“สมชัย” ร้อง กกต.เอาผิด “บิ๊กป้อม” ใช้ตำแหน่งหน้าที่หาเสียงเอื้อผู้สมัคร พปชร. จี้สั่งยุติการกระทำ พร้อมชงนายกฯ สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่-สอบวินัย จ่อร้องซ้ำอีกหนึ่งรองนายกฯ ชี้หลักฐานเพียบ ชม “ลุงตู่” หาเสียงอยู่ในกรอบ
เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 9 กุมภาพันธ์ ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบาย พรรณเสรีรวมไทย และอดีต กกต. ยื่นหนังสือต่อ กกต.ขอให้ตรวจสอบการใช้ตำแหน่งหน้าที่ และทรัพยากรของรัฐ เพื่อเอื้อประโยชน์ต่อการหาเสียงเลือกตั้ง เข้าข่ายกระทำผิดต่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) การเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 78 มีโทษจำคุก 1-10 ปี ปรับ 20,000-200,000 บาท และศาลสั่งเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้ง 20 ปี ตามมาตรา 149 จากกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ลงพื้นที่ตรวจราชการ และติดตามการดำเนินโครงการด้านทรัพยากรน้ำที่ จ.นครปฐม และราชบุรี เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2566 ช่วงเวลา 14.00น.
โดยนายสมชัยกล่าวว่า การเดินทางตรวจราชการดังกล่าวของ พล.อ.ประวิตร ซึ่งไม่ใช่การลาราชการ แต่เป็นการปฏิบัติราชการแน่นอน เพราะเวลาดังกล่าวอยู่ในกำหนดการของการตรวจราชการ และก็มีป้ายรับรองต่างๆ เขียนชัดเจนว่าเป็นการตรวจราชการ แต่กลับมีผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค พปชร.ร่วมคณะไปด้วย มีการให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน มาเกณฑ์ประชาชนมารับฟังการปราศรัย มีเจ้าหน้าที่ของรัฐ ข้าราชการในพื้นที่ มาร่วมรับคณะผู้ตรวจราชการ ตลอดจนมีการใช้ทรัพยากร เช่น รถยนต์ น้ำมัน ของคณะผู้ตรวจราชการ รวมทั้ง พล.อ.ประวิตร ได้มีการเรียกผู้สมัครของพรรคมาแนะนำตัวกับประชาชน พร้อมกับขอให้ประชาชนเลือกผู้สมัครของพรรคพปชร.ในการเลือกตั้ง ส.ส.ที่จะมีขึ้น
ซึ่งการกระทำดังกล่าวของ พล.อ.ประวิตร ซึ่งมีตำแหน่งเป็นรองนายกรัฐมนตรี มีสถานะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ เข้าข่ายเป็นความผิดตามมาตรา 78 และแนวทางในการหาเสียงของ กกต.ที่ให้ข้าราชการวางตัวเป็นกลางทางการเมืองโดย กกต.มีอำนาจในการสั่งให้ยุติการกระทำ และควรดำเนินการเร่งด่วน โดยควรสั่ง หรือเตือน ว่าการตรวจราชการในอนาคตต้องไม่มีการกระทำในลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก เพราะจะเห็นได้ว่า พล.อ.ประวิตร และรัฐมนตรี มีกำหนดการตรวจราชการค่อนข้างถี่ในช่วงนี้ รวมทั้งต้องแจ้งไปยังนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้บังคับบัญชาเพื่อให้ตักเตือน และสั่งสอบวินัยของ พล.อ.ประวิตร รวมทั้งถ้ายังคงให้ พล.อ.ประวิตรปฏิบัติหน้าที่รองนายกรัฐมนตรีต่อไป จะเป็นปัญหาอุปสรรคทำให้การเลือกตั้งไม่มีความเป็นกลาง ก็สามารถสั่งให้พล.อ.ประวิตร ยุติการปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราว จนกว่าการเลือกตั้งจะแล้วเสร็จ
“อยากเห็น กกต.ดำเนินการเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน เพราะมิฉะนั้นจะเกิดการปฏิบัติในลักษณะนี้ ต่อเนื่องต่อไป กว่า กกต.จะตัดสินใช้เวลาหลายเดือน คนที่ปฏิบัติหน้าที่ราชการจะใช้ตำแหน่งหน้าที่เอื้อประโยชน์ ในการหาเสียงของตนเองและพรรคพวกได้ ซึ่งไม่ถูกต้อง กกต.จึงต้องบอกว่าเรื่องนี้ทำไม่ได้ ต้องยุติ แต่กระบวนการสอบสวนเพื่อลงโทษทางอาญานั้นสามารถใช้ระยะเวลาได้ ซึ่งผมคิดว่าในฐานะของคนที่ดำรงตำแหน่งทางราชการ ทั้งนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ย่อมได้เปรียบอยู่แล้วในการใช้งบประมาณของรัฐ ในการจะนำโครงการของรัฐลงไปในพื้นที่ แต่อย่างน้อยที่สุดต้องไม่สร้างความได้เปรียบจนมากเกินไป ถึงขนาดเกณฑ์คนมาฟังการปราศรัยของผู้สมัคร ในกรณีของพรรคอื่นยังไม่ชัดเจนเท่าพรรคนี้” นายสมชัยกล่าว
นายสมชัยกล่าวอีกว่า อีกคนหนึ่งในสัปดาห์หน้าก็จะมาการร้องรองนายกรัฐมนตรีอีกคนหนึ่ง ที่มีการใช้ตำแหน่งหน้าที่ และทรัพยากรของรัฐเพื่อเอื้อประโยชน์ต่อการหาเสียงเช่นเดียวกัน โดยมีการติดป้ายตามสถานที่ราชการ โดยให้ส่วนราชการเป็นคนสั่งการ ซึ่งเอกสารหลักฐานมีจำนวนมากถึง 50 หน้า
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขอชมว่าท่านนายกรัฐมนตรีพยายามที่จะอยู่ในกรอบตามที่ กกต.กำหนด มีการระมัดระวังตัวมากที่สุด แต่สำหรับของพรรคที่ได้ไปดำเนินกิจการต่างๆ ต้องพึงระมัดระวังอย่างการประชุมใหญ่วิสามัญของพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่เกิดขึ้นนายกรัฐมนตรีไม่เกี่ยวเลย นายกรัฐมนตรีไปเพียงสมัครเป็นสมาชิก และเปิดตัวบนเวที แต่การกระทำของพรรคที่หมิ่นเหม่ต่อกฎหมาย และได้ร้องต่อ กกต.ไปแล้ว รวมถึงเรื่องต่างๆที่ได้มีการร้อง กกต.ไปก่อนหน้านี้ก็ยังไม่มีความคืบหน้าจาก กกต.ไม่มีการสอบถามพยานที่ได้มีการให้ชื่อไป ซึ่งในสัปดาห์หน้าก็จะทวงถาม กกต.ในทุกเรื่องที่เคยยื่น จึงเห็นว่า กกต.ไม่ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ และปฏิบัติหน้าที่ไม่เป็นกลาง คงมีการรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินกับ กกต.

