‘หมอสุภัทร’ ร้อง กมธ.ป.ป.ช. เจอย้ายไม่เป็นธรรม ‘เสรีพิศุทธ์’ ระบุ คนเกี่ยวข้องย่อมทิ้งร่องรอย

2.02.23 | 11:34 น.

‘หมอสุภัทร’ ร้อง กมธ.ปปช.หลังถูกย้ายไม่เป็นธรรม ชี้เป้าส่อพิรุธ เหตุตั้งระเบียบใหม่ให้ผู้ตรวจราชการ มีอำนาจแทนปลัดกระทรวงฯ จี้สอบป้ายหาเสียงของ สธ. ผิด กม.ลต.หรือไม่ ด้าน “เสรีพิศุทธ์” ยันคนเกี่ยวข้องย่อมทิ้งร่องรอย เห็นชัดมีการเมืองอยู่เบื้องหลัง

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 2 กุมภาพันธ์ ที่รัฐสภา นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผอ.รพ.จะนะ และประธานชมรมแพทย์ชนบท ยื่นหนังสือต่อ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย (สร.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ในเรื่องความไม่มีธรรมาภิบาลของกระทรวงสาธารณสุขในการโยกย้ายผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมชน คือตัวตนเอง ซึ่งทางชมรมหารือกันแล้วพบว่า มีข้อพิรุธชัดเจนในการโยกย้ายครั้งนี้

คือ 1.มีการย้ายผู้ตรวจราชการที่เพิ่งถูกแต่งตั้งมาเพียงเดือนเดียว โดยผู้ตรวจราชการเขต 12 ท่านเดิม ไม่ยอมลงนามในคำสั่งย้าย ได้ถูกย้ายออก หลังจากผู้ตรวจการคนใหม่มาทำหน้าที่แทนก็ลงนามสั่งย้ายตนทันที และข้อพิรุธที่ 2 โดยปกติการย้ายราชการในระดับ ผอ.โรงพยาบาลชุมชน ที่เป็นนักวิชาการเชี่ยวชาญ ต้องเป็นอำนาจหน้าที่ของปลัดกระทรวงสาธารณสุข แต่ครั้งนี้ปลัดกระทรวงฯ ไม่ยอมลงนามเอง แต่ได้ทำหนังสือระเบียบกฎเกณฑ์ใหม่ในการย้าย ลงวันที่ 23 มกราคม 2566 ซึ่งให้อำนาจผู้ตรวจราชการในการย้าย ผอ.โรงพยาบาลชุมชนได้ แต่ปรากฏว่าเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2566 ผู้ตรวจฯกระทรวง ได้ลงนามสั่งย้ายเลย จึงถือว่าการโยกย้ายครั้งนี้มีความไม่เป็นธรรม

นพ.สุภัทรกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ชมรมแพทย์ชนบท ยังได้นำเอกสารข้อมูลบางส่วนมามอบให้กับ กมธ. คือประเด็นป้ายหาเสียงของกระทรวงสาธารณสุข สืบเนื่องจากนโยบายของขวัญปีใหม่ผู้สูงอายุ เพื่อให้ได้สืบค้นข้อมูลตรวจสอบต่อไปว่า ประเด็นนี้มีปัญหาหรือผิดกติกาการเลือกตั้งหรือไม่ เพราะอยู่ในช่วง 180 วันก่อนการเลือกตั้ง

ด้านพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า ผู้เกี่ยวข้องย่อมทิ้งร่องรอยเอาไว้ เห็นได้ว่าได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์ต่างๆ เข้ามาใหม่ เพราะพวกนี้ขี้กลัวฝ่ายการเมือง ยืนยันว่าผู้ตรวจราชการไม่มีอำนาจในการโยกย้าย แต่เป็นอำนาจหน้าที่ของปลัดกระทรวงฯ การกระทำเช่นนี้ผิดกฎหมายอยู่แล้วตั้งแต่ผู้สั่งการจนถึงผู้ปฏิบัติการ และเห็นได้ชัดว่ามีฝ่ายการเมืองอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ เทียบได้กับกรณีอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ ที่ถูกจับกุม แต่ความจริงแล้วมีฝ่ายการเมืองอยู่เบื้องหลัง

ย้อนอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง 

Advertisement