เบียดขบ การเมือง ของ ประยุทธ์ ประวิตร ต่อสู้ เชิง ‘ยุทธวิธี’

6.02.23 | 13:16 น.

เบียดขบ การเมือง ของ ประยุทธ์ ประวิตร ต่อสู้ เชิง ‘ยุทธวิธี’

มีความเชื่อมั่น มีความมั่นใจสูงเป็นอย่างยิ่งว่า การแยกกันเดินระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นเรื่องในทาง “ยุทธวิธี”

ขณะที่ “ยุทธศาสตร์” ยัง “เหมือนเดิม”

ไม่ว่าจะใช้คำว่า “ไปต่อ” ไม่ว่าจะใช้คำว่า “นายกรัฐมนตรี คนที่ 30” เป้าหมายก็ยังไม่แปรเปลี่ยน

เพราะไม่ว่า “ลุงตู่” ไม่ว่า “ลุงป้อม” ยังเป็น “คสช.”

กระนั้น ภายในความเชื่อมั่น ภายในความมั่นใจเช่นนี้ ก็เท่ากับมองข้ามและละเมิดกฎแห่ง “อิทัปปัจจยตา” ไปอย่างจงใจ

Advertisement

นั่นก็คือ กฎที่ว่าเพราะมี “สิ่งนี้” จึงได้เกิด “สิ่งนี้” ตามมา

ต้องยอมรับว่า “สิ่งนี้” ที่เกิดขึ้นภายหลังสภาพการณ์อย่างที่เรียกกันว่า “สิ่งนี้” อาจคล้ายกัน อาจเหมือนกันในทางรูปแบบ

กระนั้น ก็ก่อให้เกิด “เนื้อหา” ใหม่ และ “รูปแบบ” ใหม่ขึ้นได้

ถามว่าอุบัติแห่งพรรครวมไทยสร้างชาติภายใต้สมองก้อนโตของ “ฝ่ายอำนวยการ” ที่แวดล้อม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เกิดจากอะไร

1 เพราะไม่ไว้วางใจ “พลังประชารัฐ”

เพราะมีความเด่นชัดอย่างยิ่งว่าพรรคพลังประชารัฐอยู่ในกำมือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อย่างเบ็ดเสร็จ เด็ดขาด

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่มี “บทบาท” ไม่มี “ความหมาย”

สถานการณ์ “กบฏร้อยเอก” เมื่อเดือนกันยายน 2564 คือรูปธรรม สถานการณ์การขับ “ร้อยเอก” ที่ยากลำบากคือรูปธรรม

1 คำประกาศ “นายกรัฐมนตรี คนที่ 30” คือผลสะเทือน

มีความจำเป็นที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ต้องประกาศ “ยุทธศาสตร์” เป็นเป้าหมายในทางการเมือง

เมื่อมี “ยุทธศาสตร์” ก็ต้องมี “ยุทธวิธี”

ภาพที่ออกมาภายหลังจากสถานการณ์เปิดตัว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติดำเนินไปอย่างไร

ดำเนินไปอย่างทำให้เห็นความต่อเนื่อง ไม่ขาดสาย

เป็นความต่อเนื่องที่ก่อให้เกิดการแต่งตั้ง “หัวหน้าพรรค” รวมไทยสร้างชาติเป็นเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

เปิดตัว “วีไอพีพรรค” พร้อมตำแหน่ง “ที่ปรึกษา”

ก่อให้เกิดปฏิบัติการ “ดูด” ในทางการเมือง จากพรรคพลังประชารัฐ จากพรรคประชาธิปัตย์

ภาพลักษณ์ไม่ต่างไปจาก “ภูมิใจไทย”

ตลอดสองรายทางแห่งการเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะมาจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ว่าจะมาจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

ก่อให้เกิด “เลือดหยด” จากปฏิบัติการ “ปาด”

มองจากพื้นฐานทาง “การทหาร” ไม่ว่าพรรครวมไทยสร้างชาติ ไม่ว่าพรรคพลังประชารัฐ ล้วนต้องการชัยชนะ

ต่อ “เพื่อไทย” ต่อ “ก้าวไกล”

แต่อย่างไรก็ต้องเอาชนะต่อพรรคพลังประชารัฐ ต่อพรรคภูมิใจไทย ต่อพรรคประชาธิปัตย์และต่อพรรครวมไทยสร้างชาติ

เป็นการต่อสู้ เป็นสงครามย่อย เป็นสงครามใหญ่