ฝ่ายค้านรุมชำแหละโกง-ศก.เหลว บิ๊กตู่ เดือดโต้ตีกิน บ่นน้อยใจถูกด่า 8 ปี เสียของ พท.ปูดนิว 3 ป. ทำธุรกิจแสบ “อิ๊ง” ทัวร์ 5 จว.-ขึ้น 9 เวที อีสาน
@ชวน เปิดสภาถลกม.152
เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 โดยมีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม โดยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส. เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะวิปฝ่ายค้าน ชี้แจงกรอบระยะเวลาการประชุมว่า การประชุมจะใช้เวลา 2 วัน รวม 32 ชั่วโมง วันแรก 17 ชั่วโมง จะจบที่เวลาประมาณ 02.00-03.00 น. เป็นของฝ่ายค้าน 12 ชั่วโมง ขณะที่หลังเวลาเที่ยงคืนครึ่ง หาก ครม.ประสงค์ใช้สิทธิชี้แจงฝ่ายค้านจะอยู่ร่วมเป็นองค์ประชุม ให้ ครม.ชี้แจงจนเสร็จสิ้นส่วนวันที่ 16 กุมภาพันธ์ จะเริ่มการประชุมในเวลา 09.00 น. รวม 15 ชั่วโมง เป็นของฝ่ายค้าน 12 ชั่วโมงที่เหลือจะเป็นเวลาของ ครม.ได้ชี้แจงการประชุมน่าจะจบในเวลา 24.00 น.
@ชลน่านอัด12นโยบายรบ.เหลว
ต่อมา นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวแถลงเปิดญัตติการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ว่า การบริหารราชการแผ่นดินของนายกรัฐมนตรีภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมาไม่ได้ปฏิบัติหรือดำเนินการให้เป็นไปตามนโยบายที่แถลงไว้ต่อรัฐสภา โดยเฉพาะนโยบายเร่งด่วน 12 ประการที่รัฐบาลประกาศว่าจะเร่งดำเนินการก็ไม่ได้มีการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมแต่อย่างใด มีการใช้งบประมาณและก่อหนี้สาธารณะอย่างมหาศาล แต่กลับไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ความเดือดร้อนของประชาชนได้ ทำให้การบริหารด้านเศรษฐกิจล้มเหลวโดยสิ้นเชิง ขณะเดียวกันก็มุ่งใช้เงินทางด้านการเมืองทั้งเพื่อสร้างคะแนนนิยมให้รัฐบาล และเพื่อความมั่นคง ความอยู่รอดของตนเอง ทำให้การปฏิรูปการเมืองล้มเหลวจนทำให้ระบบการเมืองกลายเป็นธนกิจการเมือง นอกจากนี้ยังปล่อยให้ปัญหายาเสพติดแพร่ระบาดไปทุกชุมชน บ่อนการพนันเกิดขึ้นทั่วไปโดยการรู้เห็นของเจ้าหน้าที่รัฐ ฟอกเงินจนกระทบต่อความมั่นคงของประเทศและความสงบเรียบร้อยของประชาชน ล้มเหลวในการป้องกันและแก้ปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ปล่อยให้กลุ่มทุนต่างชาติเอารัดเอาเปรียบ ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นทำให้เห็นได้ว่าระยะเวลา 3 ปีกว่าของการบริหารราชการแผ่นดินของ ครม. เป็นการทำให้ประเทศเสียโอกาส ทำให้ประเทศมีการพัฒนาที่ถดถอย
@”พิธา”อัดถลุงงบ28ล้านล.
