‘ปดิพัทธ์’ จี้ กกต.สรุปแบ่งเขตนับรวมต่างด้าวหรือไม่ แนะ อย่าคลุมเครือจนต้องยื่นศาล รธน. กระทบไทม์ไลน์เลือกตั้ง แฉ ตัดแปะ พิษณุโลกเขต 1 เอื้อพรรครัฐบาล
เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวถึงกรณีมีรายงานข่าวว่าที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะหารือในวันนี้ (14 กุมภาพันธ์) ประเด็นการนำจำนวนราษฎรที่ไม่มีสัญชาติไทยมาคิดคำนวณจำนวน ส.ส. ที่แต่ละจังหวัดพึงมีและแบ่งเขตเลือกตั้ง ว่า การแบ่งเขตเลือกตั้งที่ไม่ชัดเจน อาจนำไปสู่เลือกตั้งโมฆะเช่นที่เคยเกิดขึ้นในอดีต
หากการนับรวมราษฎรที่ไม่มีสัญชาติไทยนั้น เป็นสิ่งที่ กกต. เคยทำมาก่อนก็ไม่น่าต้องกังวลว่าจะมีปัญหา แต่หากไม่เคยทำมาก่อน ครั้งนี้ก็ไม่ควรทำเช่นกัน ดังนั้นในการประชุมวันนี้ จึงควรมีคำตอบเรื่องนี้ รวมถึงว่าถ้า กกต. จะยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย จะกระทบต่อไทม์ไลน์การเลือกตั้งหรือไม่
นายปดิพัทธ์กล่าวต่อว่า ตามกฎหมาย การเลือกตั้งควรมีขึ้นไม่เกินวันที่ 7 พฤษภาคมนี้ เพราะประชาชนมีความหวังให้การเลือกตั้งนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง แต่จากการทำงานของ กกต. ปัจจุบัน ไม่ได้ทำให้ประชาชนรู้สึกไว้เนื้อเชื่อใจได้เลย
โดยขณะนี้หลายจังหวัดเริ่มพบกลไกที่ย้ายเขตเลือกตั้งเพื่อให้เกิดความได้เปรียบทางคะแนน เช่น พิษณุโลกเขต 1 มีความพยายามตัดพื้นที่ที่ตนทำงานอย่างต่อเนื่องออกไป และเอาพื้นที่ของนักการเมืองท้องถิ่นที่เป็นฝ่ายรัฐบาลมาเติมแทน
นอกจากนี้ ยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับระบบรายงานผลเลือกตั้งแบบเรียลไทม์ทั้งที่ กกต.ได้รับงบประมาณจัดเลือกตั้งถึงเกือบ 6,000 ล้านบาท
“กกต.ต้องชี้แจงเรื่องพวกนี้ เพราะสำคัญมากต่อความเชื่อมั่นของประชาชน ในฐานะองค์กรอิสระที่มีหน้าที่หลักคือจัดการเลือกตั้งให้โปร่งใสเป็นธรรม แต่ยิ่งใกล้เลือกตั้ง กกต. กลับยิ่งทำให้สังคมตั้งคำถามว่าทำงานกันอย่างไร ทำไมดูขาดความพร้อม ขาดความชัดเจนเต็มไปหมด” นายปดิพัทธ์กล่าว
นายปดิพัทธ์กล่าวว่า กรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิดนายณัฏฐ์ เล่าสีห์สวกุล เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการ กกต. กับพวกรวม 3 ราย กระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ กรณีละเว้นไม่ดำเนินการรับมอบและติดตามถุงเมล์การทูตที่บรรจุซองใส่บัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนอกราชอาณาจักร จากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเวลลิงตัน ประเทศนิวซีแลนด์ เป็นเหตุให้ กกต. มีมติให้บัตรเลือกตั้งนั้นไม่สามารถนำมานับเป็นคะแนนได้ ว่าเป็นอีกตัวอย่างที่ชัดเจน สะท้อนความผิดพลาดล้มเหลวของ กกต. ที่ต้องไม่ปล่อยให้เกิดซ้ำอีก
แม้อดีตรองเลขาธิการ กกต. จะถูก ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดวินัยร้ายแรงและต้องรับโทษ แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผลการเลือกตั้ง และเสียงของประชาชนที่ถูกทำให้สูญเปล่า เป็นสิ่งที่เรียกคืนไม่ได้ ทุกพรรคการเมือง รวมถึงอดีตพรรคอนาคตใหม่ ล้วนได้รับผลกระทบ เพราะคะแนนจากนิวซีแลนด์บางส่วนอาจทำให้พรรคมีคะแนนมากขึ้นและชนะเลือกตั้งในบางเขต เช่น นครปฐมเขต 1 อดีตพรรคอนาคตใหม่ชนะ 4 คะแนน แต่กลับมาแพ้เพราะเจ้าหน้าที่นับรวมคะแนนผิดแล้วไม่ยอมรวมใหม่ เปลี่ยนไปนับคะแนนใหม่ มีการแสดงคะแนนเปลี่ยนไปมาถึง 5 ครั้ง ก่อนเกิดคะแนนเขย่งและพรรคอนาคตใหม่แพ้เลือกตั้งในที่สุด

