“จุรินทร์” โปรไฟล์ปึ้ก… ปชป.มั่นใจกระดูกแข็ง.. ส่งชิงนายกฯ
ที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ไม่กี่วันก่อน มีมติเห็นชอบให้ “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” หัวหน้าพรรค เป็นแคนดิเดตนายกฯของพรรคชื่อเดียว ตามที่ “เฉลิมชัย ศรีอ่อน” เลขาธิการพรรค เป็นผู้เสนอ
กรรมการบริหารพรรค ปชป.พิจารณาแล้วเห็นว่า “จุรินทร์” มีคุณสมบัติครบถ้วน ทั้งความรู้ ความสามารถ ทำงานการเมืองมายาวนาน มีประสบการณ์ทั้งฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ ดำรงตำแหน่งสำคัญมามากมาย ที่สำคัญมีความซื่อสัตย์สุจริต ซึ่งจะช่วยนำทัพปชป.สู้ศึกเลือกตั้งครั้งใหม่นี้ได้อย่างแข็งแกร่ง เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ประชาชนจะตัดสินใจกาคะแนนให้ทั้งส.ส.เขต และพรรค (ปาร์ตี้ลิสต์)
สำหรับโปรไฟล์ “จุรินทร์” ไม่แพ้แคนดิเดตนายกฯจากพรรคอื่น เป็นส.ส.มาแล้ว 11 สมัย ทั้งเป็นส.ส.เขต ที่ จ.พังงา 6 สมัย
และบัญชีรายชื่อ 5 สมัย
เคยเป็นโฆษกพรรคปชป. ขยับเป็นรองหัวหน้าพรรคตั้งแต่ปี 2546 ก่อนจะนั่งหัวหน้าพรรคเมื่อ 15 พฤษภาคม 2562 จนถึงปัจจุบัน
ประสบการณ์งานฝ่ายนิติบัญญัติ ในสภาผู้แทนราษฎร เคยได้ตำแหน่ง “ส.ส.ดาวรุ่ง” และเป็นทั้งประธานวิปรัฐบาล และประธานวิปฝ่ายค้าน
ส่วนงานด้านฝ่ายบริหารก็ผ่านมาไม่น้อย เคยเป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่ากระทรวงสาธารณสุข เลขานุการรัฐมนตรีว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (สมัยรัฐบาลนายชวน หลีกภัย) ก่อนขึ้นเป็นรัฐมนตรีครั้งแรก ในเก้าอี้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
ก่อนขึ้นชั้นนั่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ แล้วไปนั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ)
ล่าสุด เป็นรองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในรัฐบาลปัจจุบัน ซึ่งตลอดเกือบ 4 ปีมีผลงานไม่น้อย โดยเฉพาะนโยบายประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกพืช 5 ชนิด (ข้าว-ยางพารา-มันสำปะหลัง-ข้าวโพด-ปาล์มน้ำมัน) ที่ช่วยเหลือเกษตรกรในช่วงที่ราคาตก ไม่ให้เดือดร้อนเกินไป ที่สำคัญปิดช่องโหว่ไม่ให้มีการทุจริตเหมือนที่ผ่านๆ มา
นอกจากนี้ ยังเดินสายไปเปิดตลาดส่งออกทั้งระดับพหุภาคีและทวิภาคีกับหลายประเทศ โดยเฉพาะกับซาอุดิอาระเบีย ที่เพิ่งเริ่มฟื้นความสัมพันธ์ทางการทูต ที่ขายสินค้าไทยให้ผู้นำเข้าซาอุฯ ได้ทันที มูลค่ากว่า 2,200 ล้านบาท และซูเปอร์มาร์เก็ตห้าง Manuel จะนำเข้าอาหารไทยมากขึ้นจาก 750 ล้านบาทเป็น 1,000 ล้านบาท
อีกทั้ง เจรจาบริษัทปุ๋ยรายใหญ่ของซาอุฯ ส่งปุ๋ยให้ไทยในช่วงที่ตลาดโลกขาดแคลนและราคาสูงก่อนหน้านี้ รวมทั้งอย.ซาอุฯรับรองการส่งออกไก่ชำแหละและไก่ทั้งตัวของไทย
นอกจากนี้ยังร่วมจัดตั้ง ”สภาธุรกิจ ไทย-ซาอุ” ขึ้นเป็นครั้งแรก ตั้งเป้าส่งออกสินค้าไทยไปซาอุฯเพิ่มขึ้น 10,000 ล้านบาทใน 1 ปี และซาอุฯพร้อมหนุนทำเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ไทยกับกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ 6 ประเทศ (GCC) ได้แก่ซาอุฯ คูเวต การ์ตา โอมาน บาเรนและยูเออี
ส่วนระดับพหุภาคี “จุรินทร์” ก็ผลักดันความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (อาร์เซ็ป)เมื่อครั้งที่ไทยเป็นเจ้าภาพประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน และเป็นผลสำเร็จในเวลาต่อมา
“อาร์เซ็ป” เป็นเขตการค้าเสรีที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีสมาชิก 15 ประเทศ คืออาเซียน 10 ประเทศ อีก 5 ประเทศได้แก่จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ มีจีดีพีรวมกัน 28.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ประมาณ 33.6% ของจีดีพีโลก มูลค่าการค้ารวม 10.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ประมาณ 30.3% ของมูลค่าการค้าของโลก
ล่าสุด “จุรินทร์” ไปเยือนประเทศเบลเยียม เจรจาเขตการค้าเสรี(เอฟทีเอ) ไทย-อียู สำเร็จ เตรียมลงนามต่อไป จะทำให้ไทยมีแต้มต่อในการส่งออกไปอียู (27 ประเทศ)
ดูจากโปรไฟล์คร่าวๆ ของ “จุรินทร์” แล้วถือว่ามีคุณสมบัติครบถ้วนที่จะเป็นผู้นำประเทศ ทั้งนักการเมือง นักบริหาร นักเจรจาการค้า และซื่อสัตย์สุจริต
ไม่แปลกใจที่คนในพรรคปชป. จะแอบตั้งฉายาว่าเป็น “คุณชายขยัน ละเอียดยิบ” ลุยเต็มที่ทั้งงานราษฎร์ งานหลวง อีกทั้งเป็นคนละเอียด ตรวจอ่านรายงานยิบ
พรรค ปชป. จึงมั่นใจว่า “จุรินทร์” กระดูกแข็งพอที่จะขึ้นเวทีชิงเก้าอี้ผู้นำประเทศ
ย้อนอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

