มทะลุวัง และนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ทยอยเดินทางมารวมตัว โดยมีทั้งคณาจารย์ นักวิชาการและนักกิจกรรม ประกอบด้วย รศ.ดร.อนุสรณ์ อุณโณ อาจารย์คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล, นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย, นายเอกชัย หงส์กังวาน และผู้เข้าร่วมกิจกรรม รวมตัวกันที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ก่อนเตรียมตั้งแถวบริเวณลานสวนประติมากรรมประวัติศาสตร์ฯ เพื่อเดินเท้าไปยังสำนักประธานศาลฎีกา

อ่านข่าว : ทะลุวัง ตั้งขบวน ส.ส.-นักวิชาการ แห่เดินเท้าไปศาลฎีกา ขน 5,000 ชื่อยื่นหนุนตะวัน-แบม

เวลา 12.27 น. เริ่มเคลื่อนขบวน โดย น.ส.ธนพร วิจันทร์ หรือ ไหม แกนนำเครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน เผยว่ามีผู้สร่วมลงชื่ทางออนไลน์ รวม 6,514 รายชื่อ ที่จะนำไปยื่นในวันนี้ นอกจากนี้ยังมี คณาจารย์คณะนิติศาสตร์ทั้งประเทศ 66 คน เห็นว่าผู้มีอำนาจในกระบวนการยุติธรรม ต้องยึกหลักการและสิทธิตามกฎหมาย จึงนำจดหมายไปร่วมยื่นถึงประธานศาลฎีกา ด้วย

บรรยากาศเวลา 13.25 น. ขบวนเคลื่อนออกจากลานสวนประติมากรรมประวัติศาสตร์ ธรรมศาสตร์กับการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย จากนั้นข้ามถนนไปยังสนามหลวง มุ่งหน้าสู่ศาลฎีกา ถนนราชดำเนินใน เพื่อยื่นรายชื่อผู้สนับสนุน 3 ข้อเรียกร้องตะวัน-แบม

Advertisement

ต่อมาเวลา 13.30 น. ที่ท้องสนามหลวง ขบวนของกลุ่มทะลุวัง นำโดย นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข และ น.ส.เนติพร เสน่ห์สังคม หรือ บุ้งทะลุวัง หยุดกลางสนาม ก่อนเปล่งเสียงพร้อมกันว่า “ปล่อยเพื่อนเรา ยกเลิก 112”

เวลา 13.39 น. กลุ่มทะลุวังเดินเท้าถึงบริเวณหน้าศาลฎีกา จากนั้น อ่านแถลงการณ์ข้อเรียกร้องทั้ง 3 ข้อ ก่อนเดินเท้าเข้ายื่นรายชื่อต่อไป ระหว่างนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาสอบถามรายละเอียดการทำกิจกรรม

ต่อมา เวลา 13.50 น. กลุ่มทะลุวัง เดินเท้าถึงสำนักประธานศาลฎีกา โดย น.ส.เนติพร หรือ บุ้ง ได้เป็นผู้ยื่นรายชื่อให้แก่ นายธนากร พรวชิราภา หัวหน้าส่วนกฎหมายและระเบียบ สำนักงานประธานศาลฎีกา ในฐานะนตัวแทนประธานศาลฎีกา พร้อมกล่าวว่า ตนให้เวลาในการตัดสินใจภายใน 3 วัน หากไม่มีการดำเนินการ ตนจะกลับมาตั้งขบวนเดินเท้าเพื่อมากดดันอีกครั้ง พร้อมกับมวลชนที่มากกว่าครั้งนี้

หลังจากยื่นหนังสือ น.ส.เนติพรกล่าวว่า ตนเป็นลูกสาวของผู้พิพากษา โตมากับการวิ่งเล่นในศาล ถูกครอบครัวสั่งสอนมาโดยตลอดว่า กระบวนการยุติธรรมจะต้องเป็นที่พึ่งให้กับประชาชน ไม่เช่นนั้นประชาชนจะอยู่ได้อย่างไร

