สมชัย ขู่ยื่นเอาผิด ผู้ตรวจราชการสธ. วางตัวไม่เป็นกลาง สั่งขึ้นป้ายอนุทิน เข้าข่ายหาเสียง
จากกรณีที่ เพจแพทย์ชนบท ให้ กกต.สอบเรื่องการขึ้นป้ายหน้าโรงพยาบาล ที่ปรากฏหน้า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข บนป้ายประชาสัมพันธ์นโยบายดูแลผู้สูงอายุอาจเข้าข่ายการหาเสียง ซึ่งผิดกฎหมาย กระทั่ง นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ออกมาตอบโต้โดยยกคำวินิจของกกต.ว่า สามารถทำได้นั้น
ย้อนอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ‘ชมรมแพทย์ชนบท’ ฝาก กกต.สอบด่วน ป้าย สธ.ขึ้นพรึบทั่วไทย เอื้อหาเสียงหรือไม่
- ภท.ยกคำวินิจฉัยกกต. ตอกแพทย์ชนบท รพ.ขึ้นป้ายอนุทินทั่วไทย ไม่ใช่การเอื้อหาเสียง
ล่าสุด ( 31 ม.ค.) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ประธานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์นโยบายพรรคเสรีรวมไทย (สร.) และอดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้โพสต์แสดงความคิดเห็นถึงกรณีดังกล่าว โดยระบุว่า
“รมต. ไม่เกี่ยว แต่ข้าราชการประจำ มีสิทธิถูกร้องเรียน กกต.
กรณีป้ายรูปคุณอนุทิน เกี่ยวกับ 2566 ปีแห่งสุขภาพสูงวัยไทย ที่มีการสั่งการจนมีป้ายเต็มบ้านเต็มเมืองนั้น น่าจะมีข้าราชการที่ถูกร้องเรียนไปยัง กกต. ว่า เป็นการดำเนินการที่วางตัวไม่เป็นกลาง เข้าข่ายเป็นการหาเสียงให้บุคคลใดบุคคลหนึ่ง
1.คำสั่ง คำขอความร่วมมือให้จัดทำป้ายตามรูปแบบ มาจากผู้ตรวจราชการกระทรวงคนหนึ่งเพียงคนเดียว ที่ขอความร่วมมือไปยัง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัด ไม่ใช่ผู้ตรวจราชการทั้งหมด 12 คน หรือ จากคำสั่งคำขอของปลัดกระทรวง
2.ผู้ตรวจราชการกระทรวง คนดังกล่าว มีประวัติการทำงานใกล้ชิดกับฝ่ายการเมือง ทำให้สามารถเติบโตในตำแหน่งราชการอย่างรวดเร็ว ข้ามหน้าข้ามตาข้าราชการคนอื่นๆ ทำลายระบบธรรมาภิบาลในกระทรวง
3.คำขอความร่วมมือ แม้ไม่ใช่คำสั่ง และงานที่ประชาสัมพันธ์ ก็ไม่อยู่ในสายงานที่ผู้ตรวจราชการกระทรวงดูแล แต่สร้างความลำบากใจให้แก่ข้าราชการในกระทรวงต้องดำเนินการตามคำขอ และถ่ายภาพผลงานมาแสดง เพราะผู้ขอเป็นที่รู้ทั่วไปว่า มีความใกล้ชิดกับฝ่ายการเมือง
4.หาก กระทรวงสาธารณสุข ยังไม่มีการแก้ไขให้ถูกต้อง ผมจำเป็นต้องยื่นเรื่องต่อ กกต. พร้อมหลักฐาน การขอให้มีการดำเนินการจัดทำป้ายของข้าราชการประจำดังกล่าว และหาก กกต.เห็นว่า เป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม จะต้องให้หน่วยงานต้นสังกัดสั่งสอบทางวินัย และย้ายออกจากตำแหน่งหน้าที่ จนกว่าจะพ้นการเลือกตั้ง
การยื่นเรื่องครั้งนี้ จะเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพื่อสร้างบรรทัดฐานการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้งครับ”