จากนั้นนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) อภิปรายว่า ในเกือบทศวรรษที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ใช้งบประมาณไปแล้ว 28 ล้านล้านบาท ลองคิดดูว่าตอนนี้ทองคำ 1 แท่งบาทละ 28,000 บาท เอา 28 ล้านล้านบาทหารด้วย 28,000 บาท เท่ากับ ทองคำ 1 พันล้านแท่ง ในอดีตที่ผ่านมามีคำพูดว่าประเทศไทยเอาทองคำมาปูทั้งประเทศยังได้ ระบบถนนของประเทศไทย 1.8 แสนกิโลเมตร ถ้าเอาทองคำ 1 พันล้านแท่งมาปูถนน 1.8 แสนกิโลเมตร จะบอกว่าคำพูดที่เคยมีในอดีตนั้นไม่เกินจริง กับงบประมาณ 28 ล้านล้านบาท แต่ภาพของเศรษฐกิจที่ประชาชนได้ในวันนี้ การเติบโตของจีดีพีหลังโควิด ที่ประมาณการโดยไอเอ็มเอ็ม ไทยอยู่ที่อันดับ 7 ของอาเซียน ก่อนการรัฐประหารครั้งแรกเราแข่งกับอินโดนีเซีย มาเลเซีย รัฐประหารครั้งที่สอง เราแข่งกับเวียดนาม ฟิลิปปินส์ แต่ตอนนี้เราแข่งเพื่อนำประเทศ ลาว เมียนมา กัมพูชา ซึ่งถือว่าสภาพเศรษฐกิจของประเทศถอยหลังลงคลองขนาดไหน ในเศรษฐกิจในปี 2562 พบว่าประเทศไทยรั้งท้ายอาเซียนและยังไม่ฟื้นตัวจริง
@จิราพรปูดหลานตู่รับงานอื้อ
จากนั้น น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรค พท. อภิปรายว่า การที่หลานชาย พล.อ.ประยุทธ์ใช้ค่ายทหารเปิดธุรกิจอาจจะเป็นพฤติกรรมเลียนแบบ เพราะลุงอยู่บ้านหลวงไม่ยอมย้ายออกมา หลังพ้นจากตำแหน่งก็ไม่ยอมย้ายออกมา หลานอาจจะเห็นลุงทำได้จึงเกิดพฤติกรรมเลียนแบบ สำนวนไทยบอกว่าลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น แต่นี่เรียกว่าลูกไม้หล่นไม่ไกลค่าย โดยหลานชาย พล.อ.ประยุทธ์หากินกับธุรกิจกองทัพตั้งแต่ปี 2559 ที่มีเสียงวิจารณ์ว่าไม่เหมาะสมถึงการทำธุรกิจส่วนตัวและยังได้รับงานประมูลของรัฐในวงเงินที่สูง แต่หลังจากที่ทนเสียงวิจารณ์ไม่ไหวจึงตัดสินใจย้ายออกจากค่ายเพื่อให้พ้นข้อครหา แต่ก็ยังเดินหน้ารับงานประมูลของรัฐต่อเนื่อง ซึ่งห้างหุ้นส่วนดังกล่าวมีสิ่งน่าสงสัยอยู่หลายประการ จากการตรวจสอบในปี 2555-2556 มีผลประกอบการต่อเนื่องตลอด แต่ในปี 2557 กลับเริ่มได้รับโครงการรัฐที่มีมูลค่าสูง เป็นช่วงที่ พล.อ.ประยุทธ์ทำการรัฐประหาร จากสถานะบริษัทที่ขาดทุนกลับชนะการประมูลรัฐ 3 โครงการมูลค่า 28 ล้านบาท เป็นโครงการของกองทัพทั้งหมด และยังได้งานของรัฐต่อเนื่องตลอด 8 ปีที่ผ่านมา
@แฉ3ป.ใหม่ใหญ่ไม่แพ้กัน
น.ส.จิราพรกล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ยังมีโครงการที่ดูผิดวิสัยคือโครงการงานก่อสร้างอาคารชุดนายทหารชั้นประทวน 48 ครอบครัวพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก 1 หลังของกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ กรุงเทพมหานคร มูลค่ากว่า 47 ล้านบาท หลานชาย พล.อ.ประยุทธ์ก็ขอซื้อซองประมูลด้วย และมีอีกบริษัทที่ขอซื้อซองประมูลด้วย แต่เมื่อเปิดประมูลกลับมีแค่บริษัทของหลานชาย พล.