คอลัมน์หน้า 3 : อนิจจัง แห่งยุค อนิจจัง ธงชัย วินิจจะกูล ‘กาละ’ ผ่านเลย
อย่าว่าแต่ชื่อ ธงชัย วินิจจะกูล จะก่อให้เกิดคำถามอันตามมาด้วยเสียง “เอ๊ะ!” ดังก้องอย่างมีกังวาน
หากแม้แต่ชื่อ สมยศ พฤกษาเกษมสุข ก็ “แปลกแยก”
แปลกแยกเพราะเกิดคำถามว่า เหตุใดชายผู้มากด้วย “อาวุโส” จึงร่วมเดินทางมาพร้อมกับ “ราษฎร”
อันล้วนแล้วแต่เป็น “เยาวรุ่น” ในกระสวนแห่ง “ทะลุแก๊ซ”
ต้องยอมรับว่าชื่อของ ธงชัย วินิจจะกูล มากับสถานการณ์เดือนตุลาคม 2519 ต้องยอมรับว่าชื่อของ สมยศ พฤกษาเกษมสุข มากับ “คนเสื้อแดง”
แต่เมื่อมาถึงยุคของ “ทานตะวัน” ยุคของ “แบม”
ชื่อของ ธงชัย วินิจจะกูล ชื่อของ สมยศ พฤกษาเกษมสุข ก็ปรากฏขึ้นพร้อมกับ “คำถาม” ตามมายาวเหยียด
นี่คือ “อนิจจัง” นี่คือ ความ “ไม่เที่ยง”
การที่มีคนตั้งคำถามว่า ธงชัย วินิจจะกูล เป็น “สลิ่ม” หรือเปล่า อาจก่อให้เกิดความแปลกใจเป็นอย่างสูง
ไม่ว่า “เกษียร” ไม่ว่า “สมศักดิ์”
พลันที่ขบวนของ “ราษฎร” จะตั้งแถวไปเยือนพรรคเพื่อไทยเพื่อทวงถามความนัยอันละเอียดอ่อนในทางการเมือง
โดยมี สมยศ พฤกษาเกษมสุข ยืนอยู่ด้วย
อย่าได้แปลกใจหากพรรคเพื่อไทยจะกำหนดให้ จาตุรนต์ ฉายแสง นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ภูมิธรรม เวชยชัย ร่วมเป็นตัวแทน
โดยมี ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เป็น “พระอันดับ”
เพราะมีแต่ จาตุรนต์ ฉายแสง นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ภูมิธรรม เวชยชัย จึงจะโอภากับ สมยศ พฤกษาเกษมสุข ได้
มีแต่ “พี่เต้น” เท่านั้นจึงจะต้าอ้วยกับ “ราษฎร” อย่างเริงรื่น
เหมือนกับพยานหลักฐานในลักษณะแห่ง “ฟุต พรินต์” จะปรากฏตลอดสองรายทางในยุคปัจจุบัน
ไม่ว่า “สยามแม็พ” ของ ธงชัย วินิจจะกูล
ไม่ว่า “วอยซ์ ออฟ ทักษิณ” จากการทำงานอย่างต่อเนื่องของ สมยศ พฤกษาเกษมสุข ในฐานะ “บรรณาธิการ”
แต่ทุกอย่าง “ก้าวผ่าน” รวดเร็วอย่างยิ่ง
รวดเร็วจนคนอย่าง ธงชัย วินิจจะกูล ต้องขึ้นไปอยู่บน “หิ้ง” ไม่ว่าจะเป็นที่วิสคอนซิน ไม่ว่าจะเป็นที่สวนกุหลาบ
ยิ่ง “วอยซ์ ออฟ ทักษิณ” ยิ่งไกลแสนไกล
ไกลเหมือนกับการหายไปของ จักรภพ เพ็ญแข ไกลเหมือนกับการหายไปของ สมศักดิ์ เจียม
จึงมีแต่เพียง “วอยซ์ ทีวี” เท่านั้นที่จำหลัก หนักแน่น
ขนาด ธงชัย วินิจจะกูล ยังเป็นเช่นนี้ ขนาด สมยศ พฤกษาเกษมสุข ยังจมหายไปในภูเขาเลากาแห่งข้อมูล
อย่าถามถึง “เทียนวรรณ” อย่าถามถึง “กศร.กุหลาบ”
อย่าถามถึง กุหลาบ สายประดิษฐ์ อย่าถามถึง อิศรา อมันตกุล อย่าถามถึง เสนีย์ เสาวพงศ์ อย่าถามถึง จิตร ภูมิศักดิ์
นี่คือความเป็น “อนิจจัง” นี่คือเรื่องของ “ยุค”

