คอลัมน์หน้า 3 : จุด ‘ความพร้อม’ ของ รวมไทยสร้างชาติ เกม การยุบสภา
ทั้งๆ ที่ภาพแห่งความขัดแย้ง ความไม่เป็นเอกภาพ ที่ดำรงอยู่ในรัฐสภาดำเนินไปในลักษณะขยายวง
ไม่เพียงเป็น “ฝ่ายค้าน” กับ “รัฐบาล”
หากระยะหลังนับแต่ร่าง พ.ร.บ.กัญชง กัญชา บรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการพิจารณาก็เด่นชัดยิ่ง
เป็นระหว่าง “รัฐบาล” ด้วยกัน
นั่นก็คือ การเล่นเกมเตะถ่วงจากพรรคประชาธิปัตย์ประสานกับพรรคพลังประชารัฐกระหน่ำเข้าใส่พรรคภูมิใจไทย
และเป็นไปได้ว่าจะ “ร้อนแรง” ใน “อภิปรายทั่วไป”
รูปธรรมระยะหลังจึงสะท้อนให้เห็นความขัดแย้ง “ภายใน” พรรคร่วมรัฐบาลและก่อปัญหาให้กับการ “บริหาร” ของรัฐบาลอย่างเด่นชัด
แต่จนแล้วจนรอด ก็ยังไม่“ยุบสภา”
แม้สถานการณ์ในเบื้องต้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะนายกรัฐมนตรี ในฐานะประมุขฝ่ายบริหารจะสามารถ “ลอยตัว”
ไม่ถือเป็นเรื่องของ “รัฐบาล”หากเป็นเรื่องของ “สภา”
ความหมายก็คือ เป็นความรับผิดชอบของประธานรัฐสภา นายชวน หลีกภัย ซึ่งอยู่ในฐานะประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ
แต่ในเดือนกุมภาพันธ์ เริ่มจะมิใช่แล้ว
ความเรียกร้องต้องการให้ “ยุบสภา” จึงมิได้ดังมาจากพรรคเพื่อไทย มิได้ดังมาจากพรรคก้าวไกล
หากดังมาจาก “พลังประชารัฐ”ดังมาจาก “ภูมิใจไทย”
นี่จึงกลายเป็นคำถามที่รุนแรงแข็งกร้าวมากยิ่งขึ้นเป็นลำดับต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่ายังจะเตะถ่วงหน่วงเวลาไปได้เพียงใด
ปัญหานี้สะท้อนนัยยะอะไรในทางการเมือง
ต้องขอบคุณ “มติชน ออนไลน์”ที่นำข้อมูลล่าสุดจากคณะกรรมการการเลือกตั้งชี้ให้เห็น“ความพร้อม” ของพรรคการเมือง
เป็น “ความพร้อม” ในการ “สมัคร” รับเลือกตั้ง
พรรคภูมิใจไทยมีความพร้อม 73 จังหวัด พรรคประชาธิปัตย์มีความพร้อม 72 จังหวัด พรรคก้าวไกลมีความพร้อม 71 จังหวัด
พรรคเพื่อไทยมีความพร้อม 69 จังหวัด พรรคพลังประชารัฐพร้อม 64 จังหวัด
เมื่อเห็นเช่นนี้ทุกสายตาจึงมีคำถามไปยังความพร้อมของพรรครวมไทยสร้างชาติ
ถาม “หัวหน้าพรรค” ถาม “เลขาธิการพรรค”
ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นยังต้องถามประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรคการเมือง
นั่นคือถาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
จากนี้จึงเด่นชัดอย่างยิ่งว่าไม่ว่ามองจากมุมนายกรัฐมนตรีไม่ว่ามองจากมุมของพรรครวมไทยสร้างชาติ
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จึงต้องแบกหนัก
เป็นการแบกระหว่างความพร้อมของพรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นการแบกถึงความรับผิดชอบของนายกรัฐมนตรี
จะเป็น “นักการเมือง” หรือเป็น “รัฐบุรุษ”