อ.ประยุทธ์ประมูลเพียงบริษัทเดียว ทำให้น่าสงสัยว่ามีความผิดปกติในการประมูลหรือไม่ ที่ผ่านมามักจับตาดู 3 ป.ที่อยู่ในรัฐบาล แต่จริงๆ ยังมีอีก 3 ป.ที่ใหญ่โตและส่อว่ามีอิทธิพลไม่แพ้กันคือ ป.ประยุทธ์ ป.ปรีชา และ ป.ปฐมพงษ์ 3 ป.ในรัฐบาลยังแยกกันเดินแล้ว แต่ 3 ป.นี้ยังรวมกันเดินอยู่ พฤติกรรมหลานชาย พล.อ.ประยุทธ์ส่อว่าฮั้วประมูลไม่พอ ยังมีพฤติกรรมส่อตกแต่งบัญชีเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีด้วย พล.อ.ประยุทธ์ในฐานะลุงและนายกฯที่เคยประกาศว่าการปราบปรามเป็นวาระแห่งชาติ จนถึงตอนนี้เหลือเวลาในการดำรงตำแหน่งอีก 37 วัน จะดำเนินการอย่างไร ให้คนไทยทั้งประเทศสิ้นความสงสัย
@”ตู่” โต้ตีกิน-เย้ยเป็นรบ.ให้ได้
จากนั้นเวลา 15.55 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ลุกขึ้นชี้แจงด้วยน้ำเสียงที่มีอารมณ์และใบหน้าบึ้งตึงว่า ฟังมาแต่เช้าแล้ว มีหลายคนแสดงความคิดเห็นทั้งแนะนำและกล่าวตักเตือน แต่ที่พูดมาทั้งหมด
โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ ทำมาหมดแล้วแต่ยังไม่เกิดผล ก็เอามาตีกินตรงนี้ เวลารัฐบาลพูดไม่ฟัง กระทรวงการคลังและหน่วยราชการชี้แจงก็ไม่ฟังอีก ดังนั้น นโยบายอะไรของท่าน ถ้าท่านได้เป็นรัฐบาลก็ทำเถอะ ถ้าท่านได้เป็นนะ ในส่วนของการดูแลประชาชนทุกภาคส่วน ทำตั้งแต่ระดับฐานราก เอสเอ็มอีวิสาหกิจชุมชน สหกรณ์ กองทุนหมู่บ้าน ประชาชนที่มีรายได้น้อย มีการแก้ปัญหาความยากจน แบบมุ่งเป้า ลองไปศึกษาดูก็แล้วกัน ถ้ามันง่ายอย่างที่ท่านพูดมา คงทำไปนานแล้ว สมัยก่อนท่านก็ทำไม่ได้ เรื่องการทุจริตผิดกฎหมายในกระบวนการยุติธรรม ก็ไปว่ามา
@สวนไม่เอื้อประโยชน์ให้ใคร
“การที่เอาผมไปโยงคนนั้นคนนี้ จะต้องเป็นญาติคนนั้นญาติคนนี้ ผมคือตัวผม คือครอบครัวผม และผมไม่เคยเอื้อประโยชน์ให้ใคร ก็ไปตรวจสอบมา เวลาสมัยก่อน ไม่เคยเห็นพูดเก่งแบบนี้เลย สมัยท่านเป็นรัฐบาล เรื่องทุจริตไม่เห็นมีการพูดกันสักคำเลย ต่อไปนี้ผมจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจง ผมไม่อยากทำให้เสียบรรยากาศ เพิ่งผ่านห้วงเวลาของวันวาเลนไทน์มาด้วย ฉะนั้น ไม่อยากทำให้เสียอารมณ์ ผมนั่งฟังมาแต่เช้า เรื่องที่ดีๆ ผมก็จดไว้ หลายเรื่องที่ไม่ตรงและไม่ถูกต้องก็คงต้องให้ฝ่ายผมชี้แจงบ้าง เรื่องสำคัญผมก็เตรียมไว้ เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมก็จะชี้แจง การที่มาพูดในนี้แล้วคนข้างนอกได้ยิน กลายเป็นว่าไอ้คนนี้ผิดไปแล้ว หรือคนนั้นถูกไปแล้ว มันไม่ใช่ ขอให้เคารพกระบวนการยุติธรรมด้วย” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว และว่า ไม่อยากให้อำนาจฝ่ายนิติบัญญัติไปก้าวล่วงอำนาจการบริหารมากจนเกินไป เพราะคนละอำนาจกัน ถ้าไม่ดีไปร้องทุกข์กล่าวโทษ ไม่ใช่มาติติงและพูดจาเสียหายแบบนี้ บางอย่างรับไม่ได้