ด้าน นายสมยศกล่าวตอนหนึ่งว่า หลักการนี้ถูกทำลาย ถูกเหยียบย่ำมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคดีการเมือง เนื่องจากว่าราษฎร หรือเยาวชนคนรุ่นใหม่ ได้เรียกร้องการปฏิรูปสถาบันฯ  แต่กลับถูกใช้ความรุนแรงโดยเจ้าหน้าที่รัฐ

สำหรับ แถลงการณ์ของกลุ่มทะลุวัง ที่นำไปยื่นต่อศาลฎีกาพร้อม 6,514 รายชื่อ มีเนื้อหาความว่า

ตามที่ ทานตะวัน ด้วดุลานนท์, อรวรรณ ภู่พงศ์ หรือแบม ได้ถอนการประกันตัว เนื่องจาก เป็นการประกันตัวแบบมีเงื่อนไขที่ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชน ศาลอาญา มีคำสั่งคุมขังเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2566 ทั้งสองคนจึงอดอาหารและน้ำ โดยมีข้อเรียกร้อง 3 ข้อคือ 1.ปล่อยตัวนักโทษการเมือง ทุกคน 2.ปฏิรูปยุติธรรม ศาลเป็นอิสระปราศจากการแทรกแซง 3. ประกันสิทธิเสรีภาพ ยกเลิกมาตรา 112 ทั้งสองคนปฏิเสธการรักษา มีอาการสาหัส เสี่ยงอันตรายต่อการเสียชีวิต ขณะนี้สาธารณชนได้แสดงออกในการสนับสนุนข้อเรียกร้อง 3 ข้อของตะวันและแบม โดยกลุ่มทะลุวังได้รวบรวมรายชื่อ ประชาชนจํานวน 6,000 คนที่สนับสนุนข้อเรียกร้องสามข้อของตะวันและแบบ ผ่านเว็บไซต์รณรงค์เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง (Change.org) จึงขอเรียกร้องต่อศาลฎีกาดังต่อไปนี้

1.ปล่อยตัวนักโทษการเมืองทุกคน จากการที่ราษฎร ได้มีการแสดงความคิดเห็นและการชุมนุมโดยสงบ เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ เรียกร้องให้มีการปฏิรูปสถาบันฯ ให้สอดคล้องกับประชาธิปไตย แต่รัฐบาลประยุทธ์กลับใช้ความรุนแรงปราบปรามประชาชนและใช้มาตรา 112และ116 เป็นเครื่องมือในการจับกุมคุมขัง โดยที่ศาลไม่ให้ประกันตัว หรือให้ประกันตัวแต่มีเงื่อนไขหลายประการที่เป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญและสิทธิมนุษยชน เป็นเหตุให้ทั้งสองคนอดอาหารและน้ำ ดังนั้นจึงขอให้ศาลฎีกาได้ปกป้องสิทธิเสรีภาพของราษฎรด้วยการปล่อยตัวนักโทษการเมือง ทุกคน

2.ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ให้ผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนมีความเป็นอิสระ เปิดเผย โปร่งใส เนื่องจากผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนในกระบวนการพิจารณาคดี ไม่สามารถอำนวยความยุติธรรมได้อย่างแท้จริง เนื่องจากผู้บริหารเป็นผู้พิจารณาสั่งการอันเป็นการแสดงถึงการแทรกแซงกระบวนการพิจารณาที่ทำให้ขาดความโปร่งใส ไม่เป็นที่ยอมรับต่อสังคม จึงขอให้ศาลฎีกาประกาศโดยชัดแจ้งให้กระบวนการพิจารณาคดีปราศจากการแทรกแซงจากผู้บริหาร และผู้มีอำนาจหน้าที่ส่งผลต่อความยุติธรรมและสิทธิเสรีภาพของราษฎร

3.ประกันสิทธิเสรีภาพของราษฎร จากการใช้กฎหมายมาตรา 112และ116 อย่างไม่เป็นธรรม ด้วยการยุติการดำเนินคดีที่เกิดจากการใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญของราษฎร ดำเนินการในการยกเลิกมาตรา 112 และ 116