‘พปชร.’ ชัยภูมิเดือด ‘วิรัช’ สั่งว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.แจ้งความเอาผิด คนปลอมเอกสาร ห้ามหาเสียง

15.02.23 | 15:28 น.

‘พปชร.’ ชัยภูมิเดือด ‘วิรัช’ สั่งว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.แจ้งความเอาผิด คนปลอมเอกสาร ห้ามหาเสียง

เมื่อเวลา 13.50 น. วันที่ 15 กุมภาพันธ์ ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะรองหัวหน้าพรรค พปชร. กล่าวถึงกรณีที่มีการลงนามในหนังสือให้ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ชัยภูมินำป้ายหาเสียงลง โดยระบุว่า พรรคยังไม่มีมติให้เป็นผู้สมัคร ส.ส.นั้น ล่าสุด พบว่านายอร่าม โล่ห์วีระ เพิ่งมาสมัครเป็นสมาชิกพรรค พปชร.เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ส่วนที่ตนออกมาระบุว่าเป็นหนังสือปลอม เนื่องจากอ้างชื่อ พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ที่สมัครเป็นสมาชิกพรรค เมื่อวันที่ 25 มกราคมที่ผ่านมา และนับตั้งแต่สมัครเป็นสมาชิกพรรค พปชร. ก็ยังไม่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคแต่อย่างใด

ดังนั้น การที่มีบุคคลไปแอบอ้างและสั่งให้ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ชัยภูมิ นำป้ายหาเสียงออกโดยระบุว่า ไม่ใช่ว่าที่ผู้สมัครของพรรค ทั้งๆ ที่พรรคได้จัดวางตัวไว้เรียบร้อยแล้วตั้งแต่เดือนธันวาคม 2565 ดังนั้น ทางพรรคจึงให้ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ชัยภูมิ ไปแจ้งความดำเนินคดีที่ สภ.เมืองชัยภูมิ กับผู้ที่ลงนามในหนังสือฉบับดังกล่าวในข้อหานำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ทั้งนี้ ตนได้สอบถามเจ้าหน้าที่พรรค และ พล.อ.วิชญ์ ยืนยันว่าไม่ได้เซ็นลงนามในหนังสือดังกล่าว เอกสารดังกล่าวจึงเป็นหนังสือปลอม

ทั้งนี้ เมื่อเวลา 13.14 น. วันที่ 15 ก.พ. นางจิตราภรณ์ กล้าแท้ อายุ 33 ปี ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ เขต 1 จ.ชัยภูมิ พร้อมสามี นายวสันต์ กล้าแท้ นายก อบต.บุ่งคล้า (อดีตผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 จ.ชัยภูมิ เมื่อช่วงเลือกตั้งที่ผ่านมา) พร้อมตัวแทนชาวบ้านในพื้นที่กว่า 10 คน ได้เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.ชัยพร พรมเสนา พนักงานสอบสวน สภ.เมืองชัยภูมิ หลังได้รับการประสานงานจากนายวิรัช รัตนเศรษฐ ในฐานะกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ เพื่อแจ้งความเพิ่มเติมว่า ผู้แจ้งในฐานะว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดชัยภูมิ เขต 1 ได้รับทราบข้อเท็จจริงจากการส่งข้อความทางแอพพลิเคชั่นไลน์ของอดีตนักการเมืองดังในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ (นายอร่าม โล่ห์วีระ) ซึ่งล้วนมีแต่ข้อความอันเป็นเท็จมีการปลอมแปลงหนังสือของพรรคพลังประชารัฐเพื่อให้ข้าพเจ้าผู้แจ้งต้องเก็บป้ายหาเสียง (ตามรายละเอียดสำเนาหนังสือตามสิ่งที่แนบมาด้วยเพื่อเป็นหลักฐานทางคดี)

และการส่งข้อความทางแอพพลิเคชั่นไลน์ดังกล่าว เข้าข่ายเป็นการกระทำโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อประชาชนที่จะใช้สิทธิเลือกตั้งในการเลือกตั้งครั้งต่อไปด้วย ประกอบกับหนังสือดังกล่าว ไม่ใช่ลักษณะของพรรคพลังประชารัฐที่ถูกต้อง ทั้งเรื่องเลขที่หนังสือ ผู้ลงนามในหนังสือ ซึ่งไม่ใช่หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ

Advertisement

ซึ่งกรณีการกระทำดังกล่าวจึงเข้าข่ายเป็นการกระทำผิดต่อ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 (1) จึงขอแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษนักการเมืองรายดังกล่าวนี้ ในฐานะที่มีชื่อปรากฏในสำเนาภาพแอพพลิเคชั่นไลน์ดังกล่าว ให้ได้รับโทษตามกฎหมาย เพื่อให้เจ้าพนักงานทำการตามหน้าที่และอำนาจในการหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไปโดยเร็ว ทั้งนี้ ขอให้เรียกผู้เกี่ยวข้องในกรณีดังกล่าว พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ซึ่งมีลายมือชื่ออยู่ในหนังสือดังกล่าวมาให้ถ้อยคำด้วย พร้อมกันนี้ ขอสอบสวนเรียกขอเอกสารเพิ่มเติม จากรายการ พี่เบิ้มประชาไทย ธนณรงค์ ช่องเนชั่น เพื่อมาประกอบสำนวนในคดีดังกล่าวเพิ่มเติมได้อีกด้วย

ซึ่งการเดินทางมาแจ้งความเพิ่มเติมในครั้งนี้ นางจิตราภรณ์ กล้าแท้ กล่าวว่า ในกรณีที่เกิดอยากจะให้ประชาชนในพื้นที่เขต 1 จ.ชัยภูมิ ได้รับทราบข้อเท็จจริงเพื่อไม่อยากให้เกิดความสับสนว่าตัวเองไม่ใช่ผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐในเขต 1 จ.ชัยภูมิ ในครั้งนี้ด้วย ซึ่งขอขอบคุณทุกคนที่ทราบต่อกรณีที่เกิดขึ้นทั้งเดินทางมาให้กำลังใจ และโทรมาสอบถามให้กำลังใจเป็นจำนวนมากในครั้งนี้ ที่ทำให้เกิดการสับสนกันจำนวนมากที่ทำให้ตนได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก และอยากขอความเป็นธรรมต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องต่อกรณีที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ด้วย

รวมทั้งล่าสุดในส่วนของป้ายหาเสียงว่าที่ผู้สมัครของตน ที่พังและสูญหายไปกว่า 10 ป้าย ตั้งแต่มีหนังสือปลอมกรณีดังกล่าวออกมา ล่าสุด พบว่ามีชาวบ้านใกล้เคียงนำไปทำที่พักบังแดด ซึ่งเรื่องป้ายที่หายไปไม่ได้ติดใจแล้ว และเห็นใจชาวบ้านที่นำไป ก็ไม่ขอเอาผิดอะไรกับใครซึ่งเป็นชาวบ้านในครั้งนี้ด้วยแล้ว

 

 

อ่านข่าวน่าสนใจ :