‘กมธ.การเมืองฯ’ แจงผลประชุม เผยผู้แทนกลาโหมเพิ่งทราบ ปมทุจริตซื้อบ้านพักสวัสดิการทหารบก พร้อมเตรียมเชิญ ‘กกต.’ เข้าชี้แจงประเด็นจัดทำประชามติ
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 2 กุมภาพันธ์ ที่รัฐสภา น.ส.สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา ส.ส.นครปฐม พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร แถลงผลการประชุมของคณะ กมธ. ว่าในการประชุมวันที่ 25 มกราคมที่ผ่านมา มีการประชุมเพื่อพิจารณา 2 เรื่องคือ 1.เพื่อพิจารณาศึกษาหลักเกณฑ์และกรอบวงเงินค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง ส.ส. เรื่องการแบ่งเขตทั่วประเทศ และความพร้อมในการเลือกตั้งปี 2566 โดยมี นายสำราญ ตันพานิช ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร (ผอ.กกต.กทม.) เข้าร่วมการประชุม โดย ผอ.ได้แจ้งว่ามีการแบ่งเขตเลือกตั้ง ส.ส. คำนวณจากจำนวนราษฎรเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2565 โดยในส่วนของกรุงเทพฯมีการเพิ่มเขตจาก 30 เป็น 33 เขต และสำนักงาน กกต.ของ กทม.เตรียมความพร้อมเบื้องต้นในการจัดทำรูปแบบการแบ่งเขตการเลือกตั้ง จำนวน 5 รูปแบบ ซึ่งจะมีการดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง และปิดประกาศรูปแบบการแบ่งเขตทั้งหมด เพื่อรับฟังข้อคิดเห็นของพรรคการเมืองและประชาชนในเร็วๆ นี้ ทั้งนี้ ในการประชุม กมธ.ได้เสนอและมอบข้อมูลรูปแบบการแบ่งเขตเลือกตั้ง จำนวน 1 รูปแบบ เพื่อเสนอต่อ ผอ.กกต.กทม.เพื่อพิจารณาด้วย
น.ส.สุทธวรรณกล่าวว่า เรื่องที่ 2 เป็นการประชุมเพื่อพิจารณาเกี่ยวกับการทุจริต การซื้อบ้านพักสวัสดิการทหารบก โดยมีผู้แทนกระทรวงกลาโหม และเจ้ากรมสวัสดิการทหารบก เข้าร่วมการประชุม โดย กมธ.ได้พิจารณาเพื่อติดตามข้อมูลและเอกสารตามที่ได้ขอไว้ เกี่ยวกับผลการสอบสวนข้อเท็จจริง ซึ่งสรุปได้ว่าการกระทำของนายทหารที่เกี่ยวข้องมีมูลความผิดวินัยร้ายแรง และได้รับการชี้แจงว่าเรื่องดังกล่าวอยู่ในการสอบสวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติม เนื่องจากมีผู้มาร้องเรียนเพิ่ม และมีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก
น.ส.สุทธวรรณกล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ผู้ร้องเรียนได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับที่ประชุม กรณีการเรียกรับเงินจากโครงการบ้านพักสวัสดิการ เรื่องดังกล่าวผู้แทนกระทรวงกลาโหมชี้แจงกับที่ประชุมว่า เพิ่งทราบ และจะดำเนินการตามกระบวนการให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทั้งนี้ กมธ.มีความเห็นว่าให้ส่งบันทึกการประชุม และรายงานการประชุม พร้อมทั้งชวเลข และความเห็นของ กมธ.ให้แก่นายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา และ กมธ.จะส่งเรื่องดังกล่าวไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้ดำเนินการอย่างโปร่งใส
“วันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กมธ.ได้พิจารณาติดตามความคืบหน้ากรณี การให้นิสิตพ้นจากการดำรงตำแหน่งนายกสโมสรนิสิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยเชิญผู้อำนวยการศูนย์กฎหมายและนิติการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เข้าร่วมประชุม แต่ผู้อำนวยการไม่สามารถเดินทางมาร่วมประชุมได้ เนื่องจากติดภารกิจ แต่ได้ส่งคำชี้แจงกรณีความคืบหน้าการอุทธรณ์ของกรณีดังกล่าวมาเป็นข้อมูลเพื่อประกอบการพิจารณาของ กมธ. ซึ่งที่ประชุม กมธ.เห็นควรให้ยุติการพิจารณากรณีดังกล่าว เนื่องจากมีผลการพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์ หรืออุทธรณ์ของนิสิตจุฬาฯเรียบร้อยแล้ว และผลเป็นที่ยอมรับของผู้ยื่นอุทธรณ์” น.ส.สุทธวรรณระบุ
น.ส.สุทธวรรณกล่าวต่อว่า กมธ.ได้พิจารณาศึกษาการออกเสียงประชามติเกี่ยวกับความเห็นของประชาชนต่อการจัดทํารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยมี นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เข้าร่วมประชุม เรื่องดังกล่าวได้มีความคืบหน้าในการดำเนินการคือ 1.มีการจัดตั้ง กมธ.สามัญ พิจารณาญัตติขอให้สภามีมติส่งเรื่องที่มีเหตุผลสมควรจะให้มีการออกเสียงประชามติให้คณะรัฐมนตรีดำเนินการ วุฒิสภาได้มีการพิจารณาญัตติครบถ้วนตามประเด็นที่ได้กำหนดไว้เป็นกรอบการดำเนินการแล้ว และอยู่ระหว่างการพิจารณาจัดทำรายงานผลการพิจารณา
น.ส.สุทธวรรณกล่าวว่า 2.กกต.ได้มีการออกระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการออกเสียงประชามติ เพื่อรองรับการดำเนินการของภาคประชาชน ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ.2564 มาตรา 9 (5) ซึ่งที่ประชุมเห็นว่าควรมีหนังสือไปยัง กมธ.สามัญพิจารณาญัตติ ขอให้สภามีมติส่งเรื่องที่มีเหตุผลสมควรจะให้มีการออกเสียงประชามติให้คณะรัฐมนตรีดำเนินการ วุฒิสภา เพื่อขอทราบกรอบระยะเวลาที่ชัดเจนในการจัดส่งรายงานเพื่อเสนอต่อวุฒิสภาเพื่อพิจารณา ก่อนนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาต่อไป และขอให้มีการเชิญ กกต.เพื่อมาชี้แจงประเด็นการจัดทำประชามติ กรณีที่ กมธ.สามัญพิจารณาญัตติขอให้สภามีมติส่งเรื่องที่มีเหตุผลสมควรจะให้มีการออกเสียงประชามติให้คณะรัฐมนตรีดำเนินการ วุฒิสภา สามารถดำเนินการแล้วเสร็จได้ภายในกลางเดือนกุมภาพันธ์ กมธ.การเลือกตั้งจะสามารถดำเนินการจัดการเลือกตั้ง ปี 2566 ควบคู่ไปพร้อมกับการจัดทำประชามติได้หรือไม่

