หน้าแรก การเมือง เดินหน้าชน : ...

เดินหน้าชน : รวมกันตายหมู่

1.02.23 | 13:42 น.

เดินหน้าชน : รวมกันตายหมู่

ผลสำรวจของนิด้าโพลเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2566 ที่ผ่านมา คงเป็นไปตามที่ทั้ง พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม และ พล..ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ย้ำมาตลอดว่า 3 . รวมถึง พล..อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ไม่มีวันแตกแยกกันอย่างเด็ดขาด

ผลสำรวจเมื่อถามถึงความรู้สึกของประชาชนต่อการแข่งขันทางการเมืองระหว่าง พล..ประวิตรจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กับ พล..ประยุทธ์ จากพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 46.56 ระบุว่า พล..ประวิตร กับ พล..ประยุทธ์ ไม่ได้แตกกัน เป็นเพียงแค่การแข่งขันทางการเมือง 

รองลงมา ร้อยละ 28.93 ระบุว่า การเมืองไม่มีมิตรแท้และศัตรูที่ถาวร ร้อยละ 20.53 ระบุว่า เป็นสีสันทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ร้อยละ 12.52 ระบุว่า พล..ประยุทธ์ เป็นอิสระมากขึ้นในการตัดสินใจทางการเมืองและการบริหารประเทศ ร้อยละ 10.76 ระบุว่า การแข่งขันกันจะทำให้ทั้งสองพรรคได้ ส.. รวมกันแล้วน้อยกว่าจำนวน ส.. พรรคพลังประชารัฐ ในการเลือกตั้งปี 2562 

ร้อยละ 9.01 ระบุว่า พล..ประวิตร กับ พล..ประยุทธ์แตกกันอย่างแน่นอน ร้อยละ 8.78 ระบุว่า พล..ประวิตร และ พปชร. เป็นอิสระมากขึ้น สามารถร่วมรัฐบาลกับฝั่งไหนก็ได้ หลังการเลือกตั้ง ร้อยละ 6.56 ระบุว่า การแข่งขันกันจะทำให้ทั้งสองพรรคได้ ส.. รวมกันแล้วมากกว่าจำนวน ส.. พปชร.ในการเลือกตั้งปี 2562 ร้อยละ 6.34 ระบุว่า ผู้ที่เคยสนับสนุน พล..ประยุทธ์ แต่ไม่ชอบ พปชร. จะกลับมาสนับสนุน พล..ประยุทธ์มากขึ้น และร้อยละ 3.05 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

ด้านความคิดเห็นของประชาชนต่อจำนวน ส.. ระหว่าง พปชร. และ รทสช. ภายหลังการเลือกตั้งครั้งหน้า พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 42.75 ระบุว่า ทั้งสองพรรค จะได้จำนวน ส.. เท่าๆ กัน รองลงมา ร้อยละ 25.73 ระบุว่า พปชร. จะได้จำนวน ส.. มากกว่า ร้อยละ 24.73 ระบุว่า รทสช. จะได้จำนวน ส.. มากกว่า และร้อยละ 6.79 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

Advertisement

เมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อความเป็นไปได้ที่ พล..ประวิตร และ พล..ประยุทธ์ จะจับมือกันในการจัดตั้งรัฐบาล ภายหลังการเลือกตั้งสมัยหน้า พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 38.40 ระบุว่า เป็นไปได้มาก รองลงมา ร้อยละ 30.07 ระบุว่า ค่อนข้างเป็นไปได้ ร้อยละ 18.32 ระบุว่า เป็นไปไม่ได้เลย ร้อยละ 11.76 ระบุว่า ไม่ค่อยเป็นไปได้ และร้อยละ 1.45 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

เห็นผลสำรวจนี้แล้ว ทำให้อาจมองได้หลายมุมว่าเป็นกลยุทธ์แยกกันเดิน รวมกันตีหรืออีกมุมอาจเป็นรวมกันตายหมู่ แยกกันอยู่เรารอด

เพราะอย่าลืมว่า หากทั้ง 2 . ไหลมาอยู่ด้วยกัน หากพลาดพลั้งไม่ได้เสียงข้างมากในการเลือกตั้ง แม้จะมีเสียง ส..คอยค้ำจุนอยู่

แต่เมื่อมาเจอคำว่าแลนด์สไลด์ของพรรคเพื่อไทย พูดกรอกหูทุกวัน ความไม่แน่นอนจึงเกิดขึ้นได้

ดังนั้นอย่ากระนั้นเลย แยกกันเดินแบบนี้ เผื่อเหลือเผื่อขาด รทสช.ไม่ได้เสียงข้างมาก ก็ยังมี พปชร.ไว้สานสัมพันธ์อีกขั้วได้

ภาพนี้ค่อนข้างชัดขึ้น เมื่อดูจากพฤติกรรมการหาเสียงของทั้ง 2 .

แน่นอนว่า พล..ประยุทธ์เล่นบทเกรี้ยวกราด ขึงขัง โผงผาง ขนาดไปตรวจงานต่างจังหวัดยังใส่สูท ตามสไตล์ถนัด

แต่ทางฝั่ง พล..ประวิตร ปรับลุค เดินตลาด ยิ้มหวานเจี๊ยบ คิกขุ ใส่กางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบ ทักทายพ่อค้าแม่ค้า

แม้ว่าจะเกิดรายการลงพื้นที่ปาดหน้า กันหลายครั้งหลายหน พล..ประวิตรลงพื้นที่ก่อน พล..ประยุทธ์จะไป

แต่ก็มองได้ว่าเป็นการตั้งใจให้เป็นแบบนี้หรือไม่ เพื่อตอกย้ำให้ประชาชนเลือกใครคนใดคนหนึ่งตามสไตล์ที่ชอบ เพื่อไม่ให้คะแนนเสียงกระเด็นไปทางอื่น

เพราะอย่างที่บอกว่า ยังไงทั้งคู่ก็ไม่ทะเลาะกันอยู่แล้ว การทำให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้เป็นการจงใจเรียกคะแนนเสียงหรือไม่

ทำแบบนี้โอกาสหลุดจากขั้วอำนาจมีน้อย เพราะยังไง 

ทั้ง 2 . ก็มีเสียง ส..ตุนอยู่ในกระเป๋าทั้งคู่

แต่ถ้าไม่ทำแบบนี้ โอกาสหลุดจากอำนาจมีสูงกว่า นั่นหมายถึงว่าโอกาสถูกเช็กบิลเอาคืนย้อนหลังเป็นไปได้สูง

เป็นเหมือนอย่างที่ อาจารย์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ เมื่อครั้งเป็นประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเคยบอกกับผู้สื่อข่าว ภายหลังสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ลงมติคว่ำร่างรัฐธรรมนูญกลางที่ประชุม สปช. เมื่อปี 2558 ว่าเขาอยากอยู่ยาว 

แต่จะอยู่ยาวได้แค่ไหน เลือกตั้งครั้งนี้คงได้รู้กัน

สุรพล สุประดิษฐ์ ณ อยุธยา

 

 

 

อ่านข่าวน่าสนใจ :