โง่แล้วยังอมสเปโต ‘สุทิน’ ฉะรัฐบาลประยุทธ์ ออกเงื่อนไขโหด หลอกชุมชนสร้างโรงไฟฟ้าขนาดเล็กมาก หวังรวบงานให้ทุนใหญ่ทำ
เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาคนที่ 1 ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม มีการพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 เสนอโดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กับคณะ
ต่อมาเวลา 18.07 น. นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรค พท. อภิปรายถึงโครงการ “โรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานราก” ของรัฐบาลว่า ชื่นชมและเชียร์โครงการนี้แต่ไปๆ มาๆ กลับล้มเหลว แฝงด้วยวัตถุประสงค์ร้าย ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวเป็นโรงไฟฟ้าขนาดเล็กมากหรือ VSPP ต่ำกว่า 10 เมกะวัตต์ นำร่อง 150 เมกะวัตต์ ทำในชุมชนให้ชุมชนเป็นเจ้าของ แบ่งเป็นกังหันลม โซลาร์เซลล์ โรงไฟฟ้าขยะและชีวมวล แต่ 8 ปีที่เสนอมาไม่เกิดแม้แต่โรงเดียว เพราะโรงงานไฟฟ้าแทนที่จะเกิดกลับไปติด 14 ขั้นตอน พอไปดูก็เห็นว่าไม่อยากให้เกิดขึ้นจริง มีการสกัดเอกชน มีด่านเก็บค่าผ่านทาง เงื่อนไขที่ตั้งไว้ไม่ให้เกิด โดยให้นายทุนถือหุ้นถึง 90% แต่ให้ชุมชนถือหุ้นแค่ 10% หลอกให้ชาวบ้านฝันค้าง และต้องมีเงินประกันสัญญา 500 ล้านบาท ถามว่าชุมชนที่ไหนจะมีเงินมากขนาดนั้น แถมยังมีปัญหาฮั้วประมูลจาก 43 โรงที่ผ่านการมูล มี 20 โรงที่ฮั้วประมูลเพราะเป็นเจ้าของเดียวกัน เรื่องฟ้องร้องอยู่ที่ ป.ป.ช.ไม่ได้เซ็นสัญญาสักราย หากเป็นของชุมชนจริงคงไม่มีการฟ้องร้องกัน แต่นี่เจตนาร้ายไปหลอกชุมชน แบบนี้ก็เปลี่ยนชื่อไป อย่าไปบอกว่าเป็นของชุมชนหรือฐานราก
นายสุทินอภิปรายต่อว่า ถามว่าทำไมกำหนดเงื่อนไขให้ชุมชนเป็นเจ้าของแค่ 10% โอกาสฟื้นฟูชุมชนก็ไม่มี ทำไมไม่ให้ชุมชนถือหุ้น 51% หรือมากกว่านั้น เชื่อว่าท่านจะตอบว่าชุมชนไม่มีเงินไปลงทุน หากท่านตอบแบบนี้ ตนจะตอบเลยว่าระบบลงทุนมีเยอะ และมีระบบเทิร์นคีย์โดยชุมชนให้ที่และสิทธิและเห็นชอบทุนส่วนกลาง เอกชนพร้อมลงทุนให้หมด 7 ปีรอคืนทุน ปีที่ 8 ชาวบ้านได้โรงไฟฟ้าไป แม้จะมีปัญหาเรื่องมลพิษแต่ปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่จะแก้ปัญหา โดยเฉพาะเรื่องชีวมวลเป็นเทคโนโลยีที่สร้างมลพิษน้อย
“หากผมเป็นรัฐบาลจะแก้เงื่อนไขให้เป็นของชุมชน ส่วนทุนใหญ่ไปเอาโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่และขนาดกลางแทน อย่าไปแย่งชุมชน ที่ท่านออกเงื่อนไขยากเพราะหวังให้โรงงานขนาดเล็กทำไม่ไหวและรวบให้ทุนใหญ่ทำหรือไม่ สุดท้ายท่านก็กลับมาเป็นบิดาแห่งความเหลื่อมล้ำอีกรอบ ดูไปเหมือนฉลาดที่คิดเรื่องนี้ สุดท้ายเหมือนฉลาดแกมโกง โง่แล้วยังไม่พอ อมสเปโตด้วย” นายสุทินระบุ

