หน้าแรก การเมือง คำต่อคำ ทนายด...

คำต่อคำ ทนายด่าง รับ ‘กังวลมาก’ ซัด ไม่มีใครลงจากหอคอยมาฟัง ‘ตะวัน-แบม’

8.02.23 | 17:49 น.
ภาพจาก 'สำนักข่าวราษฎร'

เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เวลาประมาณ 15.30 น. ที่หน้าหอผู้ป่วยพิเศษยูงทอง 2 โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ นายกฤษฎางค์ นุตจรัส หรือทนายด่าง ทนายความศูนย์ทนายเพื่อสิทธิมนุษยชน ให้สัมภาษณ์ถึงอาการของ น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือตะวัน และ น.ส.อรวรรณ ภู่พงษ์ หรือแบม นักกิจกรรมทางการเมือง

นายกฤษฎางค์ กล่าวว่า ตนขอแถลงในฐานะทนายความของทั้ง 2 คน ซึ่งอาจมีบางส่วนเกิดความเข้าใจผิด

“มีสื่อมวลชน เพื่อนฝูงของทั้ง 2 คนโทรมาถามว่าทั้ง 2 ท่านไปยื่นขอประกันตัวหรือ ศาลถึงให้ ความจริงน้องทั้ง 2 คนเขาได้รับการประกันตัวอยู่แล้ว ก่อนที่จะมีการอดอาหาร เขาเป็นคนขอถอนประกันตัวเองจากศาลอาญาและศาลกรุงเทพใต้ และจึงถูกเข้าไปขังในเรือนจำ จนกระทั่งเขาประท้วงด้วยการอดอาหาร เพื่อที่จะขอเรียกร้องให้ศาลอาญาให้ประกันตัวผู้ต้องหาทางการเมืองจำนวน 8-9 รายที่ถูกขังอยู่โดยไม่ได้รับการประกันตัวมาเป็นปีเศษ นี่คือสิ่งที่เขาเรียกร้อง” นายกฤษฎางค์กล่าว

นายกฤษฎางค์ กล่าวต่อไปว่า สิ่งที่เกิดขึ้นวานนี้ (7 กุมภาพันธ์) ที่ศาลอาญารัชดาและศาลอาญากรุงเทพใต้ เกิดจากการที่ รศ.นพ.พฤหัส ต่ออุดม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ได้ไปยื่นต่อศาลทั้ง 2 ซึ่งอยู่ในมือตนและเพิ่งเห็นว่าเด็กทั้ง 2 เป็นผู้ป่วยที่ได้รับส่งมาจากโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ขณะนั้นคือวันที่ 7 ก.พ. ที่ยื่นคำร้องมีอาการสาหัส วิกฤต ในคำร้องมีคำว่ามีอาการวิกฤตอาจจะเสียชีวิตได้ และมีรายละเอียดทางการแพทย์แนบไป ตรงนี้เป็นข้อมูลส่วนตัวของคนไข้ ซึ่งทางเราไม่ได้รู้เลย

“ใช้คำว่าให้ถือหลักว่าเนื่องจากทั้ง 2 คนยังเป็นผู้ต้องหาที่ศาลยังไม่ตัดสิน ขอให้ถือหลักว่าเขายังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ ตราบใดที่ศาลยังไม่ตัดสินและตามหลักรัฐธรรมนูญว่าจะควบคุมผู้ต้องหาและจำเลยในคดีอาญาไว้เท่าที่จำเป็นเพื่อไม่ให้หลบหนี โรงพยาบาลเห็นว่าในกรณีนี้เป็นกรณีที่ศาลน่าจะใช้อำนาจปล่อยเขาโดยไม่มีเงื่อนไข เพราะว่าการรักษาพยาบาลภายใต้การควบคุมของราชทัณฑ์ มีผลต่อจิตใจของผู้ป่วย เป็นอุปสรรคในการรักษาพยาบาล

