‘ชลน่าน’ ลั่นอภิปรายวันสุดท้ายมีหมัดเด็ด คุย ส่งหลักฐานให้องค์กรอิสระจัดการ ซัด ‘บิ๊กตู่’ ตอบเดิมๆ ปัดเอี่ยวเรื่องสายสัมพันธ์ความเป็นญาติ
เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ เวลา 09.20 น. ที่รัฐสภา นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการประเมินภาพรวมการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ วันแรก เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านทำหน้าที่ได้ดีอย่างยิ่งในมุมของการนำข้อเท็จจริงหรือปัญหาที่เกิดขึ้น มาบอกที่ประชุมสภาฯ เพื่อส่งไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตามชื่อของญัตติ ทั้งนี้ การอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 เป็นการนำเสนอข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหา ซึ่งสิ่งที่เราได้พูดไปเมื่อวานนี้ (15 กุมภาพันธ์) เป็นปัญหาทั้งหมด และเป็นข้อเท็จจริงที่ปรากฏขึ้น
ส่วนนายกรัฐมนตรีจะมาตอบอย่างไร จะออกมาแสดงเหตุผลอย่างไร ว่าสิ่งที่พูด มันไม่ใช่ปัญหาและไม่ใช่ข้อเท็จจริง นายกฯ ก็ต้องชี้แจงในสภาเอง และการนำเสนอของเราไม่ได้เป็นการกล่าวหาว่าตัวรัฐมนตรีผิดอย่างไร แต่เรานำเสนอว่าเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองและสร้างความเสียหาย จึงเป็นหน้าที่ของรัฐมนตรีที่ต้องไปดูว่าข้อเท็จจริงที่ปรากฏขึ้นเป็นจริงตามที่พวกเราได้พูดในสภาหรือไม่ อย่างไรก็ตาม โดยรวม ส.ส.ผู้อภิปรายทำหน้าที่บรรลุได้ตามเป้าหมาย และประเด็นที่เราหยิบยกขึ้นมานั้นมีหลายเรื่องที่สามารถกล่าวหา หรือใช้อภิปรายได้ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 คือการอภิปรายไม่ไว้วางใจ
เมื่อถามว่า การอ้างว่ามีบางเรื่องที่สามารถนำไปใช้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ จะนำเรื่องดังกล่าวไปยื่นต่อองค์กรอิสระให้ดำเนินการตรวจสอบด้วยหรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า ในประเด็นที่เราหยิบยกขึ้นมาพูด ที่มีหลักฐานชัด สามารถนำไปดำเนินการต่อเนื่องได้ ซึ่งเป็นแนวทางที่เราได้ปรึกษาหารือกันไว้อยู่แล้ว ส่วนจะดำเนินการเมื่อไหร่นั้น จะต้องดูช่วงเวลาที่เหมาะสม
ต่อข้อถามว่า ในการอภิปรายในวันนี้ (16 กุมภาพันธ์) จะฝ่ายค้านจะมีหมัดเด็ดหรือไม่ ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวว่า มีแน่นอน เพราะเราวางเวลาไว้ 2 วัน ซึ่งไฮไลต์ในแต่ละวัน ฝ่ายค้านได้ร่วมกันปรึกษาหารือและวางแผนไว้ในแต่ละวัน โดยการอภิปราย ในวันนี้จะมีเรื่องสำคัญอีกหลายเรื่องที่น่าติดตาม
เมื่อถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุว่าการอภิปรายทั่วไปของฝ่ายค้านครั้งนี้เป็นเรื่องเดิมๆ ซ้ำซาก และเป็นการพูดเพื่อหาเสียงในสภา ฝ่ายค้านจะแก้มืออย่างไร นพ.ชลน่านกล่าวว่า ไม่ต้องแก้มือ ตนในฐานะผู้นำฝ่ายค้านฯ ได้อภิปรายนำไปแล้วว่าข้อเท็จจริงคือสิ่งที่ปรากฏขึ้น ถ้ามันไม่ปรากฏขึ้น ก็ไม่เรียกว่าข้อเท็จจริง ประเด็นมันอยู่ที่มันไม่เกี่ยวที่ว่าเป็นเรื่องเก่าเรื่องใหม่ แต่มันเกี่ยวข้องกับการบริหารราชการแผ่นดินของคุณหรือไม่ และมีวิธีจะจัดการกับข้อเท็จจริงเหล่านั้นอย่างไร ส่วนเรื่องการหาเสียงในสภา ก็ได้ประกาศแต่แรกแล้วว่า การนำข้อมูลมาเปิดเผยในช่วงนี้ ย่อมส่งผลกับการตัดสินใจของประชาชน เราไม่ต้องหาเสียงเลยเพียงแต่นำข้อมูลและข้อเท็จจริงที่มีอยู่แล้ว จากการทำหน้าที่ของคณะรัฐมนตรี ซึ่งเขาก็เป็นนักการเมือง รัฐมนตรีและอาสามาเป็นนายกรัฐมนตรี มาเป็นตัวแทนของประชาชน ย่อมส่งผลต่อการตัดสินใจว่าจะเลือกหรือไม่เลือกเขา
เมื่อถามว่า หลังจากได้ฟังคำชี้แจงของนายกรัฐมนตรีแล้ว คิดว่าได้รับคำตอบบ้างหรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า ตนไม่อยากวิจารณ์คำตอบของนายกฯ แต่พวกเราฟังแล้วก็รู้อยู่
“ถ้าจะหาว่า ฝ่ายค้านนำเรื่องเดิมมาอภิปราย คำตอบของท่านนายกฯ นั่นแหละครับคือคำตอบเดิมๆ ตอบเลี่ยงๆ ว่าเป็นเรื่องของครอบครัวผม อะไรไม่เกี่ยวก็คือไม่เกี่ยว ท่านจะปฏิเสธความผูกพันความเป็นญาติไม่ได้ ท่านจะดูแลครอบครัวของตัวเองที่หมายถึงลูกเมียไม่ได้ มันมีความเชื่อมโยงผูกพันทางด้านนิตินัย เช่น พ่อเขาเป็น ส.ว. เป็นนายทหาร มีอำนาจหน้าที่ และสิ่งที่มักปรากฏขึ้น มาเกี่ยวข้องกับหน้าที่และอำนาจของเขา มันปฏิเสธไม่ได้ เพราะฉะนั้นคำตอบของท่านนายกฯ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหลาน การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ มันบ่งชัดอยู่แล้ว เช่น สิ่งที่คุณพูดมาว่าทำหมดแล้ว 8 ปี แต่มันยังไม่มีผล นั่นเป็นการพูดเองยอมรับเอง มันคืออะไร ก็คือล้มเหลว เมื่อล้มเหลวแล้วก็เป็นหน้าที่ของฝ่ายตรวจสอบที่เขาต้องเอามาบอกกับประชาชนว่าล้มเหลวอย่างไร ทำไมจึงไม่สำเร็จ แล้วคุณยังจะอาสาทำต่อหรือ” นพ.ชลน่านกล่าว

