หน้าแรก การเมือง ภาคีหมอ ผุดแค...

ภาคีหมอ ผุดแคมเปญหนุนรักษา ‘ตะวัน-แบม-สิทธิโชค’ วอนก้าวข้ามการเมือง ‘คืนสิทธิประกัน’ ก่อนจะสายไป

1.02.23 | 12:37 น.

ก่อนทุกอย่างจะสายไป ‘ภาคีบุคลากรสาธารณสุข-หมอไม่ทน-Nurses Connect’ วอนก้าวข้ามความต่างทางการเมืง ผุดแคมเปญชวนหมอ-ปชช. ลงชื่อหนุนให้รักษาตะวัน-แบม-สิทธิโชค จี้คืนสิทธิประกันทันที

สืบเนื่องกรณี น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือตะวัน และ น.ส.อรวรรณ ภู่พงษ์ หรือแบม 2 เยาวชนนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ผู้ต้องหา ม.112 ถูกส่งตัวไปรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ หลังได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการอดอาหารและน้ำประท้วง 3 ข้อเรียกร้อง ต่อเนื่องตั้งแต่ 18 มกราคมที่ผ่านมา ครบ 14 วันเข้าสู่วันที่ 15 ล่าสุดทั้ง 2 ยกระดับด้วยการ ไม่รับยาบรรเทาความทรมาน รวมทั้งสารอาหารอีกต่อไป เนื่องจากผู้ต้องหาการเมืองยังไม่ได้รับการปล่อยตัว ขณะที่นายสิทธิโชค เศรษฐเศวต อีกหนึ่งผู้ต้องหา ม.112 ก็ประกาศอดอาหารและน้ำประท้วงสิทธิประกันในเรือนจำด้วยนั้น

เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่ม Nurses Connect ร่วมกับ หมอไม่ทน และภาคีบุคลากรสาธารณสุข สร้างแคมเปญรวมรวมรายชื่อ โดยเชิญชวนบุคลากรทางการแพทย์และประชาชน ร่วมกันลงชื่อสนับสนุนผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ให้ ตะวัน แบม และสิทธิโชค รวมทั้งผู้ต้องขังทางความคิด ได้รับการรักษาทั้งร่างกายและจิตใจอย่างเต็มที่ ด้วยการคืนสิทธิการประกันตัวให้กับประชาชน

ภาคีบุคลากรสาธารณสุข และแนวร่วม ระบุว่า จากกรณีที่ น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ (ตะวัน), น.ส.อรวรรณ ภู่พงษ์ (แบม) และนายสิทธิโชค เศรษฐเศวต ได้มีการเรียกร้องความเป็นธรรมต่อกระบวนการยุติธรรมผ่านการอดอาหารและน้ำ โดยตะวันและแบม ได้อดอาหารและน้ำเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2566 เข้าสู่วันที่ 14 ของการอดอาหารและน้ำ และนายสิทธิโชคเริ่มอดอาหารตั้งแต่วันที่ 17 มกราคม 2566 และเพิ่มการยกระดับโดยการอดอาหารและน้ำตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม เข้าสู่วันที่ 7 ของการอดอาหารและน้ำ แล้วนั้น

ทางภาคีบุคลากรสาธารณสุข ร่วมกับกลุ่มหมอไม่ทน และ Nurses connect มีความกังวลในสถานการณ์ดังกล่าว เนื่องจากการอดอาหารและน้ำเป็นเวลานาน ส่งผลกระทบต่อร่างกายและจิตใจอย่างมาก ทำให้มีโอกาสทุพลภาพหรือเสียชีวิตได้ในทุกขณะเวลา และถึงแม้ทานตะวันและแบมจะได้รับการรักษาตัวในโรงพยาบาล แต่ก็ยังยึดมั่นที่จะปฏิเสธการรักษาด้วยยา และสารน้ำทุกกรณี ในฐานะบุคลากรทางการแพทย์ เราทุกคนล้วนทราบดีว่ามีภาวะแทรกซ้อนอันตรายใดบ้าง ฃที่อาจเกิดขึ้นจากการอดอาหารและน้ำ ซึ่งภาวะแทรกซ้อนเหล่านั้นล้วนเป็นภาวะที่ส่งผลกระทบถึงแก่ชีวิตได้ทันทีหากไม่ได้รับการแก้ไข อีกทั้งภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นหลังจากการอดอาหารสิ้นสุดลงนั้น ก็เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้เช่นกัน และในตอนนี้ทั้งทานตะวัน แบม และสิทธิโชค กำลังเผชิญหน้ากับความเสี่ยงในการเสียชีวิตอยู่ทุกวินาที