Advertisement

ศาลก็วินิจฉัยและมีคำสั่ง ซึ่งคำสั่งก็แนวเดียวกัน เป็นทำนองว่า เมื่อแพทย์รายงานมาเห็นว่าจำเลยจะอยู่ในภาวะวิกฤตที่อาจเสียชีวิตได้ ประกอบกับการเข้าเยี่ยมกับบุคคลใกล้ชิด ซึ่งอยู่ในความควบคุมดูแลของเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เพราะต้องเป็นไปตามระเบียบเป็นปัญหาในการเยียวยาจิตใจของจำเลย ขณะนี้ซึ่งอยู่ในภาวะวิกฤต จึงออกหมายปล่อย” นายกฤษฎางค์กล่าว

นายกฤษฎางค์กล่าวว่า คำว่าออกหมายปล่อยมีผลให้ปัจจุบันทั้งคู่ไม่ได้เป็นผู้ต้องขังในคดีอาญา เพียงแต่เป็นจำเลยในคดีอาญา ไม่ต้องประกันตัวไม่ต้องมีหลักประกัน ราชทัณฑ์ควบคุมตัวเขาไม่ได้ เขาจะไปอยู่ไหนก็ได้ ไม่มีเงื่อนไขใดๆ ที่ศาลจะควบคุมเขาได้ เพราะว่าปล่อยไปแล้ว แต่ว่าก็มีกฎหมายข้ออื่นห้ามไปกระทำการใดๆ

“ในประเด็นนี้น้องทั้ง 2 ให้ย้ำอีกทีว่าเขายังไม่ทราบ เขาไม่รับรู้มาก่อนเลย เขาคิดว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการในการที่เขาอดอาหาร แล้วเขาก็ไม่ได้ประท้วงศาล ไม่ได้กดดันศาล แต่ขอให้โปรดพิจารณาให้ผู้ต้องหาทางการเมือง ซึ่งติดคุกมาแล้ว บางคนอายุ 18 ปีเศษ เจอข้อหาครอบครองระเบิดวัตถุระเบิด ติดคุกอยู่ 9 เดือนเศษบ้าง 2-3 เดือนบ้าง บางคนมีครอบครัวก็ได้รับความยากลำบาก ยื่นประกันศาลก็ไม่ให้” นายกฤษฎางค์กล่าว

นายกฤษฎางค์ กล่าวอีกว่า ตะวันและแบมเสียใจที่ศาลอาจจะเข้าใจเจตนาผิด เนื่องจากไม่ได้ต้องการประกันตัวเอง และไม่ได้ต้องการจะฆ่าตัวตาย เขามีจิตสำนึกมีความต้องการที่จะอธิบายต่อสังคม เรียกร้องมโนสำนึกของนักกฎหมายทั้งประเทศว่า สิ่งที่ทำไปถูกหรือไม่ ถ้าชนะหรือได้ผลที่ผู้คนกลับมาสนใจก็จะเป็นหลักประกันให้กับทุกๆ ครอบครัว เพราะว่าลูกหลานไม่ต้องถูกเอาตัวไป เอาไปขังในคุกโดยไม่มีหลักประกัน โดยไม่มีโอกาสจะต่อสู้คดี ตรงนี้เป็นหลักประกันที่ตามหลักวิชาการที่ตนเรียนมานั้นถูกต้องและตามกฎหมายทั่วไป กฎหมายก็ต้องเริ่มจากการต่อสู้ เพื่อสร้างให้มีกฎเกณฑ์ที่ดี

“ผมแถลงแทนเข้าให้เข้าใจในประเด็นเรื่องแรกก่อน เขายืนยันว่าเขาไม่รับรู้เรื่องนี้ ก็คุยกันนาน ที่ออกมาช้า ก็เอาเอกสารรายละเอียดมาให้ดูแล้วก็คุยกัน ในเรื่องอาการตะวันกับแบมยังคงอดอาหารและน้ำอยู่ แต่เพื่อให้เป็นไปตามคำขอร้องของคุณหมอ เนื่องจากสภาพเมื่อวานวันที่ 7 ก.พ. คือวิกฤตมากอย่างที่คุณหมอเขียนไปในคำร้องของศาล ตะวันกับแบมเพลียมาก ตอนนี้ยังยอมรับอยู่คือน้ำเกลือ และยังไม่ยอมรับวิตามินหรือยอมรับอาหารหรือดื่มน้ำ มีจิบน้ำตอนที่ตากแดด ทาครีมกันแดดเพื่อให้บรรเทาอาการเจ็บปวด ตอนนี้มีอาการแสบท้องและมึนหัว เมื่อคืนบอกนอนไม่หลับ ปวดตัวปวดร่างกายอย่างมาก ปวดเส้นอาจจะเพราะเขาเสียบน้ำเกลือหมอมาวัดความดัน เขายังเจ็บปวดทุรนทุราย นายกฤษฎางค์กล่าว

