09.00 INDEX ความอ่อนไหวของญัตติ ม.152 กับสัญญาณจาก “ภูมิใจไทย”
เสียงเตือนจากพรรคภูมิใจไทยในเรื่อง “องค์ประชุม” ทรงความหมายเป็นอย่างสูง เป็นการเตือนตรงไปยังญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 152 ของรัฐธรรมนูญ
เพราะหากไม่ได้รับความร่วมมือจากเสียงของรัฐบาลก็ยากเป็นอย่างยิ่งที่จะเดินหน้าไปได้
ถามว่าอย่างไรหรือคือสิ่งที่รัฐบาลจะสามารถ “ร่วมมือ” ได้
ความหมายโดยตรงของพรรคภูมิใจไทยก็คือ จะต้องไม่มีเนื้อหาอะไรที่จะบั่นทอนหรือด้อยค่าต่อพรรคภูมิใจไทย ไม่ว่าจะเป็นในด้านคน ไม่ว่าจะเป็นในด้านนโยบาย
เสียงเตือนจากพรรคภูมิใจไทยทำให้เกิดคำถามตามมาโดยอัตโนมัติว่าเสียงเตือนจากพรรคภูมิใจไทยจะสามารถแทนความรู้สึกและความต้องการของรัฐบาลได้หรือไม่
หากบทสรุปของพรรคภูมิใจไทยตรงกันกับความรู้สึกของพรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาธิปัตย์และพรรคชาติไทยพัฒนา ก็หมายความว่าโอกาสที่ญัตติตามมาตรา 152 จะเกิดขึ้นก็ยาก
นี่คือคำถามไปยังพรรคเพื่อไทย นี่คือคำถามไปยังพรรคก้าวไกล นี่คือคำถามไปยังพรรคเสรีรวมไทย
แม้จะเป็นเพียงเสียง “เตือน” แต่ก็มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นจริง
ความละเอียดอ่อนจากสัญญาณเตือนของพรรคภูมิใจไทยจึงขึ้นอยู่กับบทบาทและผลสะเทือน และความเป็นไปได้ที่จะแปรเป็นการกระทำในทางการเมือง
คำถามก็คือ ทั้งหมดนี้เป็นเพียงต้องการที่จะปกป้องตนเองและจำกัดเพียงพรรคร่วมรัฐบาลบางพรรคเท่านั้น
นั่นก็คือ ปกป้องพรรคภูมิใจไทย ปกป้อง นายอนุทิน ชาญวีรกูล ปกป้อง นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ หรือว่าต้องการปกป้องแบบที่ครอบคลุมถึงรัฐบาลโดยองค์รวม
คำถามก็คือ จะขยายกรอบและขอบเขตจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล ไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไปยัง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ไปยัง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา หรือไม่
ในที่สุดแล้วก็คือ เสียงเตือนนี้สะท้อนความรับผิดชอบที่จะปกป้องรัฐบาลอันมี “พี่น้อง 3 ป.” เป็น “ตัวแทน” อยู่หรือไม่
บทบาทของพรรคภูมิใจไทยครั้งนี้จึงดำเนินไปในลักษณะอันเป็นดั่งเงาสะท้อนจากทางด้านของรัฐบาล เท่ากับยังยืนยันในเอกภาพ และความเป็นหนึ่งเดียวอยู่หรือไม่
โดยตรงก็คือ จะเอา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อยู่หรือไม่
นี่จึงเป็นสภาพที่พรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล จักต้องสนใจ
นี่จึงเป็นสภาพที่สังคมจักต้องจับตาติดตามบทบาทไม่ว่าจะจากทางด้านรัฐบาล ไม่ว่าจะจากทางด้านฝ่ายค้าน