ทางออกเพียงหนึ่งเดียวในกรณีนี้ จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อกระบวนการยุติธรรมไทยมีความยุติธรรมต่อประชาชนผู้เห็นต่างอย่างแท้จริง โดยการ คืนสิทธิการประกันตัวให้ประชาชน เนื่องจากพวกเขานั้น ยังไม่ถูกตัดสินว่ามีความผิด และหากแม้จะมีการตัดสินคดีแล้ว แต่การตัดสินนั้นยังไม่เข้าสู่กระบวนการที่สิ้นสุด เท่ากับว่าในคดีนั้นยังต้องคงไว้ซึ่งสิทธิในการประกันตัวเพื่อต่อสู้คดี และหลักในการเป็นผู้บริสุทธิ์ของผู้ต้องหาจะยังคงอยู่

Advertisement

หากกระบวนการยุติธรรมดำเนินอยู่บนหลักของความยุติธรรม และอนุญาตให้มีการประกันตัวผู้ต้องหาคดีทางการเมืองที่ถูกจองจำอยู่ในขณะนี้ และยกเลิกการดำเนินคดีทางการเมือง ไม่เพียงแต่ ตะวัน แบม และสิทธิโชค จะได้รับการรักษาที่ถูกต้องตามมาตรฐานเท่านั้น แต่ผู้ต้องหาทั้งหมดจะได้รับการรักษาทั้งทางกายและทางจิตเช่นเดียวกัน ซึ่งจะช่วยลดความสูญเสียที่จะเกิดขึ้นได้ต่อไป
และถึงแม้บุคลากรทางการแพทย์จะมีความเห็นทางการเมืองเป็นอย่างไร แต่หลักการที่สำคัญในการประกอบวิชาชีพนั้น คือการให้การรักษาที่ถูกต้องตามมาตรฐานต่อประชาชนทุกคนอย่างเท่าเทียม เสมอภาค ไม่แบ่งแยกทั้งความแตกต่างทางความคิด และชนชั้น

ด้วยความเป็นห่วงในสุขภาพของตะวัน แบม และสิทธิโชคอย่างยิ่ง ทางภาคีบุคลากรสาธารณสุข, กลุ่มหมอไม่ทน และ Nurses connect จึงอยากขอเรียนเชิญบุคลากรทางการแพทย์และประชาชนผู้มีเจตจำนงเสรี ยึดมั่นในสิทธิเสรีภาพ และศรัทธาในความยุติธรรม มาร่วมกันก้าวข้ามความแตกต่างทางการเมือง และเรียกร้องไปยังผู้มีอำนาจทุกฝ่าย ให้ #คืนสิทธิการประกันตัวให้ประชาชน โดยเร็วที่สุด เพื่อให้ตะวัน แบม สิทธิโชค และผู้ต้องหาคดีการเมืองท่านอื่น ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม ในฐานะประชาชนที่ยังไม่ได้ถูกตัดสินให้มีความผิด ตามสิทธิพื้นฐานที่ควรได้รับในระบอบการปกครองที่เป็นประชาธิปไตย

ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

ร่วมลงชื่อสนับสนุนได้ที่: https://forms.gle/xAPNnMQSw9YdzVHJ8

ทั้งนี้ รายชื่อทั้งหมดจะถูกรวบรวมเพื่อยื่นต่อกะบวนการยุติธรรม และหน่วยงานต่างๆ เพื่อกดดันให้มีการปล่อยตัวผู้ต้องหาทางการเมืองต่อไป