‘ภาคีเพื่อนหมอสุภัทรฯ’ บุกสภายื่นหนังสือถึงประธานรัฐสภา-กมธ.กม.ตรวจสอบพฤติกรรม ‘อนุทิน’ แทรกแซงโยกย้าย

15.02.23 | 15:17 น.

‘ภาคีเพื่อนหมอสุภัทรฯ’ บุกสภายื่นหนังสือถึงประธานรัฐสภา-กมธ.กม.ตรวจสอบพฤติกรรม ‘อนุทิน’ แทรกแซงโยกย้าย

เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ นายรุ่งเรือง ระหมันยะ ผู้ประสานงานภาคีเพื่อนหมอสุภัทรและผู้รักความเป็นธรรม เปิดเผยว่า ทางภาคีฯได้เดินทางมาชุมนุมที่หน้ากระทรวงสาธารณสุขเมื่อ 14 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แต่กลับถูกปิดประตูใส่ ไม่ให้เข้าไปภายในกระทรวง ทั้งที่เดินทางมาเพื่อที่จะยื่นหนังสือเพื่อเรียกร้องให้กระทรวงสาธารณสุข ทบทวนคำสั่งย้ายนายแพทย์สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผอ.รพ.จะนะ ไปเป็น ผอ.รพ.สะบ้าย้อย ซึ่งในวันนี้ได้เดินทางมาปักหลักที่ทำเนียบรัฐบาลเพื่อยื่นหนังสือถึงประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน

โดยในหนังสือนั้นระบุว่า ตามที่กระทรวงสาธารณสุข ได้มีคำสั่งที่ 125/2566 เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2566 สั่งย้าย นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ให้พ้นจากตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลอำเภอจะนะและให้ไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลอำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา ซึ่งลงนามโดยนายสวัสดิ์ อภิวัจนีวงศ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวง (ปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวงสาธารณสุข) ซึ่งในเรื่องนี้มีความเกี่ยวโยงกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย อย่างไม่อาจปฏิเสธได้ แม้พยายามออกมาให้ข่าวกับสื่อมวลชนถึงสาเหตุของการย้าย นพ.สุภัทร ว่าเป็นเรื่องการบริหารงานภายในของกระทรวงสาธารณสุข ที่ดำเนินไปตามระเบียบขั้นตอนปกติของระบบราชการ ทั้งยังอ้างว่าต้องการได้ความรู้ความสามารถของ นพ.สุภัทร ไปช่วยในการแก้ไขปัญหาของโรงพยาบาลอำเภอสะบ้าย้อย เท่านั้น

แต่พบว่าข้อเท็จจริงเบื้องลึกภายในกลับย้อนแย้งกับสิ่งที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวอ้าง ด้วยพบว่ามีคลิปภาพและเสียงที่ท่านได้กล่าวไว้ต่อหน้าข้าราชการระดับสูงของกระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2566 ที่ผ่านมา ในคราวที่เดินทางไปปฏิบัติงานที่จังหวัดสุโขทัย ซึ่งมีการพูดถึงสาเหตุของการย้าย นพ.สุภัทร ด้วยความอัดอั้นว่า เป็นเพราะมีการกระทำความผิดอย่างมหันต์ต่อผู้บังคับบัญชา อันเป็นข้อกล่าวหาอันร้ายแรงที่สอดคล้องกับสถานการณ์ก่อนหน้านี้ ที่ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ในฐานะประธานชมรมแพทย์ชนบท ออกมาวิพากษ์นโยบายและแนวทางปฏิบัติงานของนายอนุทินหลายเรื่อง ทั้งเรื่องการบริหารจัดการด้านสาธารณสุขในสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 รวมถึงนโยบายกัญชาเสรี ที่กำลังกลายเป็นช่องว่างของกฎหมายที่ไม่สามารถควบคุมการใช้กัญชาทางการแพทย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ซึ่งการออกมาแสดงออกดังกล่าวของ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ยังความไม่พอใจให้กับท่านหลายครั้ง และยังเคยมีการวิวาทะกันไปมาผ่านสื่อสาธารณะอีกหลายหน จึงเชื่อได้ว่าเหตุแห่งการย้ายในครั้งนี้เกิดขึ้นจากความไม่พอใจและมีการแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล คงไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบต่อเรื่องนี้ได้

