“หมอสงค์” ประกาศทิ้งเสรีรวมไทย ซบเพื่อไทย หนุนแลนด์สไลด์ เผยไม่ได้มีความขัดแย้งหัวหน้าพรรค แต่เพราะบัตร 2 ใบ หวังยืนหยัดข้างปชช.
เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม บรรยากาศความเคลื่อนไหวทางการเมือง ยังมีการเปลี่ยนแปลงต่อเนื่อง ทั้งการวางตัวผู้สมัคร ส.ส. ทั้ง 4 เขต รวมถึงการย้ายพรรคของ ส.ส. เพื่อเตรียมพร้อม เข้าสู่การเลือกตั้ง หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง เริ่มประกาศนับถอยหลังเตรียมพร้อมเลือกตั้ง ส.ส. ประมาณเดือน เมษายน 2566 ล่าสุด นายแพทย์ประสงค์ บูรณ์พงศ์ อายุ 86 ปี อดีตผู้ก่อตั้งพรรคความหวังใหม่ ต่อมาได้มาอยู่พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน และถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง หลังพรรคพลังประชาชน ถูกยุบเพราะเป็นหนึ่งในสมาชิกบ้านเลขที่ 111 ภายหลังได้กลับเข้ามาสนามการเมืองอีกครั้ง ในการเลือกตั้ง 2562 ที่ผ่านมา ได้ร่วมงานกับพรรคเสรีรวมไทย ของ พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธิ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย โดยเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับ ที่ 5 ของพรรคเสรีรวมไทย หลังจากได้คะแนน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ทั้งหมด 10 ที่นั่ง หวนกลับมาสนามการเมืองอีกครั้ง
จนกระทั่งล่าสุด ได้ออกมาแถลงประกาศจุดยืนลาออกจากพรรคเสรีรวมไทย เพื่อไปสังกัด พรรคเพื่อไทย มีผลวันที่ 4 กุมภาพันธ์ เพื่อร่วมอุดมการณ์การณ์เมืองกับฝ่ายประชาธิปไตย เดินหน้าล้มล้างระบอบเผด็จการ โดยยืนยันไม่มีความขัดแย้ง กับเสรีรวมไทย แต่เป็นการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้เป็นไปตามการเปลี่ยนแปลงของกฎหมายเลือกตั้ง ที่มีการเลือกตั้งบัตร 2 ใบ แยกบัตรเลือกพรรค และเลือกคน จากการเลือกตั้งที่ผ่านมาเป็นการเลือกตั้งแบบบัตรใบเดียว ทำให้ต้องแยกตัวออกไปร่วมงานกับเสรีรวมไทย ลดการแข่งขันกันเองในพรรคเพื่อไทย เป็นการรวมพลังของฝ่ายประชาธิปไตย
นพ.ประสงค์ กล่าวว่า การเลือกตั้ง ส.ส. ครั้งนี้ ตนมีความจำเป็นที่จะต้องประกาศลาออกจากพรรคเสรีรวมไทย ก่อนเคยทำงานร่วมกับ พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธิ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย มานานเกือบ 4 ปี ยืนยันไม่มีความขัดแย้งส่วนตัว รวมถึงไม่มีปัญหาทางการเมือง ต้องขอขอบคุณพรรคเสรีรวมไทย ที่ให้โอกาส แต่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงในการลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. มาร่วมงานลงสมัคร เป็นผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และต้องขอขอบคุณพรรคเสรีรวมไทย ที่ให้โอกาส และทำงานต่อสู้กับฝ่ายเผด็จการ เดินหน้าสนับสนุนฝ่ายประชาธิปไตยมาตลอด แต่การเลือกตั้งครั้งนี้ มีการเปลี่ยนแปลงกฎหมาย ให้มีการเลือกตั้งแบบบัตร 2 ใบ เลือกคนกับเลือกพรรค
ดังนั้นตนมีความจำเป็นที่จะต้องกลับมาสนับสนุนพรรคเพื่อไทย ที่เป็นฝ่ายประชาธิปไตย ด้วยกัน ในการเดินหน้าล้มล้างระบอบประชาธิปไตย ส่วนการเลือกตั้งที่ผ่านมาตนต้องยอมไปสังกัดพรรคเสรีรวมไทย เนื่องจากเป็นการเลือกตั้งแบบบัตรใบเดียว จึงเกิดปัญหาในการวางตัวผู้สมัคร หากมารวมกันลงสมัครในนาม ส.ส.พรรคเพื่อไทย จะเกิดปัญหาชิงพื้นที่เลือกตั้ง แข่งขันกันเอง จึงต้องแตกออกไปร่วมกับฝ่ายประชาธิปไตย เพื่อรวมพลังสู้กับเผด็จการ โดยไม่มีความขัดแย้ง
นพ.ประสงค์กล่าวว่า อยากจะฝากทำความเข้าใจกับพี่น้องประชนว่า เป็นการเลือกตั้งชี้อนาคตประเทศไทย พี่น้องประชาชน ทุกคนจะต้องแยกให้ออกชัดเจน ระหว่างพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย และฝ่ายเผด็จการ และจะต้องเทคะแนนให้ฝ่ายประชาธิปไตย ทั้งหมด ถึงแม้จะเลือกตั้งแบบบัตร 2 ใบ จะต้องเลือกทั้งคนทั้งพรรค เพราะจะเป็นทางเดียวที่พรรคเพื่อไทย จะชนะการเลือกตั้งแบบแลนด์สไลด์ เป็นการปิดสวิตช์ สว. ไม่ให้มีส่วนในการโหวตนายกรัฐมนตรี หลังจากฝ่ายเผด็จการมีการผลักดันออกกฎหมายเอื้อตัวเอง เพื่อสืบอำนาจ มาถึงการเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นการชี้ชะตาประเทศไทย ประชาชนทุกคนต้องแสดงพลัง ประกาศจุดยืนในการเลือกข้างฝ่ายประชาธิปไตย ให้ชนะการเลือกตั้งถล่มทลาย เชื่อว่าพรรคเพื่อไทย จะชนะการเลือกตั้งแบบแลนด์สไลด์