นายกฤษฎางค์กล่าวอีกว่า วันนี้ก็ให้เขานอนเต็มที่ก่อน ตนถามว่าจะทำอะไรกันต่อไปหรือไม่ เขาบอกจริงๆเขาไม่ได้คิดอะไร สิ่งที่ศาลตัดสินมาเมื่อวาน เขาไม่ได้คิดในความรู้สึกเขาเลย คิดอย่างเดียวว่าทำไมผู้ใหญ่ถึงไม่ฟังเหตุผล ทำไมถึงไม่ยอมรับในหลักการ ทำไมไม่นั่งคุยกัน ทำไมไม่เปิดโอกาสให้ผู้คนได้ใช้สิทธิตามกฎหมายที่มีอยู่ในการประกันตัว

“เขาบอกอย่างนี้ว่า ข้อ 1 จากวันนี้ไปเขาจะขอให้ทีมงานของทนายความเราช่วยยื่นขอปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาทางการเมืองที่ศาลไม่ให้ทั้ง 7-8 คนอีกทีหนึ่ง ซึ่งพรุ่งนี้เราจะดำเนินการให้เขา เพราะสิทธิในการประกันตัวยื่นเมื่อไหร่ก็ได้ เพราะเขายังไม่ถูกตัดสินว่าเป็นจำเลย ส่วนคนที่ศาลให้ยื่นเอกสารเพิ่มเติม 1 ท่าน เกี่ยวกับเรื่องการเรียนก็ให้ไปยื่น และคนที่ศาลสั่งสืบสอบ 4 คนก็ให้เราประสานงานให้เขา ไปเรียกร้องกรมคุมประพฤติสืบเสาะและส่งศาล ซึ่งศาลให้ภายใน 15 วัน แต่เขาขอว่าใฝห้เสร็จภายใน 3 วันนี้ไหม โดยระหว่างนี้เขายังคงไม่ยอมรับน้ำรับอาหารและรับยาต่อไป และรอฟังสิ่งที่เราไปทำให้เขา ถ้าหากมีความก้าวหน้าขึ้นมาคงต้องว่ากันต่อไป ” นายกฤษฎางค์กล่าว  (อ่านข่าว ทนายด่าง เผย ตะวัน-แบม ขีดเส้น 3 วัน ยื่นประกันเพื่อนไม่คืบ เตรียมออกจากรพ.ธรรมศาสตร์ ไม่รับการรักษาอีกต่อไป)

นายกฤษฎางค์ กล่าวต่อไปว่า น.ส.ทานตะวัน และ น.ส.อรวรรณ บอกว่าถ้าภายใน 3 วันไม่ได้รับการตอบรับหรือยังไม่มีการมานั่งฟังหรือคุยกัน จะขอออกจากโรงพยาบาลธรรมศาสตร์

“เขาจะยืนยันอดน้ำอดอาหาร และจะไม่รับเกลือแร่อีกแล้ว เพราะฉะนั้นเขาก็จะรบกวนโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เกินไป เขาก็เกรงใจและขอขอบคุณโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ที่ช่วยดูแล เขาจะไปอดน้ำอดอาหารในสถานที่ที่เหมาะสมต่อไป เมื่อครบ 3 วันแล้วไม่มีอะไรคืบหน้า เขาจะไปต่อสู้ตามวิถีทางของเขาคือการอดน้ำอดอาหารตั้งแต่เขาอยู่ในคุกไปแล้ว ที่สถานที่อื่น ซึ่งเขาใช้คำว่า ในสถานที่ที่พวกหนูเห็นว่าเหมาะสม แต่เป็นการอดน้ำอดอาหารและยืนยันข้อเรียกร้องของตัวเองอยู่ ส่วนรายละเอียดมากกว่านี้บอกไม่ได้เพราะเขาไม่ได้บอกตน เช่น สถานที่ที่เหมาะสมคืออะไร งดน้ำงดอาหารขนาดไหน แต่เขาก็จะดำเนินการต่อไป

