สถานีคิดเลขที่ 12 : ลงเอยก็ขอลอยตัว

10.02.23 | 10:49 น.

 เส้นทางเดินของ พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในสนามเลือกตั้ง 2566 ดูเผินๆ เหมือนทุ่มเทจริงจัง มั่นอกมั่นใจจะเล่นบทเป็นนักการเมืองเต็มตัว หลังจากตัดสินใจออกจากพรรคพลังประชารัฐ พรรคที่เคยเป็นฐานให้ก้าวขึ้นเป็นนายกฯเมื่อการเลือกตั้ง 2562 ย้ายมาสู่พรรครวมไทยสร้างชาติแทน

ทีแรกก็นึกกันว่า จะมานั่งเก้าอี้หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เพื่อนำพรรคด้วยตัวเอง บุกสนามเลือกตั้งหนนี้อย่างถึงไหนถึงกัน

แต่กระแสการเป็นหัวหน้าพรรค กลับไม่มีแนวโน้มเป็นจริงเป็นจัง

พล..ประยุทธ์ ดูจะขอรับบทแคนดิเดตนายกฯของพรรคนี้เพียงอย่างเดียว

ไม่รับตำแหน่งอื่นๆ ภายในพรรค

Advertisement

มาล่าสุด มีกระแสข่าวจากในพรรครวมไทยสร้างชาติออกมาว่า เตรียมเสนอชื่อ พล..ประยุทธ์ เป็น ส..แบบบัญชีรายชื่ออันดับ 1

ดูเหมาะสมดี เป็นทั้งปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 1 และเป็นแคนดิเดตนายกฯของพรรคด้วย

แต่พอนักข่าวไปถาม พล..ประยุทธ์ ได้รับคำตอบแบบ ยังไม่ตัดสินใจ เป็นเรื่องในใจ เดี๋ยวรู้เอง อะไรประมาณนั้น

พอจะวิเคราะห์ได้ว่า พล..ประยุทธ์ คงไม่รับเป็น ส..บัญชีรายชื่อเบอร์ 1 เสียมากกว่า

ไม่รับทั้งเป็นหัวหน้าพรรค ไม่เอาทั้งปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 1 

พูดง่ายๆ ว่า จะไม่ขอผูกมัดตัวเองกับพรรครวมไทยสร้างชาติมากเกินไป

ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น 

อาจจะกล่าวได้ว่า พล..ประยุทธ์ คงประเมินหนทางการเมืองในการเลือกตั้งสมัยนี้ว่า ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว

แม้แต่พรรครวมไทยสร้างชาติเอง เอาเข้าจริงๆ ถึงเวลานี้ก็ไม่มีใครมั่นใจได้มากนักว่าจะได้ ส..เข้าสภาสักกี่มากน้อย

ในแง่แกนนำพรรคเอง คงหวังอย่างยิ่งว่า หาก พล..ประยุทธ์ ยอมรับเก้าอี้หัวหน้าพรรค ยอมเป็นปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 1

จะทำให้พรรคดูดีขึ้นมา มีชื่อเสียงและบารมีของ พล..ประยุทธ์เข้ามาสวมในพรรคอย่างเต็มตัว จะส่งผลในการดึงดูดนักเลือกตั้งตัวจริง ดูดบิ๊กเนม ให้เข้ามาสวมเสื้อ รทสช.ได้มากกว่านี้ ให้ดูดีกว่านี้

ฝ่าย พล..ประยุทธ์เองก็ต้องดูซ้ายขวา หน้าหลัง ประเมินให้แม่นยำว่าจะผูกมัดตัวเองกับพรรคนี้ขนาดไหน

ดูแล้วคงตัดสินใจได้ว่า ไม่ผูกมัดดีกว่า เล่นบทลอยตัว เป็นแค่แคนดิเดตนายกฯแค่นั้นพอ

ถ้าหากผลการเลือกตั้งสำเร็จสมหวัง ได้ ส..เข้ามาจำนวนมากพอ สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ ก็ได้เป็นนายกฯต่อไป

แต่ถ้าไม่สำเร็จ กลายเป็นพรรคเล็ก ไม่ได้ร่วมรัฐบาล ก็แค่กลับบ้านวางมือทางการเมือง

จะไปนั่งเป็น ส..ฝ่ายค้านในสภาได้อย่างไร

แล้วทำไม พล..ประยุทธ์ ประเมินอะไร ประเมินเช่นไร จึงตัดสินใจขอเล่นบทลอยตัว

นักวิเคราะห์การเมืองมองว่า ดูการวางตัวของมืออาชีพตัวจริงคือ นายสุชาติ ชมกลิ่น ที่ย้ายจากพลังประชารัฐ มาร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่กับ พล..ประยุทธ์ ก็จะเห็นอะไรได้ชัด

ผู้เชี่ยวชาญสนามเลือกตั้งตัวจริงอย่างนายสุชาติ น่าจะมีศักยภาพนำ ส..ในทีมตัวเองในพื้นที่ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก และภาคกลาง เอาชนะเลือกตั้งได้อย่างเป็นกอบเป็นกำจำนวนหนึ่ง

แต่ไม่ขอรับตำแหน่งใดๆ ภายในพรรครวมไทยสร้างชาติเช่นเดียวกัน

ดูสุชาติแล้วย้อนมองไปถึงประยุทธ์ก็น่าจะได้คำตอบ

ขอเป็นแคนดิเดตนายกฯ ไม่ผูกมัดกับพรรค ถ้าชนะก็ดีไป ถ้าพลาดท่าก็กลับบ้านดีกว่า

สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน