“แสวง” ยัน กกต. พร้อมเร่งแบ่งเขตเลือกตั้ง ให้ความเป็นธรรมทุกพรรค ไม่เข้าข้างใคร คาดรู้ครบทั้ง 400 เขตสิ้น ก.พ.นี้
เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ที่โรงแรมดารา จ.ภูเก็ต นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในแนวปฏิบัติกฎหมายกฎระเบียบที่ปรับปรุงเปลี่ยนไปตามห้วงเวลาและเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดการพัฒนาการประชาสัมพันธ์ของภาคีเครือข่ายเพื่อเตรียมพร้อมการเลือกตั้ง ส.ส. ทั้งนี้ นายแสวงกล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีผู้สมัครมีแต่ว่าที่ผู้สมัครซึ่งอาจจะกระทำผิด ช่วงนี้ กกต.ทำได้เพียงแค่รวบรวมข้อมูล เนื่องจากยังไม่ทราบว่าเป็นผู้สมัครหรือไม่ และไม่รู้ว่าจะอยู่ครบวาระหรือไม่ หากอยู่จนครบวาระก็จะมาพิจารณาดูว่ามีการกระทำความผิดหรือไม่ แต่หากอยู่ไม่ครบวาระมีการสิ้นอายุสภา โดยการยุบสภาเงื่อนไขเวลาก็เปลี่ยนไปจึงเป็นเงื่อนไขที่บังคับหลังว่ากรณีอยู่ครบวาระการกระทำที่มีผู้มายื่นเรื่องร้องเรียนไว้หรือกรณีที่ กกต.เห็นเองเนื่องจากความปรากฏ โดย กกต.ก็จะต้องนำมาพิจารณาว่าการกระทำนั้นเข้าข่ายมีความผิดตามกฎหมายหรือไม่
“เป็นครั้งแรกที่ กกต.และพรรคการเมืองต้องมาเจอลักษณะนี้ ตอนนี้ก็ยังไม่ทราบว่า จะอยู่จนครบวาระหรือยุบสภา หรือไม่ แต่สำหรับ กกต.คงมีการเตรียมความพร้อมอยู่ตลอดเวลา ซึ่งก็ถูกตั้งโจทย์ เหมือนการแบ่งเขต เหมือนเราไม่พร้อม เหมือนสังคมถาม จริงๆ มีคนเข้าใจเยอะแต่ว่าผู้แสดงความเห็น ซึ่งเป็นนักจัดรายการบอกว่าทำไม กกต.ไม่แบ่งเขตไว้ก่อน ทำไมเมื่อกฎหมายประกาศใช้ ทำไม กกต.ไม่ประกาศเขตเลือกตั้งทันที นี่คือสิ่งที่สังคมอาจจะไม่เข้าใจ ประชาสัมพันธ์นี่แหละจะทำให้ประชาชนเข้าใจ หากประชาชนไม่เข้าใจเรื่องนี้เราก็จะทำงานยาก หนึ่งคือเหมือนเราไม่ใส่ใจ ความหมายคือ เหมือนเราหยุดมาตั้ง 4 ปีทำอะไรอยู่ ทำไมคุณไม่แบ่งเขตก่อน” นายแสวงกล่าว
นายแสวงกล่าวต่อว่า ไม่เพียงแค่ประชาชนที่ไม่เข้าใจ ฝ่ายการเมืองก็ไม่เข้าใจ กกต.จึงเกรงว่ากฎหมายมีผลบังคับใช้แล้วเกิดยุบสภาเลย กกต.จะไม่มีเวลาทำงานในการแบ่งเขต ความรับผิดชอบก็จะอยู่ที่ กกต.ทันที ทำไมหยุดตั้งนานจึงไม่เตรียมพร้อมอะไรเลย แต่จริงๆ เป็นเงื่อนไขตามกฎหมาย การแบ่งเขตถ้าไม่มีอำนาจตามกฎหมาย กกต.