‘พิพัฒน์’ รับขบวนการโฆษณาเกินจริง ‘บัตรอีลีทการ์ด’ เอื้อทุนจีนสีเทา มีแนวโน้มกระทบภาพลักษณ์ ลั่นพร้อมให้ความร่วมมือฝ่ายสอบสวน จะดำเนินการตามกฎหมายถึงที่สุด
เมื่อเวลา 09.10 น. วันที่ 31 มกราคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ชี้แจงกรณีมีนักท่องเที่ยวใช้บริการของตำรวจท่องเที่ยวในการอำนวยความสะดวกด้านการเดินทางกับนักท่องเที่ยวชาวจีน ใช้บริการแบบ Fast Track เข้ามา และมีรถนำขบวน ว่าเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่เพียง 2 คนเท่านั้นที่เข้าไปดำเนินการโดยพลการ และไม่ได้ขออนุญาตจากกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว กรณีที่สามารถขอใช้รถนำขบวนได้นั้น เช่น แขกของรัฐบาล ผู้นำรัฐบาลที่เข้ามาเป็นการส่วนตัว หรือราชวงศ์ของประเทศต่างๆ ที่เข้ามาประเทศไทย และหากต้องการขอดูแลความปลอดภัย อารักขาบุคคลสำคัญ และอำนวยความสะดวกตามจำเป็นแก่กรณี ให้ทำหนังสือมาที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หรือกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว รวมถึงนักท่องเที่ยวที่มาเป็นกรุ๊ปทัวร์โดยรถบัสหลายคัน หรือรถเล็กที่แข่งแรลลี่ รวมถึงบิ๊กไบค์ที่มาเป็นขบวน หากมีการขออนุเคราะห์เพื่อขอความปลอดภัย เราสามารถส่งรถนำขบวนไปได้
ส่วนกรณี บัตรไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด ที่มีบริษัททัวร์ หรือบริษัทนายหน้านำไปขายเกินราคา นายพิพัฒน์มองว่าเป็นเรื่องการตลาด ไม่สามารถควบคุมได้ เพราะเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในต่างประเทศ ซึ่งบัตรนี้จะมี 7-8 บัตร มีวงเงินในบัตรที่จะสามารถจองที่นั่งพิเศษ มีเจ้าหน้าที่เข้าไปรับแล้วนำเข้าช่องทางพิเศษ และให้บริการส่งถึงหน้าประตูทางออก รวมถึงส่งถึงหน้าประตู แต่หากอยากให้มีรถรับส่งก็จะคิดค่าบริการเพิ่มเป็นกรณีพิเศษ
นายพิพัฒน์กล่าวว่า ยืนยันว่าการที่มีบริษัททัวร์ไปขายเกินราคา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และบริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด ไม่สามารถจะรับผิดชอบในสิ่งเหล่านั้นได้ ซึ่งประเทศไทยมีการมอบบัตรพิเศษให้กับบุคคลที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ รวมถึงทำประโยชน์ให้ประเทศไทย เช่น กรณี “หมี เซียะ” นักแสดงชื่อดัง มารำโปรโมตการท่องเที่ยวหลังเกิดเหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์เพื่อสร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยวชาวจีน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
ส่วนกรณีมีการโฆษณาเกินจริงว่ามีโปรโมชั่นเสริม สามารถทำบัตรประชาชนได้ในบัตรพริวิลเลจการ์ดนั้น นายพิพัฒน์กล่าวว่า ททท.และบริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด ได้ประสานไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการตรวจสอบ หากเกิดเหตุการณ์นี้จริงจะให้ตำรวจเข้าไปสืบสวนสอบสวนบริษัททัวร์ที่โฆษณาแบบนั้นว่ากระทำเกินจริงหรือไม่ ซึ่งหลักเกณฑ์ของบัตรไม่มีการโฆษณาเกินจริง เนื่องจากมีอัตราค่าใช้บริการที่แน่นอนและมีราคาที่สูง
กรณีเน็ตไอดอลไต้หวันครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าซึ่งเป็นสิ่งผิดกฎหมายในประเทศไทยนั้น นายพิพัฒน์ย้ำว่า บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสิ่งผิดกฎหมายในประเทศไทย ดังนั้น ใครที่พก นำเข้ามาในประเทศไทยถือว่าผิดกฎหมายประเทศไทย แต่การเจอนักท่องเที่ยวสูบเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถจะจับปรับได้ จะต้องนำส่งศาลอย่างเดียว
ทั้งนี้ นอกจากให้สัมภาษณ์แล้ว นายพิพัฒน์ยังให้เจ้าหน้าที่นำเอกสารข่าวความยาวหน้าครึ่งกระดาษเอสี่แจกแก่สื่อมวลชน มีสาระสำคัญโดยสังเขปกล่าวถึงที่มาและสิทธิประโยชน์ รวมถึงขั้นตอน และวิธีการออกบัตรอีลีทการ์ด
พร้อมระบุกรณีขบวนการนายหน้าในประเทศจีนนำไปดำเนินการผิดกฎหมาย และเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มจีนสีเทา ว่ากระทรวงการท่องเที่ยวพร้อมให้ความร่วมมือกับฝ่ายสืบสวนอย่างเต็มที่ในการตรวจสอบ หากพบความผิดพลาด หรือจุดที่เป็นช่องโหว่ของเงื่อนไขในการรับบัตรก็พร้อมปรับปรุงเพื่อให้เกิดความโปร่งใส
ขณะเดียวกัน หากพบเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้องก็จะดำเนินการตามกฎหมายถึงที่สุด เนื่องจากประเด็นดังกล่าวมีแนวโน้มจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวและกระทรวง ซึ่งขณะนี้ได้มอบให้ ททท.ติดตามข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์อย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกัน จะเพิ่มมาตรการในการตรวจสอบ เช่น สถานะของผู้แทนจำหน่าย หรือเอเยนต์ และสถานะของผู้ถือบัตรทุก 2 ปี เป็นต้น
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

