คอลัมน์หน้า 3 : บทเรียน จัดเจน ไทยรักไทย ถึง เพื่อไทย สถานการณ์ใหม่
ยุทธศาสตร์แลนด์สไลด์ของพรรคเพื่อไทย ถอดบทเรียนและความสำเร็จมาจากการเลือกตั้งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2548
ประสานเข้ากับการเลือกตั้งเมื่อเดือนกรกฎาคม 2554
เห็นได้จากการจัดตั้ง “ครอบครัวเพื่อไทย” ที่มาพร้อมกับการช่วงชิงและยึดครอง
“เสื้อแดง” มาเป็นสัญลักษณ์
พร้อมกับการดึง นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เข้ามา
เห็นได้จากการดึงหลายกลุ่มพลังทางการเมืองที่เคยต่อสู้กันอย่างเข้มข้นไม่ว่าจะเป็นบางส่วนจากพรรคประชาธิปัตย์ และการดึงหลาย “บ้านใหญ่” เข้ามา
ตัวอย่างเด่นชัดก็คือ “บ้านใหญ่” จาก “ชลบุรี”
ทุกอย่างดำเนินไปภายใต้ความเชื่อมั่นที่ว่า การจะก่อ “มหา” เจดีย์จำเป็นต้องอาศัยพลังหลายส่วนเข้ามาร่วม
เหมือนที่พรรคไทยรักไทยเคยทำสำเร็จมาแล้วในปี 2548
กระนั้น ภายในชัยชนะ ภายในความสำเร็จทางการเลือกตั้งไม่ว่าจะเป็นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2548 ไม่ว่าเมื่อเดือนกรกฎาคม 2554
ก็มี “รายจ่าย” ตามมาอย่างรวดเร็ว
การเบียดขบทางการเมืองรุนแรงอาจเป็นกับพรรคประชาธิปัตย์ แต่ก็มีผลข้างเคียงไปยังพรรคชาติไทย
สัมผัสได้จากเสียงบ่นของ นายบรรหาร ศิลปอาชา
ผลจากชัยชนะเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2548 สร้างความตระหนกเป็นอย่างสูงและยิ่งเมื่อเป็นรัฐบาลพรรคเดียว
ยิ่งก่อให้เกิดการต่อต้าน ทั้ง “ใน” และ “นอก” ระบบ
ชัยชนะเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2548 เกิดพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ชัยชนะเมื่อเดือนกรกฎาคม 2554 เกิด กปปส.
ปูทาง สร้างเงื่อนไขไปสู่ “รัฐประหาร”
ต้องยอมรับว่าแต่ละจังหวะก้าวของพรรคเพื่อไทยนับแต่ประกาศยุทธศาสตร์ “แลนด์สไลด์” ดำเนินไปอย่างมีการสรุป
ทางหนึ่ง เอาความจัดเจน “เก่า” มาเป็น “แนวทาง”
ขณะเดียวกัน ทางหนึ่ง ก็มีความพยายาม “ปรับ” และ “ประสาน” เข้ากับสภาพการณ์ใหม่ในทางความคิดและในทางการเมือง
ไม่ว่ามอง “ภาพย่อย” ไม่ว่ามอง “ภาพรวม”
กระนั้น สภาพการณ์ในปี 2566 ก็แตกต่างเป็นอย่างมากกับสภาพการณ์เมื่อปี 2548 และเมื่อปี 2554
พลังจาก “พันธมิตร” และ “กปปส.” ยังดำรงอยู่
ขณะที่ภายในพันธมิตรของพรรคเพื่อไทยเองก็มิได้มีแต่ “คนเสื้อแดง” หากแต่ยังมี “คนรุ่นใหม่” เกิดขึ้นเป็นอย่างมากและด้วยความคึกคัก
พื้นที่ “ความคิด” พื้นที่ “การเมือง” ก็แผ่ขยาย
ความสำเร็จจากชัยชนะเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2548 ความสำเร็จจากชัยชนะเมื่อเดือนกรกฎาคม 2554 จึงดำเนินไปอย่างมีพลวัต
ท่ามกลางการเกิดขึ้นของความคิด “ใหม่”
การเปลี่ยนแปลงทาง “เทคโนโลยี” ทำให้การไหลของความคิด “ใหม่” เป็นไปอย่างรวดเร็วถึงขั้นเชี่ยวกราก รุนแรง
ถามว่าจะจับกระแสนี้ได้หรือไม่ และปรับประสานอย่างไร

