หน้าแรก การเมือง ‘ชลน่าน’ อัด ...

‘ชลน่าน’ อัด รบ.ทำประเทศเสียโอกาส-บริหารราชการล้มเหลว เกิดธนกิจการเมือง ใช้เงินรักษาอำนาจตัวเอง

15.02.23 | 12:22 น.

‘ชลน่าน’ อัด รบ.ทำประเทศเสียโอกาส-บริหารราชการล้มเหลว ทำเกิดธนกิจการเมือง ใช้เงินรักษาอำนาจตัวเอง ลั่น ประเทศต้องไปต่ออย่างมีศักดิ์ศรี-มีความหมาย ไม่ใช่ไปต่อให้คนบางคนสืบทอดอำนาจ

ต่อมาเวลา 10.30 น. นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวแถลงเปิดญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจทั่วไปแบบไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ว่า การบริหารราชการแผ่นดินของนายกรัฐมนตรีภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา ไม่ได้ปฏิบัติหรือดำเนินการให้เป็นไปตามนโยบายที่แถลงไว้ต่อรัฐสภา โดยเฉพาะนโยบายเร่งด่วน 12 ประการ ที่รัฐบาลประกาศว่าจะเร่งดำเนินการก็ไม่ได้มีการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมแต่อย่างใด เช่น การแก้ปัญหาเรื่องการดำรงชีวิตของประชาชน ซึ่งพบว่าประชาชนระดับรากหญ้ายังมีคุณภาพชีวิตที่ต่ำกว่ามาตรฐาน มีความเหลื่อมล้ำระหว่างคนในสังคมสูงมาก เกิดภาวะรวยกระจุก จนกระจาย คนไร้ที่อยู่อาศัยมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น

ปัญหาเรื่องประมงพื้นบ้านยังไม่ได้รับการแก้ไข ขณะที่ปัญหาประมงระดับชาติได้รับผลกระทบรุนแรงจากการตราพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) โรคระบาด การยกระดับราคาสินค้าเกษตรก็ไม่บรรลุผล ปัญหาการทุจริตก็เพิ่มมากขึ้น ถือเป็นการขาดความจริงใจ ปล่อยให้พรรคการเมืองดำเนินการแก้ปัญหากันเอาเอง การบริหารราชการแผ่นดินของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็ไม่ได้คำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติ และความผาสุกโดยรวมของประชาชนเป็นที่ตั้ง มีการใช้งบประมาณและก่อหนี้สาธารณะอย่างมหาศาล แต่กลับไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ความเดือดร้อนของประชาชนได้ ทำให้การบริหารด้านเศรษฐกิจล้มเหลวโดยสิ้นเชิง ขณะเดียวกันก็มุ่งใช้เงินทางด้านการเมืองทั้งเพื่อสร้างคะแนนนิยมให้รัฐบาล และเพื่อความมั่นคง ความอยู่รอดของตนเอง ทำให้การปฏิรูปการเมืองล้มเหลวจนทำให้ระบบการเมืองกลายเป็นธนกิจการเมือง เป็นการใช้เงินเพื่อได้มาซึ่งอำนาจ

นพ.ชลน่านกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการปล่อยให้ปัญหายาเสพติดแพร่ระบาดไปทุกชุมชน โดยไม่มีการปราบปรามอย่างจริงจัง บ่อนการพนันเกิดขึ้นทั่วไปโดยการรู้เห็นของเจ้าหน้าที่รัฐ ฟอกเงินจนกระทบต่อความมั่นคงของประเทศและความสงบเรียบร้อยของประชาชน ล้มเหลวในการป้องกันและแก้ปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ปล่อยให้กลุ่มทุนต่างชาติเอารัดเอาเปรียบ ขณะที่ค่าครองชีพและราคาสินค้าสูงขึ้น เหตุกราดยิงที่ จ.นครราชสีมา และ จ.หนองบัวลำภู ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นโดยไม่มีการป้องกัน และแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นทำให้เห็นได้ว่าระยะเวลา 3 ปีกว่า ของการบริหารราชการแผ่นดินของ ครม.เป็นการทำให้ประเทศเสียโอกาส ทำให้ประเทศมีการพัฒนาที่ถดถอย ทั้งนี้ สืบเนืองมาจากการขาดยุทธศาสตร์และแนวทางในการบริหารแผ่นดินที่ถูกต้องของ ครม. ขาดความซื่อสัตย์สุจริตในการปฏิบัติหน้าที่ เมื่อ ครม.ต้องรับผิดชอบร่วมกันต่อสภา ในการกำหนดนโยบายตามที่แถลงไว้ จึงเป็นสิทธิของ ส.ส.ที่จะร่วมกันซักถามเพื่อเสนอแนะ ครม.ในการบริหารราชการแผ่นดิน เพื่อให้ระยะเวลาในการบริการราชการแผ่นดินที่เหลืออยู่แม้จะเป็นช่วงเวลาที่น้อยเล็กก็ขอให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนและประเทศชาติ

