ปธ.กกต.แจงงบค่าใช้จ่าย ส.ส.-พรรคใช้เลือกตั้ง ลั่นไม่ยื่นศาล รธน. วินิจฉัยเหมารวมต่างด้าว
เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่โรงแรมเซ็นทรา บาย เซ็นทารา ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมหารือกับพรรคการเมืองเพื่อกำหนดจำนวนเงินค่าใช้จ่ายของผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และแบบบัญชีรายชื่อ รวมทั้งหารือเรื่องของการติดป้ายประกาศ ติดแผ่นป้ายเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้ง และวิธีการสรรหาผู้สมัครลงรับเลือกตั้งของพรรคการเมือง (ไพรมารีโหวต) เพื่อเตรียมความพร้อมการเลือกตั้ง ส.ส.ว่า ค่าใช้จ่ายของผู้สมัครลงรับเลือกตั้ง กกต.ได้กำหนดตุ๊กตาไว้ รวม 3 รูปแบบ รูปแบบแรก กกต.คิดเอง โดยคำนวณกับปัจจัยต่างๆ อาทิ อัตราค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ ดัชนีราคาผู้บริโภค หากสภาอยู่ครบวาระ ผู้สมัคร ส.สแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ใช้จ่ายได้คนละ 6.5 ล้านบาท และพรรคการเมืองใช้จ่ายได้ 152 ล้านบาท ส่วนกรณีมีการยุบสภาผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งใช้จ่ายได้คนละ 1.74 ล้านบาท และพรรคการเมืองใช้จ่ายได้ 40.6 ล้านบาท
รูปแบบที่ 2 เป็นการไปหารือกับ 3 หน่วยงานทางเศรษฐกิจ ได้แก่ กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย และกระทรวงพาณิชย์ ส่วนรูปแบบที่ 3 เป็นข้อเสนอของ 3 หน่วยงาน ที่เห็นว่าควรคำนวณอัตราเงินเฟ้อรวมเข้าไปด้วย การเสนอทั้ง 3 รูปแบบ ได้เสนอให้ผู้แทนพรรคการเมืองได้พิจารณา พรรคการเมืองได้แสดงความเห็นอย่างหลากหลาย จากนั้นทางสำนักงาน กกต.ก็จะนำความเห็นมาประมวล และส่งให้ที่ประชุม กกต.พิจารณาว่าเท่าใดจึงจะเหมาะสมก่อนที่จะออกประกาศ
นายอิทธิพร กล่าวถึงการแบ่งเขตเลือกตั้งที่มีการนำ ส.ส.ที่มีการนำจำนวนราษฏรที่ไม่ได้มีสัญชาติไทยมาคำนวณจำนวน ส.ส และแบ่งเขตเลือกตั้งว่า ยืนยันว่า กกต.ปฏิบัติตามที่รัฐธรรมนูญมาตรา 86 บัญญัติไว้ว่า ให้ใช้จำนวนราษฎรทั้งประเทศตามหลักฐานการทะเบียนราษฎรที่ประกาศในปีสุดท้ายก่อนปีที่มีการเลือกตั้ง ผู้อำนวยการทะเบียนกลางได้ประกาศจำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2566 ว่ามีจำนวนเท่าใด มีทั้งบุคคลที่มีสัญชาติไทยและไม่มีสัญชาติไทย กกต.ได้ยึดหลักการนี้ในการแบ่งเขตมาโดยตลอด
เมื่อถามว่า เป็นห่วงว่าจะมีการยื่นร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญตีความคำว่าราษฎร แล้วจะมีผลต่อการแบ่งเขตเลือกตั้งหรือไม่ นายอิทธิพรกล่าวว่า กกต.ทำตามที่กฎหมายเขียนไว้ ว่าให้ใช้จำนวนราษฎรทั้งประเทศ เมื่อถามต่อว่านายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เห็นว่าควรยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความเพื่อเป็นบรรทัดฐาน นายอิทธิพรกล่าวว่า กกต.เห็นว่าสิ่งที่พิจารณาเป็นไปตามข้อกฎหมายแล้ว เมื่อถามต่อว่าหมายความว่า กกต.จะไม่มีการยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ตามที่นายวิษณุเสนอใช่หรือไม่ นายอิทธิพรกล่าวว่า เวลานี้ไม่ได้คิดอย่างนั้น