Advertisement

ภาคีเพื่อนหมอสุภัทรและผู้รักความเป็นธรรมในการบริหารราชการแผ่นดิน ขอยื่นหนังสือถึงประธานกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน เพื่อให้ตรวจสอบพฤติกรรมของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ว่ามีการใช้อำนาจเข้าแทรกแซงในการโยกย้ายข้าราชการประจำ ทั้งมีการใช้อิทธิพลภายในกดดันให้สร้างระเบียบอันมิชอบเพื่อทำการย้าย นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ซึ่งกำลังทำลายความยุติธรรมและธรรมาภิบาลของกระทรวงสาธารณสุขอย่างร้ายแรง อันทำให้ข้าราชการภายในต้องสูญเสียขวัญกำลังใจและกำลังเป็นประเด็นวิพากษ์กันอย่างกว้างขวางภายในองค์กร ในขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล ยังแสดงอำนาจกดทับข้าราชการด้วยการประกาศว่า ตนจะกลับมาบริหารกระทรวงสาธารณสุขด้วยตนเองอีกครั้ง ยิ่งนำไปสู่ความหวั่นเกรงต่ออำนาจทางการเมืองเพิ่มมากขึ้น

พฤติกรรมดังกล่าวอาจจะเข้าข่ายความผิดรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาตรา 185 ที่บัญญัติไว้ว่า “สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาต้องไม่ใช้สถานะหรือตําแหน่งการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภากระทําการใดๆ อันมีลักษณะที่เป็นการก้าวก่าย หรือแทรกแซงเพื่อประโยชน์ของตนเอง ของผู้อื่น หรือของพรรคการเมือง ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม” ซึ่งเข้าข่ายความผิดตามวงเล็บ 3 ที่มีรายละเอียดว่า “การบรรจุ แต่งตั้ง โยกย้าย โอน เลื่อนตําแหน่ง เลื่อนเงินเดือนหรือการให้พ้นจากตําแหน่ง ของข้าราชการซึ่งมีตําแหน่งหรือเงินเดือนประจําและมิใช่ข้าราชการการเมือง พนักงาน หรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ กิจการที่รัฐถือหุ้นใหญ่ หรือราชการส่วนท้องถิ่น” ซึ่งจะมีผลต่อความผิดตามมาตรา 101 ที่หากพบว่ามีความผิดตามมาตรา 185 จะต้องถอนสภาพความเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในทันที

จึงขอเสนอให้ประธานกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน เร่งดำเนินการตรวจสอบนายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยว่าได้กระทำความผิดตามที่นำเรียนไว้เบื้องต้นหรือไม่ อันจะเป็นการดำรงไว้ซึ่งความยุติธรรมและธรรมาภิบาลของการบริหารราชการแผ่นดินโดยรวม ทั้งยังเป็นการป้องปรามนักการเมืองที่ลุแกอำนาจมิให้มีการหาประโยชน์ให้กับตนเองและพวกพ้องได้โดยง่าย

นอกจากนั้น ภาคีเพื่อนหมอสุภัทรและผู้รักความเป็นธรรมในการบริหารราชการแผ่นดิน ยังได้ยื่นหนังสือผ่านประธานรัฐสภาถึงพรรคการเมืองทุกพรรค เพื่อให้มีการพิจารณาเรื่องนี้ตามระเบียบขั้นตอนของรัฐสภา และส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญทำการวินิจฉัยพฤติกรรมของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ว่าเข้าข่ายความผิดรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาตรา 185 ที่บัญญัติไว้ว่า “สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาต้องไม่ใช้สถานะหรือตําแหน่ง การเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภากระทําการใดๆ อันมีลักษณะที่เป็นการก้าวก่าย หรือแทรกแซงเพื่อประโยชน์ของตนเอง ของผู้อื่น หรือของพรรคการเมือง ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม” ซึ่งเข้าข่ายความผิดตามวงเล็บ 3 ที่มีรายละเอียดว่า “การบรรจุ แต่งตั้ง โยกย้าย โอน เลื่อนตําแหน่ง เลื่อนเงินเดือนหรือการให้พ้นจากตําแหน่งของข้าราชการซึ่งมีตําแหน่งหรือเงินเดือนประจําและมิใช่ข้าราชการการเมือง พนักงาน หรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ กิจการที่รัฐถือหุ้นใหญ่ หรือราชการส่วนท้องถิ่น” ซึ่งจะมีผลต่อความผิดตามมาตรา 101 ที่หากพบว่ามีความผิดตามมาตรา 185 จะต้องถอนสภาพความเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในทันที

 

 

อ่านข่าวน่าสนใจ :