นพ.ชลน่านกล่าวอีกว่า การบริหารราชการแผ่นดินของ พล.อ.ประยุทธ์ ในวาระที่ 2 ในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมาจากการเลือกตั้งในปี 2562 ถือว่าได้รับการตอบรับจากประชาชน แม้สิ่งที่ได้รับมาจะได้รับกลไกที่หลายฝ่ายเหตุว่าไม่ชอบ ไม่เป็นไปตามจุดมุ่งหมายของเจ้าของอำนาจที่แท้จริงของประชาชนก็ตาม การได้มาซึ่งอำนาจผ่านสภาแห่งนี้ ผลสืบเนื่องมาจากการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล คสช.ที่มีนายกรัฐมนตรีชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ เป็นผลต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน จากกรณีที่สื่อมวลชนได้ให้ฉายากับรัฐบาลชุดนี้ว่าหน้ากากคนดี ตัวตนเป็นอย่างไรไม่รู้ แต่ดูหน้ากากบอกว่าเป็นคนดี เป็นคนดีที่มีสิทธิเข้ามาดูแลประเทศชาติบ้านเมืองมากกว่าคนอื่น โดยอ้างว่าเป็นคนดี วันนี้พรรคร่วมฝ่ายค้านจะมาชี้ให้เห็นหลังจากที่เราอภิปรายเสร็จแล้ว คนจะเห็นตัวตนของคนดีที่ใส่หน้ากากว่าเป็นอย่างไร เราใช้คำว่ากระชากหน้ากากคนดีเพื่อให้ประชาชนเจ้าของประเทศนี้ได้รู้ได้เห็นได้ว่าคนดีที่บอกว่าจะมาคืนความสุขให้พี่น้องประชาชน คนดีที่จะมาทำประโยชน์ให้ประเทศชาติแท้จริงแล้วเป็นอย่างไร ซึ่งหลังจากกระชากหน้ากากคนดีก็ไปสอดคล้องกับฉายาของนายกรัฐมนตรีที่สื่อมวลชนตั้งให้ว่า “แปดปีที่แปดเปื้อน” จึงเป็นการที่เราต้องใช้สภาแห่งนี้เป็นเวทีที่พิสูจน์กันว่าเป็นจริงหรือเป็นเท็จ เชื่อว่าทุกฝ่ายจะชี้ให้เห็นข้อเท็จจริงของตนเอง โดยเฉพาะช่วงใกล้จะหมดอายุของสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้

“เชื่อมั่นว่าจะมีการเลือกตั้ง และคาดการณ์ว่าจะมีการเลือกตั้งคือวันที่ 7 พฤษภาคม 2566 หากท่านนายกรัฐมนตรีจะให้ความมั่นใจตอบว่าก็เป็นไปตามนั้น จะเป็นประโยชน์ยิ่งเพราะพวกเราเองก็จะได้เกิดความมั่นใจและนานาประเทศจะได้เกิดความมั่นใจว่าเราเป็นประเทศเสรีประชาธิปไตย ปกครองอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ระบบรัฐสภาจะมีความเชื่อมั่น เชื่อถือ ยิ่งใกล้วันเลือกตั้ง สิ่งที่ทุกฝ่ายต้องชี้ให้เห็นในสภาแห่งนี้คือข้อเท็จจริงในปัญหาที่ฝ่ายค้านจะบอกไปยังนายกรัฐมนตรีและ ครม. การนำข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นมาเสนอ หลายคนอาจจะบอกว่าเป็นเรื่องเก่า ไม่เห็นมีหมัดเด็ดอะไร ล้มรัฐบาลไม่ได้ ซึ่งก็จริงเพราะไม่มีการลงคะแนน การอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 ก็ล้มรัฐบาลไม่ได้ ทำท่าจะล้มแล้ว แต่ปาฏิหาริย์ก็สามารถที่จะกู้คืนได้เพียงชั่วข้ามคืน เป็นข้อเท็จจริงที่ปรากฏขึ้นที่อาจจะไม่เผยแพร่สาธารณะ แต่ในสภาแห่งนี้รับรู้อย่างชัดแจ้ง

Advertisement

ฉะนั้นการถอดหรือกระชากหน้ากากคนดีครั้งนี้ สิ่งที่เราจะเห็นและปรากฏขึ้นว่าคนดีที่ใส่หน้ากาก หากกระชากแล้วจะเป็นอย่างไร แม้จะลงคะแนนสำหรับการอภิปรายครั้งนี้ไม่ได้ แต่อยากให้พี่น้องไปลงคะแนนในคูหาเลือกตั้งว่าท่านอยากให้คนดีนี้อยู่ต่อหรือไม่ หรืออยากให้ประเทศชาติไปต่อ ประเทศต้องไปต่ออย่างมีศักดิ์ศรีและมีความหมาย ไม่ใช่ไปต่อเพื่อให้คนบางคนได้ไปต่อเพียงเพราะจะสืบทอดอำนาจ” นพ.ชลน่านกล่าว