ก็ไม่สามารถทำได้ บ้านเรามีอะไรนิดหน่อยก็มีฝ่ายที่เห็นด้วย ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย เราต้องไม่สร้างเงื่อนไขในการทำงาน ซึ่งเป็นงานใหญ่ของประเทศ การเมืองแบ่งฝักแบ่งฝ่าย ตนเองพยายามที่จะลดเงื่อนไข จึงต้องไปพูดว่าเราต้องการ 45 วันถ้าไม่ได้ 45 วัน เราลำบากและพรรคการเมืองก็ลำบาก ไม่มีเขตเลือกตั้ง พรรคการเมืองจะไปทำไพรมารีหรือส่งผู้สมัครก็ทำไม่ได้ สุดท้ายไม่รู้ว่ารัฐบาลจะคิดอย่างไร แต่ก็ให้มาคือหมายความว่ายังไม่ยุบสภาให้เวลาเพราะเป็นเงื่อนไขเวลาตามกฎหมาย หากยุบสภาช่วงนี้ไม่มีเขต ก็ยากขึ้น พออยากขึ้น กฎหมายไม่ครอบคลุมก็จะเป็นเงื่อนไขให้คนมาท้วง ซึ่ง กกต.ทำได้แต่มีคนท้วงแน่นอน โดย กกต.พยายามทำให้เกิดความโปร่งใสและลดเงื่อนไขในการทำงาน
นายแสวงกล่าวถึงแผนการแบ่งเขตเลือกตั้งว่า ได้สั่งการไปยังทางจังหวัดแล้วว่าจะสามารถประกาศเขตเลือกตั้งได้เมื่อไหร่ ซึ่งมีอยู่ 4 ขั้นตอน ไม่สามารถลดขั้นตอนได้ โดยใช้เวลาประมาณกว่า 20 วัน แต่สามารถเร่งขั้นตอนให้เร็วขึ้นได้ ซึ่งตามแผนของ กกต.จะพิจารณาวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ใช้เวลาประมาณ 7-8 วัน อย่างไรก็ตาม หากสำนักงานฯทำมาทั้ง 77 จังหวัด กกต.ก็พร้อมจะพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 1 วัน ยืนยัน กกต.ทำตามกฎหมายและระเบียบ ไม่เข้าข้างพรรคใด
ส่วนตัวเห็นใจจังหวัด เพราะเมื่อต้องรับฟังความคิดเห็น 10 วัน กกต.จังหวัดมีเวลา 3 วันในการรวบรวมความเห็น พร้อมรูปแบบแต่ละแบบส่งมาที่ส่วนกลาง ส่วนกลางก็ต้องยอมรับงานหนัก ต้องทำบันทึกเสนอให้ กกต.พิจารณา 77 จังหวัด โดยมีเวลาเพียงวันเดียวก่อนที่จะเสนอเข้าที่ประชุม กกต. ในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ให้พิจารณา หาก 77 จังหวัดส่งมาพร้อมกันถือเป็นเรื่องดี ส่วนกลางต้องทำให้ได้ หากจะเข้าพิจารณาวันที่ 20 กุมภาพันธ์หรือวันที่ 22 กุมภาพันธ์ หากทำได้ก็เป็นเรื่องดีกับประชาชนและพรรคการเมืองที่จะได้เขตไปก่อน เพราะ กกต.จะต้องนำเขตไปประกาศในราชกิจจานุเบกษา ประกาศพร้อมกันทั่วประเทศ คาดว่าน่าจะเป็นไปตามแผนคือวันที่ 28 กุมภาพันธ์นี้
ส่วนไทม์ไลน์ที่ กกต.วางไว้เดินเร็วกว่าแผนงาน เช่น ระเบียบ เกี่ยวกับการเลือกตั้ง กกต.ออกครบทั้ง 5 ระเบียบ ส่งไปประกาศราชกิจจานุเบกษา โดยประกาศเผยแพร่ไปแล้ว 2 ฉบับที่เกี่ยวกับการแบ่งเขตเลือกตั้ง และวันนี้ราชกิจจานุเบกษาจะประกาศระเบียบ กกต.เกี่ยวกับพรรคการเมืองที่เกี่ยวกับการทำไพรมารีโหวต จำนวน 2 ฉบับ เหลืออีกเพียง 1 ฉบับ กกต.ตรวจทานเพราะมีการแก้ไขระเบียบทั้งฉบับ