ผมห่วง เพราะผมคิดว่าเท่าที่ผมดูสิ่งที่เกิดขึ้นช่วงเวลา 18 วันที่เขาอดอาหารผ่านมา ผมไม่เห็นการตอบรับที่จะรับฟังเหตุผลกับตะวันและแบม เช่น 8-9 คนที่เป็นผู้ต้องหาเป็นคดีทางการเมืองแน่ เพราะไปประท้วงรัฐบาลที่สามเหลี่ยมดินแดง ที่จะเดินขบวนไปไล่นายกฯที่บ้านวิภาวดี ถูกกล่าวหาว่าใช้อาวุธครอบครองวัตถุระเบิด ไม่ใช่อาวุธสงครามก็มีคนกระแนะกระแหนว่าระเบิดปิงปอง ประทัด เราคุยกันก่อนที่จะเรียกร้อง เขาให้ผมอธิบายคดีพวกนี้ให้เขาฟัง คือไม่ใช่เขาดื้อที่จะไม่ฟัง และที่สำคัญคนพวกนี้เขาปฏิเสธมาตลอด บางคนติดโดยไม่ได้ออกมาดูเดือนดูตะวัน 9 เดือนกว่าแล้วคดีแบบนี้ ผมเห็นในประเทศไทยก็ให้ประกันกันโครมๆ ในคดีฉ้อโกงประชาชน 1,000 กว่า ถ้าติดคุกก็เป็น 100 ปี เป็น 1,000 ปี แต่ติดได้อย่างมาก 50 ปี ทำไมให้ประกัน ผมก็ไม่ได้ได้ขัดแย้งตามหลักเราเป็นนักกฎหมาย เขาเป็นแค่ผู้ถูกกล่าวหา” นายกฤษฎางค์กล่าว

นายกฤษฎางค์กล่าวอีกว่า ตะวัน และแบม ต้องการจะพิสูจน์ด้วยเจตนาที่ใสซื่อบริสุทธิ์ ถามว่ากังวลไหม ยอมรับว่า ตนกังวลใจ กังวลที่จะไม่มีใครฟัง ผู้มีอำนาจ ไม่มีใครลงจากหอคอยลงมาฟังสิ่งที่พูดซึ่งจริงๆ เป็นเรื่องปกติ ถ้ามาเดินดินอย่างพวกเราพูดง่ายๆ ใครจะให้เขา เพราะฉะนั้นคิดว่าเขาทำแบบนี้มีแต่ความยากลำบาก ตนก็หนักใจ ฟังสิ่งที่เขาตอบมาแล้วต้องมาพูด หนักใจมากเพราะตนมองว่าเวลา 3 วันน้อยเกินไป แต่จะทำอย่างไรเป็นความต้องการของทั้ง 2 คน

“ผมไม่แน่ใจว่าเขาปรึกษาครอบครัวไหม แต่เมื่อคืนครอบครัวเขาก็มาอยู่ด้วยกัน ผมถามว่า แล้วพ่อแม่ว่าอย่างไร เขาก็ไม่ได้ตอบคำถาม วันนี้ยังไม่ได้เจอ แต่วันนี้พ่อแม่เขาสามารถที่จะไปเยี่ยมได้ในช่วงเวลาอื่น ผมคิดว่าเป็นการตัดสินใจของเขาเอง เพราะเราได้คุยกันหลายครั้งว่าคุณต้องตัดสินใจ ไม่ต้องรีบร้อนก็ได้ ดูจากความพร้อม ผมเข้าใจว่าลูกความผมก็มีเกียรติยศศักดิ์ศรี ผมว่าตะวันกับแบม ใครกดดันเขาไม่ได้ คนมันเท่ากัน ผมถึงกังวลใจ” นายกฤษฎางค์กล่าว